โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เชลล์ชวนชิม ตำนานสัญลักษณ์ความอร่อย สู่ก้าวใหม่ 64 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ม.ค. 2568 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. 2568 เวลา 02.17 น.

ผู้เขียน : ชัชพงศ์ ชาวบ้านไร่

น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “เชลล์ชวนชิม” สัญลักษณ์แห่งความอร่อย โดยนักชิมระดับตำนานอย่าง “ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์” ที่วันนี้กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 64 โดย “ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์” ทายาทผู้เข้ามาสานต่อตำนาน ตลอด 6 ทศวรรษที่ผ่านมาเชลล์ชวนชิมได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการ “กินดีกินเป็น” และเครื่องมือในการทำมาหากินของร้านอาหารระดับครัวเรือนในประเทศไทย

ย้อนรอย 6 ทศวรรษ “เชลล์ชวนชิม”

ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ ประธานคณะกรรมการเชลล์ชวนชิม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เชลล์ชวนชิม เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2504 โดย “ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์” จากการที่ “ม.จ.ภีศเดช รัชนี” ผู้จัดการแผนกส่งเสริมการขายและการโฆษณา บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ในขณะนั้น ได้ทรงดำริที่จะส่งเสริมการขายแก๊สหุงต้มของเชลล์ โดยโปรโมตร้านอาหารอร่อยและให้ตราสัญลักษณ์เชลล์ชวนชิมเพื่อเชื่อมโยงกัน

คุณพ่อ (ม.ร.ว.ถนัดศรี) เริ่มทำเชลล์ชวนชิมตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา เนื่องจากไม่มีโซเชียล จึงเขียนชวนชิมและแนะนำร้านอาหารลงหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ต่อเนื่องด้วยนิตยสารฟ้าเมืองไทย จนกระทั่งกับมติชนสุดสัปดาห์ โดยร้านที่ได้รับการเขียนถึงจะตัดคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารไปติดต่อกับฝ่ายโฆษณาของเชลล์ จากนั้นจะได้ประกาศนียบัตร พร้อมป้ายไฟไปติดที่หน้าร้าน

สำหรับที่มาของชื่อเชลล์ชวนชิมนั้น ตอนแรกมีแค่คำว่า “ชวนชิม” ก่อนที่ ม.จ.ภีศเดช จะทรงเติมคำว่า “เชลล์” เข้าไป จึงออกมาเป็น “เชลล์ชวนชิม” ขณะที่โลโก้อันแรกของเชลล์ชวนชิม เป็นรูปหอยเชลล์และมีเปลวไฟจากแก๊สออกมา เพื่อโปรโมตการใช้เชลล์แก๊ส ที่เพิ่งมีเข้ามาใช้ในเมืองไทยแทนการใช้ถ่าน

ส่วนโลโก้ของเชลล์ชวนชิมในปัจจุบัน เป็นรูปชามลายคราม ลายผักกาด โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี ได้ไอเดียมาจากกรุเครื่องลายครามที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดมา ซึ่งชามลายผักกาดนี้เป็นสัญลักษณ์ของอาหารการกิน ส่วนลายครามก็เป็นสัญลักษณ์ของความเก่าแก่แต่สูงค่า รวมกันเป็น “สัญลักษณ์แห่งการกินดีกินเป็น”

“ที่มาของชื่อเชลล์ชวนชิมก็คือบริษัทเชลล์ที่เป็นคนทำ โดยโปรโมตให้คนใช้เชลล์แก๊ส หรือขับรถไปเติมน้ำมันเชลล์ กลายเป็นสถาบันเชลล์ชวนชิมที่มีเฉพาะประเทศไทย แต่เมื่อไม่มีแก๊สแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปคือตราเชลล์ชวนชิมลายผักกาด พร้อมลายเซ็น ม.ร.ว.ถนัดศรี” ม.ล.ภาสันต์กล่าว

จุดเริ่มต้น สู่ยุคเปลี่ยนผ่าน

ม.ล.ภาสันต์เล่าต่อไปว่า ใน พ.ศ. 2554 เชลล์ชวนชิมได้หยุดทำ เนื่องจาก ม.ร.ว.ถนัดศรี ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม จนกระทั่งเสียชีวิตใน พ.ศ. 2562 จากนั้นเชลล์ก็ติดต่อกลับมา เพราะอยากฟื้นฟูเชลล์ชวนชิม ซึ่งเป็นเรื่องสบายมากเพราะได้ติดตามคุณพ่อไปกินตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก “ทุกวันศุกร์ พ่อจะขับรถโฟล์คเต่ามารับจากโรงเรียนไปกินนู่นกินนี่ ไปต่างจังหวัด ผมก็จะซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว”

ตอนที่เชลล์ติดต่อมา ก็เริ่มทำด้านการเขียนเกี่ยวกับอาหารบ้างแล้ว เอาคอลัมน์เชลล์ชวนชิมของพ่อมาเขียน ชื่อ “กินอร่อยตามรอยถนัดศรี” ใน พ.ศ. 2545 โดยนำร้านเดิมที่ได้เชลล์ชวนชิมมาเขียน ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก จากนั้นก็เขียนอยู่กับมติชน ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 และทำมาถึงปัจจุบัน ในชื่อ “ตามรอยพ่อไปชิม”

ใน พ.ศ. 2562 ที่กลับมาทำเชลล์ชวนชิมอีกครั้ง ม.ล.ภาสันต์กล่าวว่า ได้เปลี่ยนระบบจากการชิมคนเดียวมาเป็นระบบคณะกรรมการ เริ่มจากการมีคณะกรรมการที่เป็นกูรูด้านอาหารจำนวน 5 คน โดยไปชิมพร้อมกัน จากนั้นก็เพิ่มคณะกรรมการมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งมี 9 คน และจะต้องยกมือให้ 3 ใน 9 คน ร้านนั้น ๆ ถึงจะได้รางวัล ซึ่งส่วนมากก็ยกมือพร้อมกันหมดเพราะร้านอร่อยจริง ๆ

เนื่องจากทำเรื่องอาหารอยู่แล้ว ตอนเข้ามารับช่วงต่อจากคุณพ่อก็แค่ปรับระบบเล็กน้อย ซึ่งความแตกต่างจากสมัยคุณพ่อที่รู้สึกชอบคือการมีโซเชียลมีเดีย ส่วนการชิมนั้นก็ยังชิมแบบเดิม รวมถึงกลับไปชิมร้านเดิมที่เคยไปชิมเมื่อนานมาแล้วด้วย โดยร้านแรกของเชลล์ชวนชิม คือ “ลูกชิ้น-มันสมองหมู ไทยทำ” ย่านแพร่งภูธร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2504 ซึ่งยังเปิดให้บริการอยู่จนปัจจุบัน

“สมัยนี้มีคนทำร้านอาหารใหม่ ๆ เยอะขึ้น และคนตั้งใจทำมากขึ้น เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ก็มีหลายร้านมาก ตลอดจนร้านรุ่นใหม่ ๆ ก็หลากหลายมากขึ้น” ม.ล.ภาสันต์กล่าว

สู่ปีที่ 64 แสวงหาความอร่อยอย่างจริงจัง

ม.ล.ภาสันต์กล่าวว่า เชลล์ชวนชิมทำมา 63 ปี (เข้าสู่ปีที่ 64) ด้วยหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมอาหารไทยให้ไปสู่คนทั่วโลก และภูมิใจที่ช่วยทำให้อุตสาหกรรมร้านอาหารในครัวเรือนของไทยนั้นเติบโตขึ้นมาด้วย โดยกลยุทธ์ของเชลล์ชวนชิมคือการแสวงหาความอร่อยอย่างจริงจัง โดยรวมคนที่ช่างกิน ซึ่งโชคดีว่าร้านอาหารที่ไปชิมนั้นมีคนชอบ และตามไปชิมต่อกันเยอะ

ที่ผ่านมา เชลล์ชวนชิมไม่เคยมีอุปสรรคอะไรเลย เพราะคุณพ่อตั้งต้นไว้ถึง 50 ปี เมื่อเข้ามาสานต่อก็มีฐานคนรู้จักที่แน่นอยู่แล้ว ทุกคนรู้ว่าเรา (ม.ล.ภาสันต์) คือใคร รวมถึงการที่ทำด้านการชิมมานาน วัตถุดิบและเรื่องราวในหัวจึงมีเยอะ ไม่ต้องกลัวว่าเขียนแล้วจะหมด เพราะมีร้านในหัวเยอะมาก

“สำคัญสุด คือร้านต้องอร่อย ถ้าไม่อร่อยแล้วไปโปรโมตก็ไม่มีประโยชน์…เชลล์ชวนชิม ไม่รับเงินเลย เราติเพื่อก่อ อะไรที่อร่อยเราก็ส่งเสริมเต็มที่ เมื่อเราบริสุทธิ์ใจ ถ้าอร่อยก็เขียนถึง ถ้ายังไม่อร่อยเราก็บอกให้ปรับปรุง”

“ปัจจุบันเชลล์ชวนชิม มีอยู่ทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย มีการทำคอนเทนต์เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ และในอนาคตก็จะทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่เชลล์ยังอยู่ เชลล์ชวนชิมก็จะอยู่ด้วย” ม.ล.ภาสันต์กล่าว

“ร้านที่ได้เชลล์ชวนชิมจะดีใจมาก เชลล์ชวนชิมเหมือนเป็นสถาบันไปแล้ว สิ่งที่เชลล์ชวนชิมแตกต่าง คือ ไม่มีระบบถอดถอน เพราะพ่อบอกว่าอยากให้เป็นเครื่องมือทำกินของร้านอาหารนั้น ๆ ไปชั่วลูกชั่วหลาน ถ้าไม่อร่อยคนก็จะไม่กินเอง…พ่อบอกว่า ไม่เขียนด้วยมือ และลบด้วยเท้า”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชลล์ชวนชิม ตำนานสัญลักษณ์ความอร่อย สู่ก้าวใหม่ 64 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...