ภาพแอนดรอเมดาละเอียดที่สุด ใช้เวลาถ่ายภาพนานกว่า 10 ปี
ภาพสุดยอดรายละเอียดของ ‘แอนดรอเมดา’ กาแล็กซีเพื่อนบ้านของเราจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลที่ใช้เวลาถ่ายนาน 10 ปีในการบันทึกภาพทั้งหมด
“ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เราสามารถเจาะลึกไปยังรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับองค์รวมทั่วทั้งจานกาแล็กซี ซึ่งไม่สามารถทำได้กับกาแล็กซีขนาดใหญ่อื่น ๆ” Ben Williams หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าว
กาแล็กซีทางช้างเผือกและกาแล็กซีแอนดราเมดาซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ‘M31’ ต่างติดอยู่ในวังวนที่เรียกว่าแรงโน้มถ่วงของกันและกัน (มีความเป็นไปได้อย่างมากในอนาคตที่ทั้งสองกาแล็กซีจะชนกัน) แม้จะฟังดูโชคร้ายที่เราและเขาหนีกันไม่พ้น แต่มันก็เป็นโอกาสที่ดีอย่างมากในการศึกษากาแล็กซีขนาดใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ไกลจากเราเลย
ภาพดังกล่าวประกอบด้วยพิกเซลอย่างน้อย 2,500 ล้านพิกเซลซึ่งช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถแยกความแตกต่างของดาวฤกษ์แต่ละดวงที่อยู่ในนั้นได้มากถึง 200 ล้านดวง โดยทั้งหมดร้อนกว่าดวงอาทิตย์ของเรา และนั่นก็เป็นเพียงจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นของแอนดรอเมดา
ต้องขอบคุณโครงการสังเกตการณ์ 2 โปรแกรมได้แก่ Panchromatic Hubble Andromeda Southern Treasury (PHAST) และ Panchromatic Hubble Andromeda Treasury (PHAT) ชื่ออาจคล้ายกันแต่ทั้งสองศึกษาส่วนของแอนดรอเมดาคนละส่วนกัน (เหนือและใต้)
ทางองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ระบุว่ากว่าจะได้ภาพเหล่านี้มาต้องให้ฮับเบิลโคจรรอบโลกมากกว่า 1,000 รอบในระยะเวลา 10 ปีและถ่ายภาพในมุมที่แตต่างกันประมาณ 600 มุม ซึ่งทั้งหมดนี้ให้ข้อมูลได้มากมายโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของแอนดรอเมดา
“แอนดรอเมดาเป็นซากรถไฟ ซึ่งดูเหมือนว่ามันได้ผ่านเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้การก่อตัวเป็นดวงดาวจำนวนมากหยุดลง” Daniel Weisz ผู้เขียนงานวิจัยร่วมจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ กล่าว “นี่อาจเกิดจากการชนกันกับกาแล็กซีอื่นในละแวกใกล้เคียง”
ดังนั้นวิธีเดียวที่จะเข้าใจประวัติศาสตร์ของกาแล็กซีแอนดรอเมดาได้คืกการสำรวจดวงดาวต่าง ๆ ของกาแล็กซีนี้ น่าเสียดายที่ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้มีข้อจำกัดในการมองเห็น แต่ภาพเหล่านี้ก็ยังมีรายละเอียดมากพอที่จะบอกได้ว่าแอนดรอเมดากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ข้อมูลระบุว่าแอนดรอเมดานั้นกำลังเหมือนอยู่กึ่งกลางระหว่างกาแล็กซีรูปเกลียวที่มีดาวฤกษ์เกิดใหม่ และกาแล็กซีทรงรีที่มีดาวแดงอายุมากเป็นส่วนใหญ่อยู่ตรงบริเวณศูนย์กลาง ขณะที่จานดาวฤกษ์เกิดใหม่ก็ไม่ได้ทำงานมากเท่าที่คาดไว้เมื่อพิจารณาจากมวลกาแล็กซี
“การดูดาวฤกษ์ที่แยกตัวออกมาอย่างละเอียดนี้จะช่วยให้เรารวบรวมประวัติการรวมตัวกัน และปฏิสัมพันธ์ในอดีตของกาแล็กซีเข้าด้วยกันได้” Williams บอก
และในอนาคตจะดียิ่งขึ้นกว่านี้อีก หากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี NASA จะปล่อยกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวใหม่ที่ชื่อ Nancy Grace Roman ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดที่มีมุมมองภาพกว้าง (ต่างจาก James Webb ที่เน้นจุดใดจุดหนึ่ง) ทำให้การเปิดรับแสงเพียงครั้งก็สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงได้เทียบกับภาพจากฮับเบิล 100 ภาพหรือมากกว่านั้น และนั่นจะทำให้เรามองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนขึ้น
ที่มา
https://www.esa.int/…/Hubble_traces_hidden_history_of…
https://www.sciencealert.com/hubbles-2-5-billion-pixel…
https://www.livescience.com/…/herculean-2-5-billion…
Photo: NASA, ESA/B. Williams, U. of Washington