โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บิ๊กเล็ก ร่าวยาวปมทหารเกณฑ์ดับในค่าย ลั่นไม่ปล่อยให้เกิดอีก เข้มมาตรการลงโทษ

Khaosod

อัพเดต 16 ธ.ค. 2567 เวลา 06.42 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 05.17 น.
บิ๊กเล็ก ร่าวยาวปมทหารเกณฑ์ดับในค่าย ลั่นไม่ปล่อยให้เกิดอีก เข้มมาตรการลงโทษ

บิ๊กเล็ก ร่ายยาวแจง สว.ปมทหารเกณฑ์เสียชีวิตในค่ายทหาร ยัน กลาโหม ดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ไม่เกิดเหตุอีก ลั่นการกระทำครูฝึกไม่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ย้ำเยียวยาญาติแล้ว 1 แสนบาท-ผลเลือด ‘พลทหารศิริวัฒน์’ ไม่พบภาวะฮีทสโตรก

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 16 ธ.ค.2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ซึ่งเปิดสมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 เป็นนัดแรก มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาเรื่องพลทหารศิริวัฒน์ ใจดี ทหารเกณฑ์ที่เสียชีวิตในค่ายทหาร ของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ถามนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.กลาโหม แต่นายภูมิธรรม มอบหมายให้พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม มาตอบแทน เนื่องจากติดภารกิจ

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากทราบว่ากระทรวงกลาโหมมีมาตรการหรือแนวทางปฏิบัติอย่างไร เพื่อไม่ให้มีทหารเกณฑ์เสียชีวิตจากการฝึกรับราชการทหารอีก และกระทรวงกลาโหมมีแผนหรือแนวทางเยียวยาแก่ครอบครัวทหารเกณฑ์ผู้เสียชีวิตในระหว่างรับราชการทหารอย่างไร รวมทั้งใช้งบประมาณจากส่วนไหนในการเยียวยา

ด้าน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของพลทหารศิริวัฒน์เป็นอย่างยิ่ง แต่ยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมมีนโยบายอย่างเคร่งครัด กวดขันเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

สาเหตุการเสียชีวิตตามคำวินิจฉัยทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ มีการยืนยันว่าระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว รวมถึงรายงานเรื่องการกู้ชีพฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ แรกรับผู้ป่วยในเวลา 18.46 น. ผู้ป่วยไม่มีชีพจร ไม่หายใจ จึงเริ่มกระตุ้นหัวใจทันทีและหยุดทั้งหมดในเวลา 19.24 น. ซึ่งไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกายภายนอกร่างกายและอวัยวะภายในร่างกาย

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า พลทหารศิริวัฒน์ไม่ได้เพิ่งเข้ารับหารฝึก แต่ได้ผ่านการฝึกทหารใหม่มาแล้ว การฝึกที่นั่นเป็นการฝึกเฉพาะเหล่าเป็นวันที่ 2 และการฝึกในวันนั้น ช่วงเช้ามีการฝึกฐานราบเป็นเวลา 30 นาที แต่ช่วงบ่ายไม่มีฝึก และการฝึกฐานราบอีกครั้งในเวลา 15.00 น. ใช้เวลาฝึก 30 นาที และให้พักผ่อนอีกครั้งจนถึงเวลา 16.30 น. เพื่อออกกำลังกายโดยวิธีการวิ่งและเดิน ก่อนจะออกกำลังกายอยู่กับที่ จึงไม่เป็นสาเหตุให้ร่างกายของพลทหารศิริวัฒน์ทนรับการฝึกไม่ได้

นอกจากนี้ ผลตรวจเลือดก็พบว่าไม่เข้ากับภาวะฮีทสโตรก ดังนั้น พลทหารศิริวัฒน์จึงไม่ได้รับการฝึกที่หนักหรือทรมานอันจะเป็นเหตุให้ร่างกายเกิดอันตรายจากความร้อนได้

พล.อ.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการกระทำของครูเวร เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำที่บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงพบว่าเวลา 16.30 น. ซึ่งเป็นเวลาออกกำลังกายวิ่งรอบสนาม 5 รอบ ไม่มีการบังคับให้ต้องวิ่ง แต่ให้เดินออกกำลังกายแทน และมีการเห็นว่าพลทหารศิริวัฒน์ เดินไปพักคอยเพื่อนๆ ที่ใต้ต้นไม้

เมื่อทุกคนออกกำลังกายเสร็จ ครูฝึกก็ปล่อยให้ไปพักผ่อนเพื่อรอเวลารับประทานอาหารเย็น ขณะนั้นทหารเกณฑ์คนอื่นๆ ได้เห็นพลทหารศิริวัฒน์ เดินไปซื้อน้ำอัดลม ระหว่างนั่งดื่มน้ำอัดลม ก็เกิดอาการหน้ามืด จะเป็นลม และนอนราบไปกับพื้น เพื่อนๆ ที่อยู่บริเวณนั้นจึงเข้าไปช่วยเหลือและพาไปที่โต๊ะครูเวรเพื่อเช็ดตัวและเปิดพัดลมให้พลทหารศิริวัฒน์ ก่อนที่ครูเวร จะเตะไปที่ขาของพลทหารศิริวัฒน์นั้น พลทหารศิริวัฒน์ได้ดิ้นส่ายไปมา ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารเย็น ครูฝึกจึงให้เพื่อนๆ พาพลทหารศิริวัฒน์ไปรับประทานอาหาร แต่พลทหารศิริวัฒน์ ไม่สามารถนั่งกับพื้นได้ จึงต้องเอนกับพื้น ฉะนั้น การกระทำดังกล่าวของครูฝึกจึงไม่เป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงพลทหารศิริวัฒน์ก็ไม่ได้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 3 ของพ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯ

พล.อ.ณัฐพล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนวินัย สรุปผลการสอบสวนดังนี้ พ่วงร้อยฝึกทหารกองประจำการมีหน้าที่กำกับดูแลครูฝึกและทหารเกณฑ์ในกองร้อยฝึก พ่วงร้อยฝึกปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่กองร้อยฝึก ขาดการกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและไม่สอดส่องดูแลอย่างเพียงพอ จึงลงโทษกักผบ.ร้อยฝึกทั้งหมด 5 วันและงดบำเหน็จประจำปี

สำหรับนายทหารเวรวันนั้น มีหน้าที่รับคำสั่งผบ.ร้อยฝึกและชี้แจงการทำหน้าที่ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของครูฝึกในระหว่างวันรวมถึงดูแลทหารเกณฑ์ แต่ปรากฏว่านายทหารเวรไม่กำกับดูแลและควบคุมครูเวร ปล่อยครูเวรปฏิบัติหน้าที่ลำพัง บกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ จึงลงโทษกักนายทหารเวรทั้งหมด 7 วันและงดบำเหน็จประจำปี

ขณะที่ครูเวร ให้การยอมรับว่าใช้ความรุนแรงต่อพลทหารศิริวัฒน์จริง จึงขอยอมรับผิดและลงทัณฑ์ในสิ่งที่ทำลงไป ฉะนั้น การกระทำของครูเวรที่เข้าข่ายการกระทำที่ไม่เหมาะสม จึงลงทัณฑ์ขังครูเวรเป็นเวลา 15 วันและงดบำเหน็จประจำปี

สำหรับการเยียวยานั้น กระทรวงกลาโหมพิจารณาจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหาย ทำขวัญ และอื่นๆ ให้ผู้เสียหายหรือทายาทโดยชอบธรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายเป็นเงินสดจำนวน 1 แสนบาท และเงินค่าใช้จ่ายจัดการศพ ในกรณีใช้เงินซึ่งข้าราชการในหน่วยบริจาคร่วมกันมอบเป็นเงินค่าชดเชยให้ญาติผู้เสียหาย และผู้กระทำผิดลงโทษที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ญาติสามารถฟ้องเอาผิดได้ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯ

ปัจจุบันญาติ ได้แจ้งความไว้แล้ว อยู่ระหว่างการสอบปากคำ โดยจะไปรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ หากญาติเห็นว่าเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.อุ้มหายฯ ก็ส่งฟ้องต่อได้ โดยกองทัพพร้อมอำนวยความสะดวก ยืนยันว่าในระดับนโยบายเรากำกับและกวดขันอย่างเคร่งครัดในเรื่องการลงโทษให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่เมื่อคนหมู่มากก็เป็นธรรมดา อาจเกิดเหตุการณ์ขึ้นบ้าง แต่เป้าหมายคือจะต้องไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก

พล.อ.ณัฐพล กล่าวด้วยว่า เรากำหนดมาตรการควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก คือ 1.เน้นย้ำและเผยแพร่มาตรการควบคุมการลงทัณฑ์ให้เป็นไปตามกฎหมายและธรรมเนียมให้ทหารเกณฑ์ทราบ

2.อบรมทหารเกณฑ์ให้ทราบถึงการลงทัณฑ์หรือลงโทษที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เช่น การทำร้ายร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง โดยให้ดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง รวมถึงดำเนินการทางอาญา ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกปลดออกจากราชการในที่สุด 3.พิจารณาความเหมาะสมของราชการกระทรวงกลาโหมในการเข้ามาทำหน้าที่ครูฝึก ครูปกครอง จะต้องเป็นผู้มีศักยภาพและผู้นำทางทหาร มีภาวะผู้นำ มีคุณธรรม จริยธรรม

รมช.กลาโหม กล่าวว่าในกรณีที่เห็นพฤติกรรมการลงโทษที่ไม่เหมาะสม ให้ห้ามปรามและรายงานผู้บังคับบัญชาโดยด่วน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าระงับเหตุทันที หากไม่แจ้งบุคคลที่เกี่ยวข้องถือว่าเป็นการกระทำผิด หรือเข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนร่วม จะต้องถูกดำเนินการตามระเบียบด้วย

ย้ำว่านโยบายของกระทรวงกลาโหม เราให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้อย่างมาก และเรามีความเจ็บปวดอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เปรียบเหมือนเราเป็นพี่คนโต เรามีน้องอยู่สามคน เราห่วงน้องคนเล็กสุด ซึ่งการจะลงทัณฑ์น้องคนรองสุดท้อง เราก็ต้องคิดอย่างรอบคอบ แต่กระทรวงกลาโหมได้ตัดสินใจแล้วว่า เราจะต้องมีมาตรการที่เด็ดขาดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก หากเกิดขึ้นอีกเราก็จะถูกตำหนิจากสังคม ยืนยันว่าเราจะดำเนินการมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิ๊กเล็ก ร่าวยาวปมทหารเกณฑ์ดับในค่าย ลั่นไม่ปล่อยให้เกิดอีก เข้มมาตรการลงโทษ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...