โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัตวแพทย์ พูดเอง การวางยาสลบในหมาแมว ต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ใกล้ชิด ไม่งั้นอันตรายถึงชีวิต

News In Thailand

เผยแพร่ 10 พ.ย. 2567 เวลา 03.20 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สัตวแพทย์ พูดเอง การวางยาสลบในหมาแมว ต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ใกล้ชิด ไม่งั้นอันตรายถึงชีวิต

จากกระแสดรามาเรื่อง แม่หยัว ที่มีฉากน้องแมวสีดำ ชักดิ้นจนทำหลายคนคิดว่าน้องนั้นแสดงเก่งมาก และบางคนคิดว่าใช้AIทำหรือเปล่า จนกระทั้งมีทีมงานออกมาเปิดเผยว่า ได้มีการวางยาสลบ แล้วน้องแมวมีอาการกระตุก เกร็ง ตามที่เห็น จรเกิดกระแสดรามาและวิพากษ์วิจารณ์ต่อละครร่วมไปปถึงบางคนแบนเลยนั้นเอง

ล่าสุด ทางสัตวแพทย์หญิงภสดล อนุรักษ์โอฬาร (หมอผึ้ง) เจ้าของช่องยูทูป หมอหมาหมอแมว ให้ความเห็นเกี่ยวกับการวางยาสลบให้ สุนัข แมว อย่างปลอดภัยว่า ต้องมีการเตรียมตัวในการวางยาสุนัขและแมว ซึ่งทั้งหมาและแมวมีความใกล้เคียงกันมาก โดยส่วนสำคัญอยู่ที่สุขภาพของสัตว์

ในบางตัวต้องมีการตรวจประเมินหัวใจ X-ray ในช่องอก อย่างตัวที่มีความซีเรียสมากๆ จะต้องมีการตรวจหัวใจ และตรวจอย่างละเอียดด้วยการเอคโค่หัวใจ เพื่อดูการทำงานของหัวใจเนื่องจากหัวใจกับปอดมีผลต่อการวางยามากๆ โดยก่อนวางยาสลบจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างน้อย 8 - 12 ชั่วโมง ส่วนตัวไหนที่มีน้ำหนักน้อย ก็อาจจะมีการเตรียมตัวน้อยกว่านั้น อาจจะเป็น 4 - 6 ชั่วโมงหรือ 6 - 8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอายุของสัตว์ด้วย

แต่ในทุกเคสต้องมีการเตรียมตัวป้องกันผลกระทบ หลังจากการวางยาที่จะเกิดขึ้นได้ หมอผึ้ง กล่าวว่า สำหรับข้อห้าม ในการวางยาสุนัขและแมวจะเรียกตรงๆ ก็ไม่ถูกต้องนะ อาจจะต้องใช้คำว่าข้อระวังมากกว่า อย่างเช่นสุนัข แมวที่มีโรคแทรกซ้อน อย่างเช่นโรคหัวใจหรือเรื่องของปอด เรื่องของโรคไต โรคตับที่มีผลต่อการขับยาในเคสเหล่านี้ และในการวางยาสลบหากเป็นปกติไม่ใช่ที่เป็นการผ่าตัดจะต้องมีการเตรียมสภาพของสัตว์ไว้ก่อน เช่นการให้น้ำเกลือรอไว้หนึ่งคืน เพื่อเตรียมพร้อมในการผ่าตัดต่อไป

รวมถึงการผ่าตัดบางอย่าง ก็จะต้องมีการเตรียมเลือดหรือเตรียมส่วนประกอบอย่างอื่นด้วย ส่วนบางเคสที่มีผลกระทบที่เกิดขึ้น อาจจะมีอาการชักหลังการผ่าตัด หรือวางยาสลบไปแล้ว อาจจะต้องมีการแอดมิดนานมากขึ้นเป็นประมาณ 12 - 24 ชั่วโมง เพื่อดูอาการอย่างแน่ชัดว่ามีผลแทรกซ้อนหรือไม่?

ส่วนลักษณะการขย้อน หรืออาเจียน ที่เกิดขึ้นที่เกิดจากยาซึมหรือยาสลบ ก็จะมีผลข้างเคียงอยู่แล้ว และจะพบได้บ่อยมากในหลายๆ กลุ่มของตัวยา และการอาเจียนนี่คือตัวสำคัญในการเตรียมงดน้ำ งดอาหาร หากไม่งดน้ำหรืออาหารจะมีอาการเกิดขึ้น 80 - 90% หากไม่มีการเตรียมตัวก็อาจจะมีการไหลย้อนไปลงที่ปอดได้ และเป็นสิ่งที่เรากังวลที่สุดในการวางยาสลบ

เพราะหากเกิดอาการดังกล่าวขึ้น ทางการแพทย์จะเรียกว่าเป็น ภาวะปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบซึ่งเป็นภาวะที่รักษาได้ยาก ในเคสจำเป็นที่ต้องใช้ยายาสลบกับสุนัขและแมวหลักๆ คือการทำหัตถการ หรือการเย็บแผล การตรวจวินิจฉัย เช่น การส่องกล้องต่างๆ เราจะทำในขณะที่สัตว์ตื่นไม่ได้เลย และที่จะต้องเจอบ่อยๆ คือการผ่าตัดทำหมันต่างๆ หรือ ให้เลือด จำเป็นจะต้องใช้ยาซึมยาสลบ และยากลุ่มที่นิยมใช้ก็คือยาซึมในแมว

เราจะพบว่า ผลจากวางยาคือน้องแมวจะมีอัตราการเต้นของหัวใจลดลง อุณหภูมิลดลง และมีอาการอาเจียนได้ ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยๆ หมอผึ้ง กล่าวเสริมว่า ยาสลบกับยาซึมในบางตัวบางกลุ่มมีการแยกกันอย่างชัดเจน แต่ยังบางตัวก็สามารถนำยาซึมมาเพิ่มโดสให้เป็นยาสลบได้ บางเคสก็จะมีการให้ยาซึมไปก่อน ที่จะแทงน้ำเกลือได้ และโกนขนหรือก่อนที่จะนำไปขึ้นบนโต๊ะผ่าตัดก่อนจะสอดท่อแล้วค่อยให้ยาสลบ

แต่บางแห่งก็จะใช้ยาสลบผ่านทางเส้นเลือด ซึ่งหลังการวางยาสลบจะต้องมีการตรวจการเต้นของหัวใจอุณหภูมิ ความดัน ซึ่งหากยามีมากเกินไป ก็จะเกิดปัญหาได้ มีโอกาสทำให้หมาและแมวเสียชีวิตได้

การนำสัตว์เข้ามาฉากในโฆษณาหรือภาพยนตร์ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นกลุ่มสัตว์ที่ถูกฝึกมาแล้ว แต่ถ้าพูดแบบคนไม่มีความรู้ทางด้านโปรดักชั่น การจะใช้ภาพบางฉากเช่น สัตว์นอนตายก็จะน่าใช้เอฟเฟกต์เข้ามาใช้น่าจะเหมาะกว่า ซึ่งถ้าเกิดทำเทคนิคได้ดี คนดูก็จะรับได้ มันยังดีกว่าจะทำให้มีข้อสงสัยว่าจะทำให้สัตว์เกิดอันตราย หรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งคนดูเลือกที่จะดูแบบนั้นมากกว่า

อยากจะให้มองว่าสัตว์เลี้ยงเช่น หมา แมว ก็จะเป็นเหมือนคนๆ หนึ่ง อะไรก็ตามที่สิ่งนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตของสัตว์ หรือแม้แต่จะทำให้สัตว์ได้รับบาดเจ็บ ระหว่างถ่ายคนดูก็จะรับไม่ได้ เรามองว่าหากใช้ตัวเองเป็นมาตรฐาน ว่าถ้าเราถูกกระทำให้ได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดอันตราย เราก็จะรู้สึกไม่โอเคกับสิ่งนั้นเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...