โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระบำแคนแคนฉบับนายหรั่ง : ความบันเทิงของหนุ่มๆ ในช่วงสงคราม (3) ชมระบำนายหรั่งในช่วงสงคราม

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 14.05 น.

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

ระบำแคนแคนฉบับนายหรั่ง

: ความบันเทิงของหนุ่มๆ ในช่วงสงคราม (3)

ชมระบำนายหรั่งในช่วงสงคราม

ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของคณะระบำวาบหวิวของนายหรั่งนั้นระบือไกลไม่ใช่แค่เพียงคนหนุ่มย่านเยาวราชเท่านั้น แต่ยังหมายถึงดังข้ามระบอบตั้งแต่ครั้งระบอบเก่าจนถึงระบอบใหม่เลยทีเดียว ถึงขนาดเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์จนถึงก่อนสงครามด้วย จึงไม่ยากที่จะอนุมานได้ว่า หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่จำนวนมากในพระนครครั้งนั้นล้วนรู้จักหรือเคยมารับชมคณะระบำนายหรั่งเลยกันทีเดียว

ในช่วงก่อนสงครามไม่นาน หนังสือพิมพ์หลักเมืองฉบับ 1 กันยายน 2484 ลงข่าวว่า “ที่ปลุกตาปลุกใจที่ชั้น 9” “เชิญท่านมาชมระบำของนายหรั่งผู้เรืองนาม ท่านจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจ มีเพียงคณะเดียวเท่านั้นที่แสดงได้อย่างพิศวงงงงวย ชมแล้วชุ่มชื่นหัวใจ มีนางทุกวัยคอยต้อนรับท่านเยอะแยะ” (วีระยุทธ์, 102)

จากประกาศบนหน้าหนังสือพิมพ์นี้ แสดงว่าในช่วงก่อนสงครามไม่นาน ระบำนายหรั่งเข้ายึดครองชั้น 9 เสียแล้ว อันหมายความว่า คณะระบำ 9 ชั้นคณะเดิมได้เลิกกิจการไปแล้ว ทำให้ระบำนายหรั่งย้ายจากตึก 7 ชั้นไป 9 ชั้นอันเป็นตึกที่สูงที่สุดในครั้งนั้นได้

ด้วยเหตุที่ระบำโป๊ของนายหรั่งมีชื่อเสียงมากถึงขนาดในช่วงปลายสงครามนั้น ป. อินทรปาลิต นักเขียนหัสนิยายดังชุดพลนิกรกิมหงวน เขาได้นำเรื่องราวสิ่งที่เขาพบเห็นมาบันทึกไว้ในหัสนิยายระบำโป๊ (2487) และระบำหยาดฟ้า (2495) ด้วย

พลนิกรกิมหงวน “สปัสซั่ม” กับระบำโป๊

สําหรับเรื่อง ระบำโป๊ (2487) เนื้อหาโดยสังเขปเป็นเรื่องสามเกลอไปชมระบำโป๊เถื่อนของนายยิ้มที่ถนนสุขุมวิท ซึ่งเก็บค่าเข้าชมถึงคนละ 100 บาทเลยทีเดียว แต่ก็มีคนเข้าชมอย่างเนืองแน่น ทั้งข้าราชการ พ่อค้าและเหล่าผู้ดี ต่อมาพวกเขารับช่วงกิจการระบำโป๊เถื่อนมาดำเนินการจนนำมาสู่ความโกลาหลกับเหล่าภริยาของพวกเขาตามสไตล์หัสนิยาย

สำหรับตอนระบำโป๊นี้ ป. อินทรปาลิตให้ภาพเจ้าแห้ว คนรับใช้บรรดาศักดิ์ของสามเกลอ ที่มักตอดเอาเงินจากเจ้านายของเขาได้เดือนหนึ่งถึงราวหนึ่งพันบาททำให้เจ้าแห้วมีกำลังทรัพย์ออกไปเที่ยวกลางคืนได้อย่างสบาย ดังที่ถูกพรรณนาไว้ว่า เจ้าแห้ว “เครื่องแต่งกายโก้เก๋ นุ่งกางเกงช้ากสกิ้น ปาล์มบีช สวมเสื้อแอร์โร่ว์ สวมรองเท้าหนังจระเข้ สูบบุหรี่ควันละเอียด… ใช้เวลาว่างตอนกลางคืนออกเที่ยวหาความสุข ตามโรงภาพยนตร์ ละคร สังคมกับเพื่อนฝูงตามก๊วนกัญชา หรือม่ายก็บุกซ่องนางโลม ตามประสาคนหนุ่มที่มีสตางค์”

แหล่งเที่ยวกลางคืนย่านเยาวราชของชาวกรุงสมัยปลายสงครามนั้น ป. อินทรปาลิตใช้ปากเจ้าแห้วเล่าว่า “รับประทานบางทีผมก็ไปดูหนังแผ่นตามหน้าโรงหนัง รับประทานตลุยเยาวราชบ้าง รับประทานหาซื้อของที่ห้างแปซิฟิค ออกจากห้างแปซิฟิค รับประทาน เลี้ยวเข้าตรอกแปซิฟิค เรื่อยเปื่อยไปครับ” เหล่าเจ้านายถามเจ้าแห้วว่า คืนนี้จะไปเที่ยวไหน เจ้าแห้วตอบว่า “รับประทานไปดูระบำโป๊ครับ”

นิกร การุณวงศ์ หนึ่งในคณะพรรคสามเกลอนิยามระบำโป๊ไว้ว่า “ระบำนุ่งน้อยห่มน้อยนั่นแหละครับ เอาอะไรปิดข้างบนหน่อย แปะข้างล่างนิด เต้นยกแข้งยกขา แลเห็นสะดือโบ๋”

อย่างไรก็ตาม สมัยนั้นยังมีระบำโป๊เถื่อนอีกแบบหนึ่งที่โป๊มากถึงขนาดแสดงตามเวทีอย่างเปิดเผยไม่ได้ เจ้าแห้วเล่าสิ่งที่เขารู้มาว่า มันคือ “ระบำที่เปลือยกายออกมาเต้นให้เราดู รับประทานแก้ผ้าล่อนจ้อนเลย ตรงไหนๆ รับประทานเห็นทะลุปรุโปร่ง” ระบำแบบนี้เป็นการแสดงเถื่อน ซึ่งเป็นการแสดงอย่างลับๆ ให้แก่ผู้ชมตามนอกเขตเมืองออกไปทางถนนสุขุมวิท

ในหัสนิยายตอนระบำโป๊นี้ มีการเล่าถึงชุดการแสดงต่างๆ ที่ทำให้เราพอที่จะจินตนาการร่วมไปด้วยได้เช่นกัน ชุดระบำนางหอยแครง ระบำนางเงือก ละครย่อยเรื่องเมียอาเสี่ย ลีลาศแทงโก้ สวรรค์ทะเลใต้ ประกวดรูปร่าง ป. อินทรปาลิตพรรณนาอาการของผู้ชมระบำไว้ว่า “พวกคนดูต่างจ้องตาเขม็ง มองดูส่วนเว้าส่วนโค้งและส่วนนูนของนักงมไข่มุกและหอยแครง แน่นอนละ ทุกคนสปัสซั่มไปตามกัน”

ตัวอย่างของการแสดงที่ ป. อินทรปาลิตเล่าไว้ “นักงมไข่มุกคนหนึ่งถูกหย่อนลงมาจากผิวน้ำ เรือนร่างของหล่อนอวบอัดขาวผ่อง สวมแว่นตาซาลูลอยกันน้ำ มือซ้ายถือถุงใส่หอยมุก มือขวาถือมีดเตรียมต่อสู้กับสัตว์ร้ายใต้ทะเล ท่อนบนของหล่อนเปลือยเปล่า และเห็นปทุมถันเต่งตั้งราวกับดอกบัวหลวง ท่อนล่างนุ่งผ้าเตี่ยวชิ้นเล็กๆ ถูกพัดลมในฉากซึ่งสมมุติเป็นกระแสน้ำพัดพาผ้าเตี่ยวปลิวชะเวิกชะวากและเห็นรำไร บางทีก็เห็นถนัด…หล่อนเดินเข้าจังหวะเพลงตรงมายังหอยแครงยักษ์ ก้มตัวลงเปิดฝาหอยแครงขึ้น แล้วฉุดกระชากลากนางหอยแครงซึ่งแต่งชุดแรกเกิดออกมา นางหอยแครงสะบัดมือหลุด ถอยหลังหนีตามจังหวะเพลง…”

และ “เงือกน้อยตัวหนึ่งนวยนาดออกมานั่งบนหินก้อนใหญ่ ท่อนบนของหล่อนเป็นมนุษย์หญิง แต่ท่อนล่างเป็นปลา เหมือนนางมัจฉาในรามเกียรติ์ เงือกตัวนี้เปลือยกายล่อนจ้อน ปล่อยผมสยายยาวประบ่า เรือนร่างของหล่อนค่อนข้างอวบอ้วน และเมื่อหล่อนอ้วน อวัยวะต่างๆ ในตัวหล่อนก็โตใหญ่ผิดปกติ แลเห็นทุกสัดส่วนอย่างถนัดชัดเจน…”

ระบำยั่วสวาท

บ่อยครั้งที่นายหรั่งเข้าร่วมแสดงกับนางระบำด้วย เช่น เมื่อนางระบำนอนราบกลางเวทีแล้วยกแข้งยกขาสลับกัน นายหรั่งจะเข้าไปนั่งทำท่าก้มๆ เงยๆ แล้วทำท่าดมกลิ่นแล้วจึงโบกมือไปมา เพื่อบอกให้ผู้ชมทราบว่า เป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์ การแสดงหนึ่งที่เรียกเสียงเฮลั่นจากผู้ชมคือ นางระบำหญิงแต่ละคนเลิกกระโปรงของตนแล้วเอามาชนกับของนางระบำอีกคนหนึ่ง เรียกกันสนุกปากว่า “ทำยุทธหัตถี” (พีรพล และอาชญาสิทธิ์, 102)

“อีกตอนหนึ่ง ผู้หญิงนอนกลางเวทีขนานไปกับความยาวของเวที ผู้แสดงยกแข้งยกขาสลับกันไปมาอย่างระบำฝรั่งในภาพยนตร์ นายหรั่งเข้าไปร่วมแสดงด้วย โดยเข้าไปนั่งข้างๆ ทำท่าติดตลกก้มๆ เงยๆ (ดมกลิ่น) แล้วโบกมือไปมาเพื่อสื่อให้รู้ว่าได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ การแสดงจบลงตรงฉากนี้” (วราห์ โรจนวิภาต culture.bsru.ac.th/wp-content)

แม้ว่าการแสดงระบำโป๊คณะของนายหรั่งต้องเสี่ยงภัยจากระเบิดทุกวัน แต่ทว่าระบำวาบหวิวกลับได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งผู้ชมชาวไทยและทหารญี่ปุ่น ดังเห็นได้จากนายหรั่งได้รับการร้องขอจากกองทัพญี่ปุ่นให้เปิดการแสดงเป็นพิเศษ นายทหารและพลทหารญี่ปุ่นแทบทุกคนจะมีแผนที่กรุงเทพฯ ซึ่งระบุที่ตั้งของตึก 9 ชั้น อันเป็นโรงเต้นรำเปิดทำการแสดงระบำโป๊ พร้อมด้วยคําอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นปรากฏอย่างชัดเจน

จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานเริงรมย์ทั้งหลายซบเซาลง ส่งผลให้คณะระบำโป๊ปิดตัวไปเกือบทั้งหมด คงเหลือแต่คณะของนายหรั่งที่ยืนหยัดอยู่ได้ แม้จะได้รับผลกระทบจากภัยสงครามและวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวกรุงที่แปรเปลี่ยนไปบ้างก็ตาม นายหรั่งนั้นเคยเปิดทำการแสดงที่ตึก 7 ชั้น และตึก 9 ชั้น ขณะที่กรุงเทพฯ ทั้งเมืองปิดไฟจนมืดมิด พรางตัวจากการทิ้งระเบิด เปิดเสียงหวอเตือนสนั่น ทำให้บางครั้งต้องหยุดทำการแสดงกลางคัน จนเมื่อเครื่องบินทิ้งระเบิดกลับไปแล้วจึงทำการแสดงต่อไป (silpa-mag.com/history/article65004)

ในช่วงสงคราม มีผู้เล่าว่า กิจการของนายหรั่งเป็นที่นิยมของทหารญี่ปุ่นมาก ถึงขนาดมีการทำแผนที่พระนครที่ระบุอาคาร 9 ชั้นลงในแผนที่ด้วย ทหารญี่ปุ่นมักจะขอให้นายหรั่งจัดแสดงระบำตามความต้องการ สมบัติ พลายน้อย เล่าว่า เขาเคยไปชมและได้เห็นทหารญี่ปุ่นเกาะเวทีชมกันอย่างใกล้ชิดถึงขนาดเอื้อมมือไปสัมผัสส่วนต่างๆ ของนางระบำกันตามใจปรารถนาได้เลย (ส. พลายน้อย, 2525, 26)

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ระบำแคนแคนฉบับนายหรั่ง : ความบันเทิงของหนุ่มๆ ในช่วงสงคราม (3) ชมระบำนายหรั่งในช่วงสงคราม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...