โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ส่องสเปก 'Dimensity 8400': ชิปเร็วแรง 3.25 GHz ทั้ง 8 คอร์, เพิ่มประสิทธิภาพสมาร์ตโฟนระดับกลาง ให้ใกล้เคียงระดับพรีเมียม

BT Beartai

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 03.25 น.
ส่องสเปก 'Dimensity 8400': ชิปเร็วแรง 3.25 GHz ทั้ง 8 คอร์, เพิ่มประสิทธิภาพสมาร์ตโฟนระดับกลาง ให้ใกล้เคียงระดับพรีเมียม

MediaTek ได้เปิดตัวชิปเซตเรือธงสุดพรีเมียมอย่าง Dimensity 9300 ไปเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นชิปเซตรุ่นแรกที่นำแกนซีพียู (CPU: Central Processing Unit) ประมวลผลประสิทธิภาพสูง หรือ Big Core มาใช้ทั้ง 8 แกน โดยที่ไม่มีการติดตั้งแกนประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาถึง Dimensity 9400 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา โดยมาพร้อมแกนซีพียู Cortex-X925 ความเร็วสูงสุด 3.63 GHz (1 แกน), Cortex-X4 ความเร็ว 3.3 GHz (3 แกน) และ Cortex-A720 ความเร็ว 2.4 GHz (4 แกน)

ล่าสุด (24 ธันวาคม 2024) MediaTek ได้เปิดตัวชิปเซตระดับกลางที่มีสเปกระดับกลางที่มาพร้อมแกนประมวลผล Big Core ทั้ง 8 คอร์เช่นกัน นั่นคือ Dimensity 8400 ซึ่งอาจเป็นคู่แข่งสำคัญของ Snapdragon 7+ Gen 3 ของ Qualcomm ได้

Dimensity 8400 ได้รับการออกแบบให้มาพร้อมแกนซีพียู Arm Cortex-A725 ที่มีความเร็วในการประมวลผลสูงสุด 3.25 GHz จำนวน 8 แกน ซึ่ง MediaTek อ้างว่ามีประสิทธิภาพในการประมวลแบบหลายคอร์พร้อมกันสูงขึ้น 41%, ใชัพลังงานน้อยลง 44%, แคช L2 (สำรองคำสั่งงานก่อนส่งให้ซีพียูเป็นลำดับ) เพิ่มขึ้น 100%, แคช L3 เพิ่มขึ้น 50% และแคช SLC เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับ Dimensity 8300

ชิปเซตดังกล่าวยังรองรับการแสดงผลความละเอียดสูงสุด WQHD+ บนหน้าจอ พร้อมรีเฟรชเรตสูงสุด 144 Hz, แรม LPDDR5X, สตอเรจ UFS 4.0, Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.4

MediaTek Dimeisnty 9400

Dimensity 8400 ยังได้รับการติดตั้งชิปจีพียู (GPU: Graphic Processing Unit) ประมมวลผลกราฟิก Arm Mali-G720 MC7 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 24% และประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น 42% และชิป MediaTek NPU 880 ประมวผลผลแบบโครงข่ายประสาท (NPU: Neural Processing Unit) เร่งการประมวลผลร่วมกับ AI ให้เร็วขึ้น 20%, ประหยัดพลังงานได้ดีขึ้น 18% รวมถึงประมวลผลด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น 33% และประมวลผลด้วยโมเด Stable Diffusion 1.5 ได้ดีขึ้น 21%

นอกจากนี้ยังมาพร้อมชิปประมวลผลสัญญาณภาพ (ISP: Image Signal Processor) Imagiq 1080 ISP รองรับเซนเซอร์ภาพความละเอียดสูงสุด 320 ล้านพิกเซล, รองรับการซูมแบบ PDAF 100%, รองรับการบันทึกวิดีโอ HDR ในทุกระยะการซูม, ใช้พลังงานในการบันทึกวิดีโอ 4K น้อยลง และติดตั้งชิปโมเดม 5G-A ตัวใหม่ ที่รองรับการดาวน์โหลดสูงสุดถึง 5.17 Gbps

Dimensity 8400 ถือได้ว่าเป็นชิปเซตสำหรับสมาร์ตโฟนระบบ Android ระดับกลางในตลาดบน (มีสเปกใกล้เคียงกับระดับพรีเมียม) รุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมซีพียู Big Core ทั้ง 8 แกน ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญของ MediaTek ที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาชิปเซตหลายหลายรุ่นต่อไปในอนาคต

Redmi Turbo 4

ทั้งนี้ สมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่จะเปิดตัวพร้อมกับ Dimensity 8400 คือ Redmi Turbo 4 ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวที่ประเทศจีนในต้นปี 2025 โดยจะเป็นเวอร์ชัน Dimensity 8400-Ultra ที่ MediaTek ปรับแต่งประสิทธิภาพเป็นพิเศษร่วมกับ Redmi แบรนด์ย่อยของ Xiaomi

ทั้งนี้ Redmi Turbo จะได้รับการรีแบรนด์เป็น Poco F7 หรือ Poco X7 Pro เพื่อจำหน่ายในตลาดระดับโลกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...