โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่าอาณาจักร “ฟอเรสเทียส์” อภิมหาโปรเจกต์ “แสนล้าน” ชนวนหุ้น CPAXT ดิ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ธ.ค. 2567 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 03.18 น.

เจาะลึกอาณาจักร “ฟอเรสเทียส์” อาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ Mixed-Use มูลค่า 125,000 ล้านบาท ของ “ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์” ลูกสาวคนเล็ก “เจ้าสัวซีพี” หลัง CPAXT ทุ่มซื้อโซน “แฮปปี้แทท” ค้านสายตานักลงทุนฉุดหุ้นดิ่ง 18% มูลค่าบริษัทหาย 6.7 หมื่นล้าน

จากกระแส CPAXT เจ้าของแม็คโครและโลตัส ทุ่มเงินก้อนใหญ่เข้าซื้อ The Happitat @The Forestias ของ MQDC (บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) เพื่อปั้นให้เป็นศูนย์การค้าระดับพรีเมียม ภายใต้การจะตั้งบริษัทย่อยใหม่ ภายใต้ชื่อ (บ.แอ็กซ์ตร้า โกรท พลัส จำกัด) ทุนจดทะเบียน 8,390 ล้านบาท โดย CPAXT ถือหุ้นใน บ.แฮปปี้แทท แอท เดอะ ฟอเรสเทียส์ จำกัด (The Happitat/ HATF) สัดส่วน 95% และ MQDC ถือหุ้น 5%

อย่างไรก็ดีมีความกังวลจากผู้ถือบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยในการนำเงินของบริษัทไปลงทุนครั้งนี้เพราะมองว่ามีความเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูงของย่านบางนาที่มีโครงการค้าปลีกลักษณะใกล้เคียงกันทั้ง Bangkok Mall และ Mega Bangna ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในระยะกลาง ส่งผลให้หุ้น CPAXT ดิ่งลงทันที -18% มูลค่าบริษัทหายไปกว่า 67,700 ล้านบาท

เดอะ ฟอเรสเทียส์

รู้จัก “เดอะ ฟอเรสเทียส์” บิ๊กโปรเจกต์ Mixed-Use ของลูกสาวคนเล็ก “เจ้าสัวซีพี”

สำหรับ โครงการ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” เป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC ก่อตั้งและบริหารธุรกิจโดย “ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์” ลูกสาวคนเล็กของ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” เจ้าของอาณาจักรเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี

ดำเนินกิจการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ธีมโปรเจกต์ และโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้แบรนด์ “แมกโนเลียส์” (Magnolias) “วิสซ์ดอม” (Whizdom) ดิ แอสเพน ทรี (The Aspen Tree) มัลเบอร์รี่ โกรฟ (Mulberry Grove) รวมทั้ง “เดอะ ฟอเรสเทียส์” (The Forestias) ด้วย

ทั้งนี้ ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์’ เป็นอภิมหาโปรเจคที่ใหญ่ที่สุดในไทย มีขนาดพื้นที่ 398 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม. 7 ประตูสู่โครงการระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก และยังถือเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ณ ขณะนี้ และเป็นโครงการแรกที่หลอมรวมผืนป่าขนาดใหญ่กว่า 30 ไร่ ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ

เดอะ ฟอเรสเทียส์

ประกอบไปด้วยโครงการที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งคอนโดมิเนียมแบรนด์วิสซ์ดอมและมัลเบอร์รี โกรฟ ที่อยู่อาศัยแบรนด์มัลเบอร์รี โกรฟ วิลล่า ดิ แอสเพน ทรี และซิกส์เซนส์ รวมถึงโรงแรมแบรนด์ ‘ซิกส์เซนส์’ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เช่น ศูนย์การแพทย์และสุขภาพขนาดใหญ่ พื้นที่เชิงธุรกิจสำหรับสำนักงาน สปอร์ตคอมเพล็กซ์ พื้นที่สำหรับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร คาเฟ่ Family Center และ Town Center สำหรับกิจกรรมของชุมชนและกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เช่น โรงละคร อีเวนต์ฮอลล์ และตลาด

โดยก่อสร้างทุกโครงการพร้อมกัน โดยไม่มีโครงการใดทำแบบนี้มาก่อน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว MQDC คาดการณ์ว่า ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์’ จะแล้วเสร็จในต้นปีพ.ศ. 2567

อย่างไรก็ดีในช่วงปลายปี 2566 โครงการแรก Whizdom Destinia และ Mytopia ได้ทยอยโอนให้ลูกบ้านเป็นที่เรียบร้อยและสามารถให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยทุกยูนิตในโครงการต่างๆ เข้าอยู่ช่วงกลางปี 2567

เดอะ ฟอเรสเทียส์

Happitat จิ๊กซอว์ค้าปลีก “เดอะ ฟอเรสเทียส์” ที่ถูกเปลี่ยนมือ

ขณะที่ Happitat at The Forestias (แฮปปี้แทท แอท เดอะ ฟอเรสเทียส์) ซึ่ง CPAXT เข้ามาลงทุนนั้นประกอบไปด้วย ห้างสรรพสินค้า 3 อาคาร พื้นที่ รวม 43,000 ตร.ม. ประกอบไปด้วย BLOOMINAS พื้นที่กิจกรรม แหล่งร้านอาหาร ร้านค้า,WONDERWILD ศูนย์กลางกิจกรรมทั้งครอบครัวและการเรียนรู้สำหรับเด็ก เวิร์กช็อป อาคารสำนักงาน หรือร้านอาหาร, FESTIE TOWN พื้นที่อีเวนต์ และ The Hilltop Offices อาคารสำนักงาน 10 ชั้น พื้นที่ 24,000

ซึ่งย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2567 เดอะ ฟอเรสเทียส์ ให้ข้อมูลว่า Happitat การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 70% ขณะที่ The Hilltop Offices ก่อสร้างแล้วเสร็จราวๆ 60% และจะเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการในเดือนกันยายนปี 2567 อย่างไรก็ดีโครงการ Happitat เฟสแรกใช้เงินลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาทและปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จเพียง 80% และยังต้องการ “เงินทุน” ในการพัฒนาต่อ

เดอะ ฟอเรสเทียส์

CPAXT ชี้แจงนักลงทุนยัน “Happitat” คุ้มในการลงทุน

หลังจากกะแสการลงทุนใน “Happitat” เป็นไปในทิศทางลบ CPAXT ได้ออกหนังสือชี้แจงต่อนักลงทุนว่าการเข้าลงทุนในโครงการ Lotus’s Mall Bangna (the Happitat) เพื่อจะได้มีศูนย์การค้า และพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ซึ่งสามารถทำรายได้มาจากการบริหารพื้นที่ศูนย์การค้าขนาด 48,000 ตร.ม. และมีร้านโลตัส Hypermarket ในรูปแบบใหม่

จุดเด่นของโครงการ

  • ทำเลยุทธศาสตร์พร้อมทั้งมีสินทรัพย์อาคาร 3 หลัง ติดถนนในย่านบางนา อยู่ในสภาพแวดล้อมด้วยป่าในเมือง ตั้งอยู่ใน ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการอยู่อาศัยที่ครบครัน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ของ 4 มุมเมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล
    • ใช้ดำเนินธุรกิจที่เป็นธุรกิจหลักปกติของบริษัทฯ คือเปิดสาขาโลตัส Hypermarket ในรูปแบบใหม่ พร้อมทั้งบริหารพื้นที่สำหรับ ร้านค้า การให้บริการ และพื้นที่สำหรับกิจกรรมเพื่อทุกไลฟ์ สไตล์ของชุมชน รวมพื้นที่เช่าถาวร (NLA) เกือบ 48,000 ตร.ม ซึ่งคิด เป็นสัดส่วนร้อยละ 3.2 ของพื้นที่ NLA ในปัจจุบัน
    • กลุ่มลูกค้าหลัก : ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่บางนาเขตรัศมีไม่เกิน 7 กม. ซึ่งมีจำนวนถึง 1.2 ล้านคน, ผู้ใช้บริการสำนักงาน และ นักท่องเที่ยว คาดการณ์ผู้มาเยือน 36,000 คนต่อวัน
    • ผลตอบแทนที่รวดเร็ว เนื่องจากอาคารที่ลงทุนได้ก่อสร้างไปกว่า 80% และสามารถเปิดดำเนินการบางส่วนได้ภายใน 12 เดือน ซึ่งเร็วกว่าการพัฒนาพื้นที่ใหม่ซึ่งหาได้ยากในทำเลยุทธศาสตร์ในย่านบางนา และต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 ปีกว่าที่จะเปิดดำเนินการได้
    • การลงทุนในโดยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทางอ้อมในโครงการ Lotus’s Mall Bangna (the Happitat) สร้างความมั่นคงให้บริษัท มากกว่าการเป็นผู้เช่า

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ที่วงเงินการลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยมีผลตอบแทนการลงทุนเป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯในการบริหารร้านค้าขนาดใหญ่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...