ส่งออก ปี 67 โต 5.4% มูลค่ากว่า 10 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์
พาณิชย์ เผย ส่งออก ปี 67 โต 5.4% มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สูงกว่า 10 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก โดยมาจากจากการส่งออกสินค้าทุนและวัตถุดิบของไทยในทุกหมวด คาดปี 68 ส่งออกไทยขยายตัว 2-3% พร้อมจับตานโนบาย Trump 2.0 ใกล้ชิด
22 ม.ค. 2568 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลง การส่งออกของไทยในเดือนธันวาคม 2567 มีมูลค่า 24,765.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (853,305 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ที่ 8.7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 10.4%
สำหรับภาพรวมการส่งออกทั้งปี 2567 ทำมูลค่าการส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการส่งออกในรูปของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ พุ่งทะยานสู่ระดับ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับการส่งออกในรูปของเงินบาทก็มีมูลค่าสูงกว่า 10 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การส่งออกในเดือนธันวาคมได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าทุนและวัตถุดิบของไทยในทุกหมวดและยังขยายตัวเกือบทุกตลาดส่งออกสำคัญ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของนโยบายทางการค้าโลกในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ การส่งออกของไทยทั้งปี 2567 ขยายตัว 5.4% และเมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 5.4%
โดยภาพรวมภาวะการค้าระหว่างประเทศเดือนธันวาคม 2567 และทั้งปี 2567 มีดังนี้
มูลค่าการค้ารวม
มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนธันวาคม 2567 การส่งออก มีมูลค่า 24,765.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 8.7% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 24,776.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 14.9% ดุลการค้า ขาดดุล 10.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ภาพรวมของทั้งปี 2567 การส่งออก มีมูลค่า 300,529.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 5.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 306,809.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 6.3% ดุลการค้าของปี 2567 ขาดดุล 6,280.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนธันวาคม 2567 การส่งออก มีมูลค่า 853,305 ล้านบาท ขยายตัว 7.2% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 863,930 ล้านบาท หดตัว 13.4% ดุลการค้า ขาดดุล 10,625 ล้านบาท
ภาพรวมของทั้งปี 2567 การส่งออก มีมูลค่า 10,548,759 ล้านบาท ขยายตัว 7.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 10,896,480 ล้านบาท หดตัว 3.8% ดุลการค้าของปี 2567 ขาดดุล 347,721 ล้านบาท
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 8.9% ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน โดยสินค้าเกษตร ขยายตัว 10.7% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 6.7%
โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ยางพารา ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้สด ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ข้าว และ น้ำตาลทราย
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 11.1% ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน
โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมัน เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ
ตลาดส่งออกสำคัญ
การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัว ตามอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าที่เพิ่มขึ้น จากความกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายทางการค้าโลกในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
ตลาดหลัก ขยายตัว 12.0% โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ 17.5% จีน 15.0% ญี่ปุ่น 0.6% สหภาพยุโรป (27) 19.1% และ CLMV 20.7% ขณะที่อาเซียน (5) หดตัว 0.6%
- ตลาดรอง ขยายตัว 6.2% โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ 44.5% ตะวันออกกลาง 11.3% แอฟริกา 8.7 %ลาตินอเมริกา 12.3% รัสเซียและกลุ่ม CIS 37.0% และสหราชอาณาจักร 37.4% ขณะที่ตลาดทวีปออสเตรเลีย หดตัว 15.5%
ตลาดอื่น ๆ หดตัว 65.3%
แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป
แนวโน้มการส่งออกในปี 2568 กระทรวงพาณิชย์คาดว่าการส่งออกทั้งปี 2568 จะขยายตัวได้ที่ 2 - 3% ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงในระดับปัจจุบัน แรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ การย้ายฐานการผลิตมายังกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงไทยมากขึ้น และการเร่งส่งเสริมการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยเชื่อมโยงเข้ากับสินค้าส่งออกเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้เป็นที่จดจำในระดับโลก
“ตอนนี้ส่งออกไทยขยายตัวต่อเนื่องมา 6 เดือน ก็คาดว่าในเดือน ม.ค. 68 ก็จะขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ขณะที่มีปัจจัยท้าทายจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งกระทบกับบรรยากาศการค้าโลก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อยาวนาน และความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และวางแผนเตรียมความพร้อมร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การค้าไทยเติบโตอย่างยั่งยืน”
สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือกับนโยบาย Trump 2.0 นายพูนพงษ์ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญและสั่งทุกกรมให้ติดตามอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในเดือน กุมภาพันธ์ 2568 คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์จะเดินทางไปยังสหรัฐฯ ด้วย
“ต้องรอดูเพราะว่าประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งรับตำแหน่งได้ 2-3 วัน นโยบายก็ค่อยๆ ทยอยออกมา มีทั้งส่วนที่เป็นบวกและผลกระทบทางลบกับประเทศไทยและอาเซียน”