เลี้ยงลูกแบบเพื่อน เป็นเพื่อนสนิทของลูก ดีกับลูกจริงเหรอ?
ครอบครัวรุ่นใหม่อาจคิดว่าพ่อแม่ที่พยายามทำตัวเป็นเพื่อนกับลูกให้มากที่สุด จะช่วยให้ครอบครัวมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่ทว่าในทางจิตวิทยา พ่อแม่ที่พยายาม เลี้ยงลูกแบบเพื่อน หรือก้าวเข้าไปอยู่ในสถานะเพื่อนกับลูกเร็วเกินไป อาจทำให้ลูกเป็นเด็กขาดวินัย รู้ไม่มั่นคง และมีโอกาสต่อต้านพ่อแม่มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ลูกมีอายุต่ำกว่า 13 ปี เนื่องจากเด็กในวัยนี้ยังต้องการผู้ชี้นำและขอบเขตที่ชัดเจนเพื่อสร้างพื้นฐานวินัยที่มั่นคง การที่คุณพ่อคุณแม่ทำตัวเสมอลูกเกินไปอาจทำให้เด็กเกิดความสับสนและไม่เคารพกฎระเบียบ ซึ่งส่งผลต่อความรับผิดชอบในตัวเองและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมช่วงวัยที่เหมาะสมแก่การ เลี้ยงลูกแบบเพื่อน จึงเป็นช่วงวัยรุ่นที่ลูกมีพื้นฐานความรับผิดชอบที่ดี มีวินัยมากพอ และสามารถเข้าใจเหตุผลได้มากขึ้น แต่สำหรับลูกที่ยังเด็กเกินไปนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่จำเป็นต้องรีบทำตัวเป็นเพื่อนสนิทกับลูก แต่สามารถใช้แนวทางการเลี้ยงดูที่การวางรากฐานเพื่อการเติบโตที่มั่นคงและมีคุณภาพในระยะยาว ดังนี้1. สร้างขอบเขตที่ชัดเจนและมีเหตุผล
การกำหนดกิจวัตรประจำวันที่สม่ำเสมอและกฎเกณฑ์ที่เรียบง่าย เช่น กำหนดเวลาตื่นนอน เวลารับประทานอาหาร เวลาเล่น หรือตั้งกฎให้ล้างมือก่อนกินข้าวทุกครั้ง ไม่ได้เป็นเพียงการฝึกระเบียบวินัย แต่เป็นการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้แก่ลูกด้วย เมื่อลูกรู้ว่าสิ่งใดทำได้และสิ่งใดมีข้อจำกัด ลูกจะเรียนรู้การควบคุมตัวเองและการรอคอย ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ลูกจะไม่ได้เรียนรู้เลย หากคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกแบบให้อิสระมากเกินไป2. เป็นผู้นำที่น่าเชื่อถือ
เด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการสังเกตและซึมซับพฤติกรรมคนรอบตัว ลูกจึงต้องการต้นแบบที่พึ่งพิงได้ทั้งในด้านการตัดสินใจและการจัดการอารมณ์ การที่คุณพ่อคุณแม่แสดงความหนักแน่นผ่านการกระทำและคำสั่งที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกได้มากกว่า เมื่อลูกทำผิด การชี้แนะด้วยเหตุผลอย่างสงบและหนักแน่นจะช่วยให้ลูกแยกแยะถูกผิดได้ดีกว่าการปล่อยให้ตัดสินใจด้วยตัวเองการเป็นผู้นำที่อบอุ่นแต่เด็ดขาด จะสร้างความยำเกรงที่แฝงไปด้วยความเคารพ รัก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ต่างจากความกลัวจากการบังคับขู่เข็ญอย่างสิ้นเชิง3. ฝึกให้รู้จักรับผิดชอบและยอมรับผลของการกระทำ
การฝึกให้ลูกมีความรับผิดชอบ สามารถฝึกได้ตามวัยไม่ต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ เช่น ฝึกให้เก็บของเล่นเข้ากล่องหลังเล่นเสร็จ ล้างจานตัวเองหลังกินเสร็จ นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกได้เผชิญกับผลลัพธ์ตามธรรมชาติจากการกระทำของตัวเองภายใต้การดูแลที่ปลอดภัย เช่น หากลูกไม่เก็บของเล่นและทำชิ้นส่วนของเล่นหาย คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกเรียนรู้ถึงความเสียดายจากการสูญเสียนั้น จะช่วยบ่มเพาะลักษณะนิสัยที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่4. สื่อสารด้วยเหตุผลและภาษาที่เหมาะสม
แม้จะไม่เลี้ยงลูกแบบเพื่อน แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถสื่อสารกับลูกด้วยความเคารพในตัวตนของลูกได้ การอธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังกฎเกณฑ์ต่างๆ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและสมวัย จะช่วยให้ลูกเข้าใจได้ว่ากฎที่คุณพ่อคุณแม่หรือที่โรงเรียนกำหนดนั้น มีไว้เพื่อปกป้องตัวลูกเอง ไม่ใช่การจำกัดสิทธิเสรีภาพอย่างไร้เหตุผลการสื่อสารสองทางที่เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น แต่ยังคงรักษาการตัดสินใจสุดท้ายไว้ที่คุณพ่อคุณแม่ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้การสื่อสารอย่างมีวุฒิภาวะและการเคารพในบทบาทหน้าที่ของผู้อื่น5. สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์
ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนเริ่มต้นจากการเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ลูกไว้วางใจได้ในทุกสถานการณ์ การให้เวลาที่มีคุณภาพและการแสดงความรักอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ลูกรับรู้ว่า แม้จะมีกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตาม แต่ความรักของคุณพ่อคุณแม่จะยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเด็กมีความมั่นคงทางอารมณ์สูง จะมีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณพ่อคุณแม่ด้วยความสมัครใจมากกว่าการถูกบังคับการวางรากฐานด้วยความเชื่อใจนี้เอง ที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่สถานะเพื่อนคู่คิดได้อย่างงดงามเมื่อลูกเติบโตเข้าสู่วัยที่เหมาะสมอ่านบทความ: เลี้ยงลูกแบบเพื่อน (Friendly But Firm) ได้ผลดีจริงเหรอ?!อ้างอิงPSYChulaTheChildrensTrustMaggieDent