โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะสเต็ปปั้นพอร์ต ถอดสูตรลงทุนฉบับมือใหม่ "กวี ชูกิจเกษม" ชี้ช่องซื้อหุ้น…ต้องซื้อช่วงวิกฤติ

Thairath Money

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยกทัพความรู้ไปเยือนนักลงทุนภาคตะวันออก ในงาน "ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร ระยอง" ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างล้นหลามคือ

เวทีสัมมนาหัวข้อ"ถอดสูตรลงทุนเลือกหุ้นฉบับมือใหม่ แบบ Step by Step" โดยกูรูด้านการลงทุนชื่อดัง กวี ชูกิจเกษม ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริหารพอร์ตลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ที่มาบรรยายเพื่อปลดล็อกกรอบความคิดและติดอาวุธให้นักลงทุนมือใหม่แบบเจาะลึก

ประโยคสำคัญที่ กวี เน้นย้ำคือ “เราต้องรู้ก่อนว่าตัวเองเก่งอะไร ลงทุนอะไรเก่งที่สุด เมื่อมีความพร้อมค่อยก้าวเข้าไปลงทุน” หุ้นอาจไม่ใช่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเสมอไป หากเราไม่มีความรู้ความเข้าใจ

ดังนั้น ก้าวแรกของมือใหม่คือการสำรวจตัวเองว่ามีความถนัดแบบไหน เพราะนักลงทุนแต่ละคนก็มีสไตล์ที่แตกต่างกัน บางคนร่ำรวยจากการลงทุนตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่พระเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว

แต่ถ้าใครรู้ตัวและค้นพบแล้วว่า “ตลาดหุ้น” คือสนามของตัวเอง นี่คือ 3 สเต็ปสำคัญ ที่ Thairath Money สรุปมาให้แล้ว

Step 1 : หา "หุ้นพื้นฐานดี" และคิดแบบ "เจ้าของธุรกิจ"

กวี ชูกิจเกษม กล่าวว่า สถิติที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าในระยะยาว ตลาดหุ้นมีทิศทางปรับตัวขึ้นเสมอ แต่สาเหตุที่นักลงทุนหลายคนไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะ "เลือกหุ้นผิด"

หลายคนพยายามวิ่งตามหาหุ้นที่จะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่าง Nvidia แต่ในความเป็นจริง ไม่มีใครการันตีได้ว่าหุ้นตัวไหนจะพุ่งทะยานแบบนั้น

การแบ่งเงินไปลงหุ้นตัวเล็กๆ สัก 1-2% ไม่ใช่เรื่องผิด แต่สำหรับแนวทางการลงทุนแบบเน้นคุณค่า หรือที่เราคุ้นหูกันว่า VI (Value Investor) นั้น เราไม่จำเป็นต้องหาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนหลายเด้งเสมอไป ขอแค่เป็นหุ้นที่ "อยู่กับเราไปได้นานๆ"

หัวใจสำคัญคือ การลงทุนแบบเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยคัดเลือกบริษัทชั้นดีผ่าน 2 เครื่องมือหลัก ได้แก่

1.เช็กสุขภาพผ่านงบการเงิน

หลักในการเลือกหุ้นที่ดี คือการพิจารณาตัวเลขทางการเงินของบริษัทนั้นๆ เช่น อัตรากำไรขั้นต้นที่สม่ำเสมอ ค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับต่ำ หนี้สินน้อย และความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ควรสูงกว่า 15% ขึ้นไป ตัวเลขย้อนหลังเหล่านี้ คือสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่า หุ้นตัวที่เราจะลงทุนในอดีตมีความแข็งแกร่งแค่ไหน

2.สแกนด้วย Five Force Model

อีกวิธีหนึ่ง คือการวิเคราะห์จาก “Five Force Model” เพื่อหาความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัทที่เราจะไปลงทุน โดยประเมินจาก 5 ด้าน ได้แก่

  • 1. อุปสรรคด้านคู่แข่งขันใหม่
  • 2. อำนาจต่อรองของซัพพลายเออร์
  • 3. อำนาจต่อรองของลูกค้า
  • 4. อุปสรรคของสินค้าทดแทน
  • 5. ความรุนแรงของการแข่งขันในอุตสาหกรรม

บริษัทที่รับมือกับแรงกดดันเหล่านี้ได้ดี จะสามารถรักษามาร์จิ้น สร้างกำไรต่อเนื่อง และเป็นหุ้นคุณภาพในระยะยาว

Step 2: "หุ้นถูก" จะปรากฏตัวเมื่อเกิด "วิกฤติ"

เมื่อวิเคราะห์และได้รายชื่อหุ้นพื้นฐานดีแล้ว สิ่งที่นักลงทุนต้องทำคือ "การรอจังหวะ" ให้เกิดวิกฤติ ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นตกลงมาอย่างหนัก และมักจะเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดีในราคาที่ถูกลง แทนที่จะไล่ซื้อหุ้นในตอนที่ราคากำลังแพงหรือมีนักลงทุนรายอื่นแห่เข้าไปซื้อจำนวนมาก

วิกฤติต่างๆ บนโลกนั้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ สงคราม ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด และยิ่งเป็นตลาดหุ้นไทย ยิ่งมีโอกาสเกิดวิกฤติขึ้นได้บ่อยเข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการเมือง น้ำท่วม หรือผลกระทบจากภาคการท่องเที่ยว ถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเผชิญกับความผันผวนไปแล้ว

“ทุกวิกฤติคือโอกาส สังเกตมั้ยครับว่าเวลาหุ้นลง ลงไม่นานครับ…ช่วงนั้นแหละครับ คือช่วงที่ผมเลือกช้อปปิ้ง” กวี ชูกิจเกษม กล่าว

Step 3: มองข้ามช็อต "หุ้นไทย" หา S-Curve ใหม่ที่ยังมีโอกาส

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ แล้วตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจอยู่จริงไหม แม้วันนี้เราอาจจะยังไม่เห็น S-curve ใหม่ที่ชัดเจน แต่ประเทศไทยกลับมี "จุดเด่นทางภูมิศาสตร์" ระดับโลกที่ซ่อนอยู่ เช่น

ศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาค ไทยเป็นศูนย์กลางแร่ธาตุ เป็นผู้นำในการผลิตฮาร์ดดิสก์ (HDD) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อีกทั้งยังมีจุดแข็งเรื่องพลังงานไฟฟ้าที่เหลือเฟือ และแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อระบบหล่อเย็น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา Data Center ในยุค AI

ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและ Medical Hub ด้วยทำเลที่ตั้ง ประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของประชากรโลก กว่า 2 ใน 3 ของคนทั่วโลกสามารถบินมาถึงไทยได้ภายใน 3-5 ชั่วโมง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนก็ยังต้องเดินทาง และการวางโพสิชันเป็น Medical Hub ยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมบริการและสุขภาพของไทย

ดังนั้น ตลาดหุ้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และยังมีโอกาสในการลงทุนอีกมาก หากเราเริ่มต้นด้วยความรู้ ความเข้าใจในพื้นฐานธุรกิจ อดทนรอคอยจังหวะที่เหมาะสม และมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างเศรษฐกิจ

อ่านมาถึงตรงนี้ หากอยากเรียนรู้ทริกการลงทุนแบบเจาะลึกมากยิ่งขึ้น ขอบอกว่าอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่อย่าง "ตลาดหลักทรัพย์ฯ สัญจร" จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังคงเดินหน้าส่งต่ออาวุธการลงทุนให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง

โดยสถานีต่อไปเตรียมขึ้นเหนือไปมอบความมั่งคั่งกันถึง "จังหวัดเชียงใหม่" ซึ่งรับประกันเลยว่ากองทัพวิทยากรระดับท็อปจะมาร่วมแชร์กลยุทธ์กันแบบหมดเปลือกเหมือนเดิมแน่นอน

นักลงทุนท่านใดที่ไม่อยากพลาดอีเวนต์อัปสกิลพอร์ตให้เติบโตแบบนี้ สามารถเข้าไปเช็กตารางกิจกรรมและเกาะติดความเคลื่อนไหวได้เลยที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย www.set.or.th

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะสเต็ปปั้นพอร์ต ถอดสูตรลงทุนฉบับมือใหม่ "กวี ชูกิจเกษม" ชี้ช่องซื้อหุ้น…ต้องซื้อช่วงวิกฤติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...