โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เท้ง” นำขบวนดันกฎหมายประกันสังคม ชูพลังประชาชน ชี้ กองทุนต้องโปร่งใส ย้ำควรปฏิรูปออกจากระบบราชการ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

“เท้ง” นำขบวนดันกฎหมายประกันสังคม ชูพลังประชาชน ชี้ กองทุนต้องโปร่งใส ย้ำควรปฏิรูปออกจากระบบราชการ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบางโพ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดกิจกรรมวันนี้ ที่พรรคประชาชนนำขบวนการเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับประกันสังคมยื่นต่อรัฐสภา ว่า ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้ผ่านในสภาฯ ได้ คือการได้พลังของประชาชนในการสนับสนุน ซึ่งเงินในกองทุนประกันสังคมเป็นเงินของผู้ประกันตนทุกคน และมีจำนวนเงินใหญ่กว่าเม็ดเงินงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี โดยผู้ประกันตน 20 กว่าล้านคน ควรจะต้องได้รับการคุ้มครองที่เป็นธรรม และเรื่องการใช้จ่ายเงินในกองทุนก็ต้องมีความโปร่งใส บอร์ดประกันสังคมก็ต้องยึดโยงกับผู้ประกันตน และการบริหารเงินในกองทุนก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพ

เมื่อถามว่าร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรคประชาชนเรามีเสียงเพียงพอที่จะทำให้ร่างกฎหมายนี้ผ่านในสภาฯ ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนได้มีการพูดคุยมาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้วันนี้เราต้องจัดการรณรงค์และเดินขบวน เพราะสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้การผลักดันกฎหมายฉบับนี้ผ่านได้ ตนคิดว่าอีกหนึ่งพลังเสียงที่สำคัญ คือเสียงจากผู้ประกันตนและประชาชนที่อยู่นอกสภาทุกคน

เมื่อถามว่ากฎหมายจะต้องผ่านทั้งเสียงของ สส.และ สว. จะมีการขอเสียงอย่างไรบ้างนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเอาทีละด่าน หากเสียงของ สส.ผ่าน ในมุมการเมืองตนคิดว่า สว. ก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่มากนัก ดูจากบริบทของการเมืองที่เป็นอยู่ แต่ตนก็เชื่อว่าฝั่งรัฐบาลเองและในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง เราจะเห็นว่าพรรคการเมืองอื่นๆ อีกหลายพรรคก็ออกมาสนับสนุนในเรื่องของการผลักดันให้กองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ บริหารโดยมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจากท่าทีที่ผ่านมา ตนคิดว่าไม่น่าจะมีพรรคการเมืองใดที่จะออกมาคัดค้านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนทุกคน

ด้าน นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต7 พรรคประชาชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกคนที่ติดตามข่าวในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ก็จะเห็นได้ว่ากองทุนประกันสังคมมีปัญหาอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโปร่งใส ที่เราไม่เคยรู้เลยว่ากองทุนเอาเงินผู้ประกันตนไปทำอะไร หากพวกตนไม่ออกมาพูดก็ไม่มีใครรู้เลยว่าเงินประกันตนลงทุนที่ไหนใช้เงินอย่างไรบ้าง รวมถึงการยึดโยงกับผู้ประกันตนที่ท้ายที่สุดแล้ว กองทุนนี้เป็นการสมทบ 3 ฝ่าย และมีไว้เพื่อผู้ประกันตน คนที่มีอำนาจตัดสินใจมากที่สุดกลับเป็นข้าราชการ ซึ่งก็ไม่ได้ใช้กองทุนประกันสังคมด้วยซ้ำ และเรื่องมืออาชีพในการบริหารเมื่อผู้บริหารคือข้าราชการ ก็ต้องยอมรับว่าความเชี่ยวชาญในการบริหารกองทุนไม่สามารถบริหารได้อย่างมืออาชีพ ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนต่ำ จึงจะนำไปสู่ปัญหาที่ 4 เรื่องของความยั่งยืนของกองทุน ตนเคยได้ยินหลายๆ คนออกมาพูดว่า กองทุนประกันสังคมอาจจะเจ๊งในอีก 25 ปีบ้าง 30 ปีบ้าง ซึ่งเกิดจากปัญหาเรื่องความโปร่งใส ความยืดโยงของผู้ประกันตน และความเป็นมืออาชีพของการบริหาร ทำให้กองทุนขาดความยั่งยืน วันนี้เราจึงต้องปฏิรูปโครงสร้างกองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ ทำให้โปร่งใส ทำให้มืออาชีพมาบริหาร ทำให้ยึดโยงกับผู้ประกันตนมากที่สุด เพื่อทำให้กองทุนนี้เป็นกองทุนที่ยั่งยืนของคนทำงานในประเทศต่อไป

ส่วนกรณีกระแสข่าวที่มีการลงข้อมูลผิดนั้น นายสหัสวัต ระบุว่า จากการสอบถามไปยังทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งปัจจุบันยังคงรักษาการเป็นบอร์ดประกันสังคมอยู่ ซึ่งทีมนี้ให้ข้อมูลว่าพยายามหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้จากทางราชการในสำนักงานประกันสังคม ซึ่งยังไม่ได้ข้อชัดเจน และเรายังไม่เห็นเอกสารว่าการลงข้อมูลผิดนั้นเป็นการลงข้อมูลผิดอย่างไรหรือลงที่ไหน ตราบใดที่เรายังไม่เห็นเอกสารข้อเท็จจริง ตนคิดว่าข้อมูลนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ สำหรับพรรคประชาชนตอนนี้น่าจะใกล้มีการตั้งกรรมาธิการอย่างเป็นทางการแล้ว ตนคิดว่าเราจะใช้กลไกกรรมาธิการในการติดตามเรื่องนี้ต่ออย่างแน่นอน

"สุทัศน์" แจงยื่นหนังสือผ่านนายอำเภอถึง นายกฯ ปมทางด่วน-ท่อแตก ชี้เข็นรถเข็นเป็นมารยาทเจ้าบ้าน

เวลา 14.45 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าบางโพ นายสุทัศน์ มีศิริ สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่ตลาดบางใหญ่ แต่ทางนายอำเภอเป็นผู้รับแทน ว่า ตนได้เคยหารือเกี่ยวกับทางด่วน M81 และปัญหาท่อปะปาแตกในสภาฯ ไปแล้ว และพอดีนายกรัฐมนตรีมีโอกาสได้ไปเปิดงานไทยช่วยไทยที่ตลาดบางใหญ่ จึงถือโอกาสนี้จะไปยื่นหนังสือ เพื่อเป็นอีกทางหนึ่งที่จะดำเนินการให้ปัญหาในพื้นที่เสร็จสิ้นเรียบร้อย ซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้วทางนายอำเภอได้เจอก่อน จึงบอกว่าจะรับเรื่องไปดำเนินการให้ และตนในฐานะ สส.ในพื้นที่ ได้ไปต้อนรับนายกฯ ในฐานะเจ้าบ้านจึงไปต้อนรับปกติเป็นธรรมเนียมตามมารยาทที่ถูกต้อง

ส่วนกรณีที่นายสุทัศน์ ไปเข็นรถเข็นให้นายอนุทินนั้น นายสุทัศน์ กล่าวว่า ในจังหวะนั้นมีรถเข็นมาเบียด ตนจึงดันไป และคนเยอะมาก ถึงแม้ว่าจะมีการผลักดันหากสมมุติตนได้ไปเข็นรถเข็นให้นายกรัฐมนตรี ตนในฐานะเจ้าบ้าน ที่มีคนมาซื้อสินค้าบ้านตน ก็บริการตามมารยาทปกติ จึงคิดว่าไม่น่าเป็นปัญหาอะไร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...