ตำรวจแถลงชี้แจง คดีจับ อัจฉริยะ กรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้าน เผยทำเป็นขบวนการ เชื่อมีผู้เสียหายอีกมาก
ตำรวจแถลงชี้แจง คดีจับกุม อัจฉริยะ กรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้าน รับแล้วยังแฉต่อ เผยทำกันเป็นขบวนการ ยันมีหลักฐานชัด ไม่ได้กลั่นแกล้ง เชื่อมีผู้เสียหายอีกมาก ขอออกมาพบตำรวจ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 เม.ย.69 ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. ร่วมกันแถลงข่าว “คดีเรียกรับผลประโยชน์ 2.5 ล้านบาท กรณีห้องกัก ตม.สวนพลู” ภายหลังเมื่อวานนี้ (21 เม.ย.) ตำรวจนำกำลังเข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมพวกรวม 6 คน ในข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์” หลังผู้เสียหาย ”พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.3 บช.สตม.“ เข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับไม่ไลฟ์สดโจมตีการทำงาน เกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำผู้ต้องหาชาวจีนออกจากห้องกักของ ตม.
ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ได้ไล่เลียงว่า กลุ่มผู้ต้องหา มีการแบ่งหน้าที่ มีโครงสร้าง มีกลุ่มก้อน มีแผน ปทุษกรรม แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ทำหน้าที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ที่มีความน่าเชื่อถือในสังคม, กลุ่มที่ 2 ทำหน้าที่ข่มขู่ สร้างเงื่อนไข กระบวนการ ทำให้กลุ่มผู้เสียหายจำเป็นหรือยินยอมที่จะจ่าย
กลุ่มที่ 3 ทำหน้าที่รับเงิน ซึ่งมีความเชื่อมโยงมีความเกี่ยวข้องกัน มีการจ่ายเงิน มีการติดต่อ รวมถึงเรียกในขบวนการขั้นตอนตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นมา จนผู้เสียหายยินยอมจ่ายเงิน รวมเงินกันเพื่อจะจ่าย เพื่อไม่ยอมที่จะโดนแฉ ในสิ่งที่ไม่อยากจะนำเรียนว่าเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิด แต่ใดๆ ก็แล้วแต่กระบวนการถูกหรือผิดสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการคัดกรองอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของการจ่ายเงิน เราเก็บพยานหลักฐาน นอกจากคำพูดต่างๆ ของผู้เสียหายแล้ว เรามีร่องรอยและหลักฐานต่างๆ จนเห็นได้ชัดเจนว่ามีกระบวนการจ่ายเงินและเงินไปถึงใคร รวมถึงคำซัดทอดต่างๆ และถึงแม้เขาจะได้รับเงินแล้วก็ตาม แต่ก็ยังแฉอยู่ ซึ่งประเด็นตรงนี้ มีการแฉวันที่ 12 ม.ค.69 และหลังจากนั้นก็มีปัญหาเรื่อยมา จนกระทั่งกลุ่มผู้เสียหายตัดสินใจเข้ามาแจ้งความถูกขู่กรรโชก ในช่วงเดือน ก.พ.69 จนนำมาสู่ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้
ส่วนเรื่องจำนวนเงิน ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ไม่ได้ไล่เลียงชัดเจนว่า เรียกรับกี่ครั้ง เรียกครั้งแรกเท่าไหร่ แล้วเรียกเพิ่มเติมอีกเท่าไหร่ แต่ระบุกว้างๆ เพียงว่า กระบวนการขั้นตอนทั้งหมดมีการรับเรียกอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท
เมื่อถามถึงเหตุผลที่กลุ่มผู้เสียหายมาร้องหลังจากที่ผ่านไปแล้วนับเดือน ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ บอกว่า เมื่อมีการมาร้องทุกข์เราก็ดูไปตามพยานหลักฐาน และดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนการมาร้องทุกข์ช้าหรือเร็วน่าจะมีปัจจัยเช่นการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูล ส่วนการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ แต่มีทั้งการปฏิเสธแบบปฏิเสธเลย และปฏิเสธแบบให้การที่เป็นประโยชน์ ส่วนอินฟลู หลักๆ คือให้การปฏิเสธ แต่รายละเอียดขอสงวนสิทธิ์
เมื่อถามถึงหน้าที่ของบุคคลในขบวนการดังกล่าว ซึ่งอย่างที่ทราบไปว่ามี นายอัจฉริยะ, พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ซึ่งอดีตเคยรับราชการอยู่ใน บช.สตม. รวมถึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.52 กับผู้เสียหาย น.ส.วิภาดา ทนายความส่วนตัวของ นายอัจฉริยะ, ส.อ.สิทธิชัย คนขับรถของ นายอัจฉริยะ, นายจิรโรจน์ และ นางวิราวัลย์ ภรรยาของ นายจิรโรจน์
เมื่อถามอีกว่าตัวอินฟลูเอง เป็นคนคุยกับผู้เสียหายโดยตรงเลยหรือไม่ ในการเรียกรับเงิน 2.5 ล้าน หรือให้ทนายความเป็นคนเรียก ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ไม่ขอตอบ เพราะเป็นประเด็นในสำนวน
เมื่อถามย้ำถึงความสัมพันธ์ของอินฟลู และผู้เสียหายรู้จักกันจาก รองผู้การ ตชด. หรือไม่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ บอกว่า ประเด็นนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกัน หากถามว่ารู้จักกันหรือไม่ ฝั่งผู้ต้องหาและผู้เสียหายให้การคนละแบบ ส่วนตัวรองผู้การ ตชด. ภาค 4 ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.52 ให้การปฏิเสธ แต่ก็ยอมรับว่ารู้จักกับผู้เสียหาย
ถามว่าอินฟลูทำหน้าที่เป็นหัวโจกหรือเป็นคนวางแผนทั้งหมด ประเด็นนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตัวที่เป็นอินฟลู ที่ออกมาแฉอยากให้ไปดูคดีของ ศรีสุวรรณ จรรยา จะพบว่าการดำเนินการและแผนประทุษกรรมคล้ายๆ กัน ซึ่งการสืบสวนของตำรวจ เราคงมีข้อมูลมากกว่านี้ ในการดำเนินการเพราะข้อมูลบางอย่างที่เป็นพยานหลักฐานที่สามารถเอาผิดได้ ก็ล้วนอยู่ในการขอหมายจับดังกล่าว
ดังนั้น สิ่งที่เราพบเห็นว่ากลุ่มดังกล่าว มีการทำมากกว่าคดีนี้แน่นอน และเราขอเรียกร้อง ผู้ที่ถูกกลุ่มคนกลุ่มนี้ที่ได้รีดไถ-กรรโชกทรัพย์ขอให้เข้ามาพบตำรวจด้วย วันนี้ขบวนการของการบังคับใช้กฎหมายได้เริ่มแล้ว คงต้องเริ่มกระบวนการสืบสวนและขยายผลต่อไป
ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ไม่ใช่การเอาคืน เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดโดยมีพยานหลักฐาน ผู้กล่าวหา มาดำเนินการและมาแจ้งความ ไม่ใช่ว่าเราไปแสวงหาหลักฐาน ต้องยืนยันว่ามันเป็นเรื่องผู้เสียหายกับผู้ต้องหา ส่วนเราคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่มีอิทธิพล หรือประชาชนทุกคน ในมาตรฐานเดียวกัน
ส่วนประเด็นคลิปวงจรปิด นายอัจฉริยะ นั่งพูดคุยตำรวจคู่กรณี ก่อนถูกจับพร้อมพวก 6 คน จะมีผลต่อรูปคดีหรือไม่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ กล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้สื่อ ให้สังคมได้เห็นข้อมูลฝั่งผู้ต้องหา แต่เราเชื่อว่าคลิปของผู้ต้องหาพยามสื่อออกมานั้น เราเองก็มี ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้มาเช่นกัน แต่ ณ ขณะนี้เรายังไม่ได้เปิดคลิปมาเปรียบเทียบดู ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ก่อนที่จะเปิด แต่ยืนยันว่าจะตรวจสอบจนกว่าจะชัดเจน
ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ในคดีกรรโชกทรัพย์ และการตรวจสอบข้อเท็จจริงห้องกัก ตม.สวนพลู เป็นคนละส่วนกัน ซึ่ง สตช.ได้สั่งการให้คณะทำงานทั้งสองส่วนตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมของทุกฝ่าย และหากพบว่ามีตำรวจรายใดไปเกี่ยวข้อง จะต้องดำเนินการทางวินัย และทางอาญาอย่างเคร่งครัด
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงห้องกัก ตม.สวนพลู ทาง ตร. ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 10 ก.พ.69 โดยให้ดำเนินการตรวจสอบทั่วประเทศ ซึ่งทาง บช.น. ให้ตำรวจออกจากราชการไปแล้ว 7 ราย และเรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาที่พบว่ามีบุคคลที่เข้าข่ายการกระทำความผิดทางวินัย และจะต้องตรวจสอบเรื่องทางอาญาอีก 4 ราย คือ ตำรวจภูธรภาค 2, 3, 4 และ 7 ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบขยายผล
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุภายหลังแถลงข่าวว่า เรื่องของ พ.ต.อ.วัชรพล ผกก.ตม.3 ที่เป็นผู้เสียหายในคดีกรรโชกทรัพย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมีการตรวจสอบในภาพรวมทุกหน่วยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีผู้ต้องกัก ตม. ที่รับตัวออกไปแล้วไม่ส่งตัวกลับมา แต่ในหลายกองบัญชาการก็พบว่า เป็นความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของระบบการจัดเก็บข้อมูลของ สตม. ซึ่งก็มี เพราะพบว่ามีการส่งตัวกลับมาแล้วมีหลักฐานยืนยัน หรือบางส่วนตัวอยู่ระหว่างการถูกควบคุมที่เรือนจำถูกดำเนินคดีอยู่ แต่ ตม.ก็ไม่ได้รับยอดตัวนี้และไปตัดเป็นว่าไม่ได้รับตัวกลับ โดยมีการยืนยันตัวเลขกลับไป
ดังนั้น กระบวนการตรวจสอบยังดำเนินการอยู่ ทั้งนี้การดำเนินการ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตำรวจกองการต่างประเทศว่าสถานทูตจีนติดตามเรื่องผู้ต้องกักอยู่ 2 ราย จึงได้มีการสั่งตรวจสอบ จนเดือนกุมภาพันธ์ ได้ตรวจสอบภาพรวมทุกหน่วย
นักข่าวถามย้ำว่า แล้วการที่ พ.ต.อ.วัชรพล ยอมจ่ายเงิน ถือว่ารู้ว่าตัวเองกระทำความผิดหรือไม่ หรือจำใจที่จะต้องจ่าย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ตอบว่า เรื่องคดีกรรโชกทรัพย์ ผบช.ก. และคณะได้ชี้แจงไปแล้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตำรวจแถลงชี้แจง คดีจับ อัจฉริยะ กรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้าน เผยทำเป็นขบวนการ เชื่อมีผู้เสียหายอีกมาก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th