โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นาซาเผย ยานคิวริออซิตีพบ “โมเลกุลอินทรีย์” ชนิดใหม่บนดาวอังคาร ตอกย้ำโอกาสพบร่องรอยสิ่งมีชีวิตโบราณ

SPACEMAN

อัพเดต 22 เมษายน 2569 เวลา 21.38 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

หลังจากใช้เวลาวิเคราะห์ข้อมูลในห้องปฏิบัติการนานหลายปี ล่าสุดองค์การนาซาได้ประกาศการค้นพบครั้งสำคัญ เมื่อยานสำรวจพื้นผิวดาวอังคารคิวริออซิตี (Curiosity) ได้เจาะเก็บตัวอย่างหินเมื่อปี พ.ศ. 2563 และพบความหลากหลายของโมเลกุลอินทรีย์มากที่สุดเท่าที่เคยพบบนดาวเคราะห์แดง โดยในบรรดาโมเลกุลที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบกว่า 21 ชนิด มีถึง 7 ชนิดที่เพิ่งถูกค้นพบเป็นครั้งแรกบนดาวอังคาร

แม้นักวิทยาศาสตร์จะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าโมเลกุลอินทรีย์เหล่านี้เกิดขึ้นจากกระบวนการทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต หรือเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาตามธรรมชาติ แต่การค้นพบนี้ช่วยยืนยันและตอกย้ำอีกครั้งว่าดาวอังคารในอดีตกาลเคยมีสภาพแวดล้อมทางเคมีที่เหมาะสมต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต ข้อมูลดังกล่าวถูกตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Nature Communications เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 ตัวอย่างหินที่นำมาสู่งานวิจัยชิ้นนี้มีชื่อเล่นว่า "แมรี แอนนิง 3" (Mary Anning 3) ซึ่งถูกเก็บมาจากบริเวณตีนเขาเมานต์ชาร์ป (Mount Sharp)

พื้นที่บริเวณดังกล่าวเคยเป็นทะเลสาบและลำธารเมื่อหลายพันล้านปีก่อน เมื่อแหล่งน้ำแห่งนี้เหือดแห้งสลับกับมีน้ำเอ่อล้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอดีต จึงก่อให้เกิดแร่ดินเหนียวที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งดินเหนียวมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยเก็บรักษาสารประกอบอินทรีย์ หรือโมเลกุลที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม แม้หินเหล่านี้จะถูกรังสีบนดาวอังคารแผดเผามาอย่างยาวนานจนอาจทำลายโครงสร้างโมเลกุลไปตามกาลเวลาก็ตาม

หนึ่งในการค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือการพบโมเลกุลโครงสร้างแบบวงแหวนของอะตอมคาร์บอนที่มีธาตุไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ โครงสร้างระดับโมเลกุลลักษณะนี้ถือเป็นสารตั้งต้นทางเคมีที่สามารถพัฒนาไปสู่โมเลกุลที่ซับซ้อนขึ้นอย่างอาร์เอ็นเอ (RNA) และดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นกุญแจสำคัญในการเก็บข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

เอมี วิลเลียมส์ หัวหน้าทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา ระบุว่าการค้นพบนี้มีความสำคัญอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากเราไม่เคยพบสารโครงสร้างดังกล่าวบนพื้นผิวดาวอังคาร หรือแม้แต่ในอุกกาบาตจากดาวอังคารที่ตกลงมาบนโลกมาก่อนเลย นอกจากนี้ยังมีการค้นพบโมเลกุลที่มีคาร์บอนและกำมะถันเป็นองค์ประกอบ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มเชื่อว่าสารเหล่านี้อาจเป็นตัวนำพากระบวนการทางเคมี ก่อนเกิดสิ่งมีชีวิตมากระจายทั่วระบบสุริยะในยุคเริ่มแรก

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นได้จากห้องปฏิบัติการขนาดจิ๋วที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวยานคิวริออซิตี ซึ่งมีชื่อว่า แซม (Sample Analysis at Mars หรือ SAM) กลไกเริ่มจากการใช้สว่านที่ปลายแขนกลเจาะหินให้เป็นผงละเอียด แล้วส่งเข้าไปในห้องปฏิบัติการเพื่อนำไปเผาในเตาอบด้วยอุณหภูมิสูง ก๊าซที่ปล่อยออกมาจะถูกเครื่องมือวิเคราะห์มวลตรวจสอบเพื่อหาองค์ประกอบของหิน

นอกจากนี้ เครื่องมือดังกล่าวยังมีความสามารถในการทำ "เคมีแบบเปียก" โดยการหยดตัวอย่างหินลงในถ้วยสารละลายขนาดเล็กเพื่อสลายโมเลกุลขนาดใหญ่ให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น ซึ่งตัวอย่างหินแมรี แอนนิง 3 ถือเป็นตัวอย่างแรกบนดาวอังคารที่ได้ใช้สารละลายทรงพลังชนิดนี้

การย่อส่วนเครื่องมือวิเคราะห์ทางเคมีที่ซับซ้อนให้มีขนาดเล็กและใช้พลังงานน้อย เพื่อให้ทำงานบนดาวอังคารได้ ถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ ประสบการณ์ล้ำค่าจากการทดลองทางเคมีบนดาวอังคารของยานคิวริออซิตีได้ปูทางไปสู่การเตรียมความพร้อม ในการใช้งานเครื่องมือรูปแบบคล้ายกันสำหรับภารกิจในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นยานสำรวจดาวอังคารโรซาลินด์ แฟรงคลิน ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) และยานบินใบพัดดรากอนฟลาย ของนาซาที่จะเดินทางไปสำรวจดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ เพื่อเดินหน้าไขปริศนาจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิตในระบบสุริยะจักรวาลต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง: Jet Propulsion Laboratory

  • NASA’s Curiosity Finds Organic Molecules Never Seen Before on Mars
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...