สิ้นศรัทธา! บุกรวบเจ้าอาวาสคาวัด ซุกยาบ้า-กัญชาคากุฏิ จับสึกฟันโทษหนัก 3 เท่าฐานเป็นเจ้าพนักงาน
เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายสุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีคำสั่งเปิดปฏิบัติการ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” พร้อมกำชับทุกหน่วยงานในสังกัดบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะกรณีบุคคลที่สังคมให้ความเคารพศรัทธา แต่กลับใช้ศาสนาเป็นเกราะกำบังในการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า การกระทำลักษณะดังกล่าวไม่เพียงทำลายศรัทธาของพุทธศาสนิกชน แต่ยังเข้าข่ายความผิดร้ายแรง เนื่องจากเจ้าอาวาสมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย หากกระทำผิดคดียาเสพติด จะต้องรับโทษหนักขึ้นถึง 3 เท่า ตามบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงต้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 2 ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ตำบลสระขวัญ เขต 2 สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระแก้ว ตำรวจภูธรเมืองสระแก้ว และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองสระแก้ว ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 กรณีเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะพระสงฆ์ภายในวัดรวม 10 รูป โดยความสมัครใจ พบว่าเจ้าอาวาสมีผลเป็นบวก ขณะที่พระลูกวัดอีก 9 รูปไม่พบสารเสพติด จากนั้นได้เข้าตรวจค้นกุฏิ พบยาบ้าจำนวน 1 เม็ดครึ่ง กัญชาแห้ง และอุปกรณ์การเสพ
ภายหลังการตรวจค้น ได้รายงานให้เจ้าคณะตำบลพิจารณาทางวินัยสงฆ์ โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดร้ายแรง ฝ่าฝืนพระธรรมวินัยและคำสั่งมหาเถรสมาคม จึงมีคำสั่งให้สละสมณเพศ (ลาสิกขา) ทันที ก่อนเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหา (อดีตเจ้าอาวาส) ให้การรับสารภาพว่า ได้ซื้อยาบ้ามาจากบุคคลในพื้นที่ใกล้เคียงจำนวน 5 เม็ด เมื่อวันที่ 17 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบบ้านพักของผู้จำหน่าย แม้ไม่พบของกลางเพิ่มเติม แต่เจ้าตัวยอมรับว่าเพิ่งเสพยาเสพติด และผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเช่นกัน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยอดีตเจ้าอาวาสถูกแจ้งข้อหา ครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ส่วนผู้จำหน่ายถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
สำนักงาน ป.ป.ส. ย้ำว่าจะเดินหน้ายุทธการ “ตัดเนื้อร้าย” อย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องศรัทธาของสังคม พร้อมเตือนผู้ไม่หวังดีอย่านำผ้าเหลืองมาใช้เป็นเครื่องมือกระทำผิด หากพบจะถูกดำเนินคดีสูงสุดทันที ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับอย่างเคร่งครัด