โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เศรษฐกิจภายในสหรัฐ จุดอ่อนของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

แรกเริ่มเดิมทีหลายคนเข้าใจเอาว่าสงครามตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลฝ่ายหนึ่งกับอิหร่านอีกฝ่ายหนึ่ง คงขมวดจบแบบรวบรัด กินเวลาไม่นานมากมายนัก ทำนองเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาทำกับประเทศที่ด้อยพลานุภาพกว่าอย่างเวเนซุเอลาก่อนหน้านี้

แต่อิหร่านพิสูจน์ให้เห็นกันชัดเจนว่าหลายคนเหล่านั้นคิดผิด ถึงตอนนี้สงครามลุกลามมาสัปดาห์ที่ 7แล้ว ยังไม่มีวี่แววว่า ระบอบปกครองเทวนิยมของอิหร่านจะถูกโค่นล้ม และสงครามก็ไม่ได้บีบคั้นกดดันจนอิหร่านต้องยอมตามความต้องการของสหรัฐอเมริกาทั้งหมดแต่อย่างใด

ตรงกันข้ามศึกตะวันออกกลางครั้งนี้กลับแสดงให้เห็นว่า ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา และคนอย่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ก็มีจุดอ่อนจุดเปราะบาง ที่เผชิญแรงกดดันเมื่อใดเป็นยุบให้เห็นเมื่อนั้นเช่นกัน จุดอ่อนที่ว่านั้นก็คือ แรงกดดันทางเศรษฐกิจนั่นเอง

นักสังเกตการณ์บางคนบอกว่า แม้เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายนที่ผ่านมาเมื่ออิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรือผ่านได้อีกครั้ง สถานการณ์ก็ยังแสดงให้เห็นว่าทรัมป์เองมีขีดจำกัดที่จะแบกรับผลกระทบของวิกฤตอิหร่านที่มีต่อเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาเองต่ำมาก

ทรัมป์นำสหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามครั้งนี้ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยอาศัยข้ออ้างพื้นฐานว่าด้วยความเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของอิหร่าน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของทางการเตหะราน แต่ถึงตอนนี้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มในสหรัฐอเมริกาถีบตัวสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อขยับสูง คะแนนนิยมของทรัมป์ตกต่ำลงมากขึ้นตามลำดับ ทรัมป์ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหาทางลงทางการทูต เพื่อยับยั้งสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ในประเทศ

ทรัมป์และบรรดากุนซือคนสนิทดูเหมือนว่าจะประเมินศักยภาพของอิหร่านต่ำเกินจริงไปมาก ในแง่ของการสู้รบอิหร่านถูกถล่มอย่างหนัก แต่ในเวลาเดียวกันก็พิสูจน์ให้เห็นได้ชัดเจนว่ายังสามารถก่อความเสียหายในทางเศรษฐกิจให้กับทรัมป์และสหรัฐอเมริกาได้มากกว่าที่ใคร ๆ คาดคิด ด้วยการสร้างวิกฤตการณ์ด้านพลังงานครั้งเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นกันมาขึ้นผ่านการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ผลักดันราคาน้ำมันหน้าปั๊มทั่วโลกรวมทั้งสหรัฐอเมริกาสูงขึ้นอย่างพรวดพราด และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากขึ้น

แม้ว่าตัวทรัมป์จะแสดงออกซ้ำ ๆ หลายครั้งว่าไม่ยี่หระกับปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่เอาเข้าจริงแล้วทรัมป์ก็ไม่สามารถละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าแม้สหรัฐอเมริกาจะไม่ได้พึ่งพาน้ำมันราว 1 ใน 5 ของปริมาณที่ใช้กันทั่วโลก ซึ่งจำเป็นต้องผ่านเส้นทางฮอร์มุซ แต่การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านก็ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอเมริกันโดยตรง

เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศทั่วโลก ถึงขนาดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนว่าเศรษฐกิจของโลกเสี่ยงต่อการเกิดภาวะถดถอย ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อทรัมป์และพรรครีพับลิกันมากยิ่งขึ้น

นั่นคือที่มาของแรงกดดันให้ “หาทางลง” จากสงครามที่ไม่เป็นที่นิยมครั้งนี้ที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ในขณะที่นักการเมืองรีพับลิกันกำลังหาหนทางปกป้องเสียงข้างมากเล็กน้อยที่พรรคมีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรเอาไว้ให้ได้ในการเลือกตั้งกลางวาระที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

อิหร่านตระหนักประเด็นเหล่านี้ดี และใช้ประเด็นเหล่านี้เป็นประโยชน์บีบจนทรัมป์ต้องกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง

นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าประเทศที่เป็นคู่แข่งอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาอย่างจีนกับรัสเซียก็เห็นพ้องในประเด็นนี้ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ทรัมป์ไม่ว่าปากจะกล้าปานใด แข็งกร้าว อวดอิทธิพลมากแค่ไหน ก็หันมาหาทางลงทางการทูตโดยเร็วในทันทีที่เงื่อนไขทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาเริ่มเข้าสู่ภาวะอึดอัด

เบร็ต เบรน อดีตที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีบารัก โอบามา บอกว่า “ทรัมป์กำลังรู้สึกถึงความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจ ที่เป็นเหมือนจุดสลบของตัวเองในการเลือกทำสงครามครั้งนี้” หัวหน้านักวิเคราะห์บริษัทโกลบอล ซิทูเอชั่น รูม สแตรเทจิก ระบุ

คุช เดซาย โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐยอมรับว่าตลาดพลังงานกำลัง “มีปัญหา” แต่เป็นเรื่องชั่วคราว โดยย้ำว่าระหว่างที่ทรัมป์พยายามหาหนทางตกลงกับอิหร่านเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ก็ยังคงมุ่งเน้นดำเนินการตามวาระที่เคยให้สัญญาไว้เมื่อตอนหาเสียง คือ “ความเป็นอยู่ที่ดีและการเติบโตทางเศรษฐกิจ” โดยที่ทรัมป์สามารถทำทั้งสองอย่างพร้อมกันไปได้แบบสบาย ๆ

นักสังเกตการณ์ระบุว่า การเปลี่ยนท่าทีกะทันหันจากการโจมตีทางอากาศมาเป็นการเลือกวิธีเจรจาทางการทูตแทนเมื่อ 8 เมษายนที่ผ่านมา คือตัวอย่างที่ทรัมป์ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน และจากส่วนหนึ่งของกลุ่ม “มากา” (MAGA) ฐานเสียงสำคัญของตนเอง

ปัญหาทางเศรษฐกิจส่วนหนึ่งที่เกิดจากวิกฤตตะวันออกกลางตกแก่เกษตรกรอเมริกัน ที่เป็นฐานเสียงสำคัญของทรัมป์เช่นเดียวกัน สาเหตุก็คือการปิดฮอร์มุซเป็นการปิดเส้นทางส่งออกปุ๋ยเคมีที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อเกษตรกรในสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันปัญหานี้ยังส่งผลต่อค่าตั๋วเครื่องบินสำหรับการเดินทางในสหรัฐที่พุ่งสูงขึ้นจากภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน

การหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์กำลังจะสิ้นสุดลง ทรัมป์ที่ขึ้นชื่อนักหนาว่าคาดเดาไม่ได้ถูกทั่วโลกจับตามองว่าจะเลือกทางไหน ระหว่างประกาศว่าได้บรรลุเป้าหมายในการทำสงครามครั้งนี้แล้ว หรือจะยืดระยะเวลาหยุดยิงออกไปหลังวันที่ 21 หรือกลับมาทำสงครามรุนแรงระลอกใหม่อีกครั้ง

แต่หลังการประกาศหยุดยิงราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างชัดเจน ตลาดเงินที่บ่อยครั้งถูกทรัมป์ใช้เป็นมาตรวัดความสำเร็จพุ่งทะยานในทันทีที่อิหร่านบอกว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเสรีจนกว่าการหยุดยิงจะยุติ ทรัมป์ฉวยโอกาสในทันที ประกาศว่าช่องแคบปลอดภัยแล้วสำหรับการเดินเรือ โดยอ้างผิด ๆ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงที่ตนกำลังพยายามทำกับอิหร่าน ที่จะแล้วเสร็จสมบูรณ์โดยเร็วและเป็นไปอย่างที่ตนต้องการเป็นส่วนใหญ่ แต่แหล่งข่าวในอิหร่านกลับยืนกรานกับรอยเตอร์ว่า การเจรจายังมีช่องว่างที่ยังตกลงกันไม่ได้

ปัญหาใหญ่สำหรับทรัมป์ในเวลานี้ก็คือ ผู้เชี่ยวชาญเองเชื่อว่าแม้ว่าสงครามจะสิ้นสุดลงแต่ปัญหาวิกฤตพลังงานจะไม่แล้วเสร็จลงโดยทันที แต่ต้องใช้เวลานานนับเป็นเดือน ๆ หรืออาจเป็นปี ๆ กว่าจะกลับคืนสู่ภาวะปกติก่อนสงคราม

ความตกลงใด ๆ หากมีขึ้นจะบรรลุวัตถุประสงค์ที่ทรัมป์วางเอาไว้หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องนิวเคลียร์ที่ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างทำสงคราม เพราะอิหร่านปฏิเสธกรณีนี้มาตลอด

อิหร่านมียูเรเนียมที่ผ่านกระบวนการเสริมสมรรถนะแล้วอยู่จำนวนหนึ่ง เชื่อว่าตอนนี้ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังที่เกิดจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐกับอิสราเอลเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ในร่างข้อตกลงที่เสนอมามีข้อเรียกร้องให้สหรัฐทำงานร่วมกับอิหร่านเพื่อขุดยูเรเนียมเหล่านี้ออกมาแล้วนำกลับไปสหรัฐอเมริกา แต่ฝ่ายอิหร่านกลับยืนกรานว่าไม่จริง อิหร่านไม่มีวันตกลงกับความตกลงใด ๆ ที่จะส่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของตนออกนอกประเทศเด็ดขาด

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งชี้ไว้น่าสนใจอย่างยิ่งว่า พฤติกรรมของทรัมป์ระหว่างสงครามครั้งนี้ทำให้สหรัฐอเมริกาสูญเสียพันธมิตรไปไม่น้อยทั้งในยุโรปและเอเชีย ที่ตกตะลึงจังงังในตอนแรกเมื่อทรัมป์ตัดสินใจเปิดฉากสงครามโดยไม่ได้ปรึกษาหารือหรือแจ้งให้ทราบใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่คำนึงว่าพันธมิตรจะเสี่ยงอย่างไรหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เกรกอรี โพลิงผู้เชี่ยวชาญภูมิภาคเอเชียของศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการต่างประเทศ ในวอชิงตันชี้ว่า ทรัมป์แสดงให้พันธมิตรเหล่านี้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่สนใจผลลัพธ์ใด ๆนักวิเคราะห์ชี้ว่า อดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ระมัดระวังอย่างมากเมื่อต้องแซงก์ชั่นรัสเซียหลังการบุกยึดยูเครน เพราะเกรงจะกระทบกับราคาน้ำมันและก๊าซหน้าปั๊มในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ทรัมป์กำลังรณรงค์หาเสียงด้วยการสัญญาจะทำให้น้ำมันและก๊าซราคาถูก เงินเฟ้อลดลง ได้แสดงให้เห็นว่าทรัมป์อ่อนไหวไม่น้อยกับการถูกกล่าวหาว่าทำให้ราคาเหล่านี้สูงขึ้น ตัวอย่างเช่นถึงกับยอมลดอัตราภาษีศุลกากรให้จีนเมื่อปีที่แล้ว หลังจากถูกจีนขึ้นภาษีตอบโต้

ทรัมป์ประเมินจีนผิดในครั้งนั้น แล้วก็ประเมินอิหร่านผิดอีกครั้งในคราวนี้ เขาเชื่อผิด ๆ ว่าทุกอย่างจะรวบรัดเฉกเช่นเดียวกันกับกรณีเวเนซุเอลา และกำลังทำให้พันธมิตรในเอเชียไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือไต้หวัน คิดเอาว่าทรัมป์กำลังพยายามหาหนทางเพื่อสถาปนาสัมพันธ์ที่อบอุ่นขึ้นกับจีน โดยไม่สนใจผลกระทบอื่นใดต่อพันธมิตรในเอเชีย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนยุทธศาสตร์ของประเทศเหล่านี้ในอนาคต หากเกิดกรณีอย่างเช่นจีนบุกยึดไต้หวันขึ้นมา

ขณะที่พันธมิตรในยุโรปก็รู้สึกเป็นปัญหาในการต้องแบกรับผลกระทบจากสงครามที่ไม่เห็นด้วย และเริ่มไม่เชื่อคำมั่นของทรัมป์ที่จะช่วยยูเครนสู้ศึกรัสเซียต่อไปมากขึ้นส่วนพันธมิตรในบริเวณอ่าวเปอร์เซียก็ไม่เป็นสุขนักกับการที่ทรัมป์พยายามหาทางตกลงกับอิหร่านโดยที่ไม่มีพวกตนเข้าไปเกี่ยวข้องใด ๆ

ศึกอิหร่านครั้งนี้จะทำให้ตะวันออกกลางสั่นสะเทือนไปอีกนานทีเดียว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจภายในสหรัฐ จุดอ่อนของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...