อิหร่าน ตัดเน็ต 7 เส้นใต้ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมขู่เก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ
ความไม่ลงรอยระหว่างคู่ขัดแย้ง อิหร่าน และสหรัฐอเมริกา ในสงครามตะวันออกกลาง ยังคงไม่มีท่าทีจบสิ้น หลังจากข้อเสนอสู่สันติภาพยังไม่ได้รับข้อตกลงจากฝ่ายใด ล่าสุด อิหร่าน ดำเนินมาตรการเพิ่มอีกครั้ง
(9 พ.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า อิหร่าน เดินหน้าประกาศควบคุมสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ 7 เส้น ที่พาดผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
รายงานระบุว่า ภายใต้นโยบายใหม่ ผู้ประกอบการต่างชาติที่ต้องการใช้โครงข่ายสายเคเบิลในพื้นที่ดังกล่าว จะต้องยื่นขออนุญาตและปฏิบัติตามกฎหมายของอิหร่าน รวมถึงอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าต่ออายุรายปี ขณะที่การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา และการซ่อมแซมสายเคเบิลทั้งหมด จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัทในอิหร่าน
สายเคเบิลเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญต่อการรับส่งข้อมูลระหว่างยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย โดยข้อมูลจากหน่วยงานด้านโทรคมนาคมระบุว่า การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศกว่า 99% ของโลก อาศัยโครงข่ายสายเคเบิลใต้น้ำเป็นหลัก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ เกิดขึ้นหลังสำนักข่าว Tasnim ในอิหร่าน เผยแพร่บทความเสนอจาก กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กดดันให้อิหร่านใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นแหล่งสร้างรายได้จากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยชี้ว่า เส้นทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงคอขวดด้านน้ำมันและการขนส่งเท่านั้น แต่ยังเป็น “จุดกดดันทางดิจิทัล” ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ยังระบุว่า มีธุรกรรมทางการเงิน และข้อมูลมหาศาลไหลผ่านสายเคเบิลใต้น้ำในบริเวณนี้ทุกวัน พร้อมเสนอให้อิหร่านดำเนินมาตรการ 3 ขั้นตอน ได้แก่ การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทต่างชาติ การกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Meta Platforms, Amazon และ Microsoft ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายอิหร่าน และมอบสิทธิ์ควบคุมงานซ่อมบำรุงให้บริษัทในประเทศแต่เพียงผู้เดียว
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Fars ซึ่งถูกมองว่ามีความใกล้ชิดกับ IRGC ได้เผยแพร่ข้อความบนแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า อิหร่านคือผู้ควบคุม “ทางหลวงลับ” ใต้ทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ
นักวิเคราะห์มองว่า หากมาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้จริง อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และอาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงิน การสื่อสาร และบริการคลาวด์ทั่วโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักของสายเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมต่อระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม 2569 นี้ ตามคำเชิญของ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน
ขอบคุณข้อมูล : Times of Israel