โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

STA เปิดงบ Q1/69 กำไร 645 ลบ.ลดลง 6.3% หลัง ราคาขายและปริมาณขายยางที่ลดลง

efinanceThai

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

STA เปิดงบ Q1/69 กำไร 645 ลบ.ลดลง 6.3% หลัง ราคาขายและปริมาณขายยางที่ลดลง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 พ.ค. 69 8:48: น.

STA เผยผลงานไตรมาส 1/69 กำไร 645 ลบ. ลดลง 6.3%YoY หลัง ราคาขายและปริมาณขายยางที่ลดลง กดดันรายได้ทั้งยางธรรมชาติและถุงมือยางชะลอ แต่พลิกกลับมามีกำไรหากเทียบไตรมาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวของธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง พร้อมรับรู้รายได้เคลมประกันน้ำท่วมหนุน

บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 645.4 ล้านบาท ลดลง 6.3% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) หลังจากรายได้รวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 26,841.8 ล้านบาท ลดลง 21.9% เป็นผลหลักจากราคาขายและปริมาณขายยางที่ลดลง

รายได้ยางธรรมชาติลดลง YoY จากปริมาณขายที่ลดลงร้อยละ 13.9 YoY เนื่องจากในช่วงปลายปี 2567 มีอุปสงค์เร่งตัวก่อนการบังคับใช้มาตรการ EUDR ตามกำหนดเดิม ส่งผลให้ปริมาณขายและการรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/2568 อยู่ในระดับสูง รวมถึงราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงร้อยละ 10.9 YoY

รายได้ถุงมือบยางลดลง YoY เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยลดลงร้อยละ 15.4 YoY แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ จะปรับลดลงร้อยละ 9.1 YoY แต่ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทร้อยละ 7.0 YoY ท าให้ราคาขายเฉลี่ยในสกุลเงินบาทลดลงในอัตราที่มากกว่า รวมถึงปริมาณขายที่ลดลงร้อยละ 0.4 YoY

หากเทียบไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ผลงานของ STA พลิกกำไรจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 2.4% โดยมีปัจจัยหนุนจากการทยอยฟื้นตัวของทั้งธุรกิจยางธรรมชาติและธุรกิจถุงมือยาง นอกจากนี้ EBITDA ยังพุ่งสูงถึง 2,369.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 307.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) คิดเป็นอัตรากำไร EBITDA ที่ 8.8%

ผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวในไตรมาส 1/2569 มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจยางธรรมชาติ ตามทิศทางราคายางที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังจากได้รับแรงกดดันจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ (US Reciprocal Tariff) ตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 รวมถึงธุรกิจถุงมือยางที่กลับมาดำเนินการได้ตามปกติภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปีก่อน

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้ ได้แก่ อัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจยางธรรมชาติที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 8.7% จาก 5.7% ในไตรมาสก่อนหน้า และการกลับมาดำเนินการตามปกติของธุรกิจถุงมือยาง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวมาอยู่ที่ 10.4% จาก 7.2% นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มทยอยรับรู้รายได้ชดเชยค่าเคลมประกันจากเหตุการณ์อุทกภัยบริเวณอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อโรงงานถุงมือยางบางแห่งของบริษัทฯ

กำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2,564.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.9% QoQ จากการฟื้นตัวของอัตรากำไรทั้งธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง แต่อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 9.6% เพิ่มขึ้นจาก 6.4% ในไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

รายได้อื่นในไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 407.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.9% QoQ และ 473.6% YoY โดยหลักจากการทยอยรับรู้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ ได้รับรู้บางส่วนในไตรมาสนี้เป็นจำนวน 343 ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) อยู่ที่ 1,710.0 ล้านบาท ลดลง 31.9% QoQ เนื่องจากในไตรมาสก่อนมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ (Non-recurring expenses) โดยเฉพาะค่าความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยและอื่นๆ และลดลง 12.2% YoY โดยหลักจากค่าธรรมเนียมส่งออกยางพารา (CESS) และค่าใช้จ่ายด้านขนส่งที่ลดลงตามปริมาณการส่งออก

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 50.1 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 19.1 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน จากการกลับมาดำเนินธุรกิจท่อยางไฮโดรลิคแรงดันสูงได้ตามปกติ รวมถึงการรับรู้รายได้ชดเชยจากบริษัทประกันภัย

ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 316.9 ล้านบาท ลดลง 4.8% QoQ และ 33.6% YoY โดยลดลงจากการชำระคืนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...