โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศบก.’ เผย ‘ปตท.-บางจาก’ ดันกำลังผลิตน้ำมันอีก 9% แจงเหตุส่งออกน้ำมันลาว-เมียนมา

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 07.12 น. • The Bangkok Insight

"ศบก." เผย 'ปตท.-บางจาก' ดันกำลังผลิตน้ำมันอีก 9% ยอดขายดีเซลพุ่ง 35% คาดใช้เวลา 1-2 วันในการกระจายน้ำมันสำรอง แจงเหตุส่งออกน้ำมันลาว-เมียนมา

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสัมคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะเลขานุการ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงว่า เช้าวันนี้ (24 มี.ค.) ได้สอบถามข้อมูลจากทางบริษัท ปตท. และบริษัทบางจาก ซึ่งเป็น 2 รายที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูง ขณะนี้กำลังการกลั่นน้ำมันในเครือ ปตท. และบางจาก ทั้งคู่มีการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 9% และทาง ปตท.มีการกลั่นน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน

กำลังผลิตน้ำมัน

ที่ผ่านมาการจำหน่ายน้ำมันของทั้ง 2 บริษัทก็เพิ่มขึ้นในสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะบริษัทพีทีที โออาร์ ซึ่งมีการจำหน่ายน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติประมาณ 25% เฉพาะดีเซลเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติประมาณ 35% โดยที่ประชุม ศบก.เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ได้เน้นย้ำว่า จะต้องมีการกระจายน้ำมันไปให้กับทางผู้ค้าส่ง หรือ จ๊อบเบอร์มากขึ้น จะทำให้ตัวภาคอุตสาหกรรมจะได้ไม่ต้องมาเติมน้ำมันหน้าสถานีบริการ จะได้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับให้บริการได้ในลักษณะเดิมก่อนที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น

ขณะนี้ทางกลุ่มโรงกลั่น ไม่ว่าจะเป็นทางบริษัทไทยออยล์ จีซี ไออาร์พีซี และบางจาก ก็มีการส่งน้ำมันออกไปให้ทางจ๊อบเบอร์มากขึ้นแล้ว หลังจากภาครัฐผ่อนคลายน้ำมันสำรอง ทำให้สามารถส่งน้ำมันไปให้จ๊อบเบอร์และปั๊มน้ำมันต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าโควตาที่ได้มาแต่เดิม ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 วันในการที่จะกระจายน้ำมันออกไป ขณะเดียวกัน ณ วันนี้ เราคงต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบยังมีอยู่

กำลังผลิตน้ำมัน

ส่งออกน้ำมันแค่ 2 ประเทศไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน

ส่วนกรณีที่การพูดถึงการส่งน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และถึงขั้นส่งต่อไปยังประเทศที่สามว่า ที่ผ่านมาเราจำกัดการส่งน้ำมันออกนอกประเทศนี้อยู่แค่ 2 ประเทศ คือ สปป.ลาว และเมียนมา และขณะนี้จำกัดอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน เป็นของ สปป.ลาว 4 ล้านกว่าลิตรต่อวัน และเมียนมาประมาณ 3 แสนลิตรต่อวัน เหตุผลที่ต้องส่งไป สปป.ลาว เพราะเรามีความผูกพันในแง่ของเรื่องพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำที่ต้องใช้จากเขาอยู่ ซึ่งในช่วงถัดไปถ้าเราดูราคาก๊าซธรรมชาติแอลเอ็นจีในตลาดโลกขยับตัวเพิ่มขึ้น การให้บริการไฟฟ้าในประเทศอาจจะต้องปรับตัวในรูปแบบ Energy Mix จะมีสัดส่วนของการผลิตจากไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ พลังน้ำ และถ่านหิน ซึ่งมีแนวโน้มที่อาจจะต้องมีการสั่งไฟฟ้าจากพลังน้ำมากขึ้น เพื่อทำให้ราคาค่าเฉลี่ยไฟฟ้าของเราในช่วงที่ราคาแก๊สพุ่งสูงขึ้นอาจสามารถลดลงได้

"มีความจำเป็นที่เราต้องให้ความช่วยเหลือกับเพื่อนบ้าน แต่ยืนยันไม่มีวิ่งไปที่ประเทศที่สามแน่นอน เพราะปริมาณที่ สปป.ลาวใช้ก็จำกัดอยู่แล้ว ส่วนที่เมียนมา ที่เราส่งไปนั้น เพราะต้องไปใช้ในแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งก๊าซเหล่านั้นนี่จะถูกส่งเข้ามาที่โรงไฟฟ้าราชบุรี เพื่อที่จะผลิตพลังงานไฟฟ้าให้กับภาคกลางและภาคใต้ จึงจำเป็นต้องส่งออกไป" นายดนุชา กล่าว

ผ่อนคลายน้ำมันสำรอง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงมีความไม่แน่นอน รัฐบาลได้ทำในทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ คือ การผ่อนคลายเรื่องของน้ำมันสำรองเพื่อให้มีน้ำมันวิ่งเข้าไปในสถานีน้ำมัน แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนลดการตื่นตระหนกลงและช่วยกันประหยัดน้ำมัน เพราะกำลังการผลิตน้ำมันของเราจากโรงกลั่นทั้งหมดที่มีอยู่ 5 โรง อยู่ที่ประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน ขยายการผลิตได้เต็มที่จริง ๆ ก็อยู่ไม่เกิน 10% จากนี้ ดังนั้น การประหยัดน้ำมันในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติจึงต้องขอความร่วมมือประชาชนในการที่จะประหยัดพลังงาน

เมื่อถามว่า ในเรื่องเพดานต้องมีฉากทัศน์หรือไม่ว่า ถ้าถึงราคาระดับไหนต้องมีเพดานไว้ นายดนุชา กล่าวว่า เรื่องราคาน้ำมันผมคิดว่า เราต้องดูราคาตลาดโลกด้วย เพราะขณะนี้ราคาตลาดโลกผันผวนสูงมาก ราคาน้ำมันสำเร็จรูปดีเซลที่สิงคโปร์ ณ วันนี้ ประมาณ 200 กว่าดอลลาร์ ช่วงสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ขึ้นสูงสุดที่ประมาณ 135 ดอลลาร์ ซึ่งหลายประเทศต้องมาบริหารจัดการเรื่องราคาในลักษณะคล้ายกัน อย่างไรก็ตาม ต้องขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน กองทุนน้ำมันยังมีศักยภาพพอที่จะดูแลได้ แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนด้วย เพราะเป็นภาวะไม่ปกติ เราคงต้องอยู่กับภาวะไม่ปกติเช่นนี้ไปอีกระยะหนึ่ง

"ต้องเรียนตามตรงว่า แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะยุติลง แต่ไม่ได้หมายความว่า ราคาน้ำมันจะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ราคาน้ำมันคงอยู่ในระดับสูงและค่อย ๆ ลดลง จะเห็นว่า โครงสร้างพื้นฐานในพลังงานในกลุ่มประเทศอาหรับมีผลกระทบจากการสู้รบ ฉะนั้น การที่จะฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ให้กลับขึ้นมาอยู่ในกำลังผลิตเดิมต้องใช้เวลา ขณะเดียวกัน ในแต่ละประเทศยังมีความต้องการใช้น้ำมันอยู่ทุกวัน สิ่งที่ช่วยกันทำได้คือ ช่วยประหยัดพลังงาน" นายดนุชา กล่าว

กำลังผลิตน้ำมัน

ปริมาณน้ำมันดิบเพียงพอใช้ในประเทศ

เมื่อถามว่า วันนี้มีปั๊ม ปตท.บางแห่งยังขึ้นว่า ดีเซลหมด หากน้ำมันเพียงพอเหตุใดยังขาดอยู่ นายดนุชา กล่าวว่า น้ำมันดิบที่เข้าประเทศไทยในช่วง 20 กว่าวันที่ผ่านมา เข้ามาประมาณ 3.4 พันกว่าล้านลิตร ปริมาณน้ำมันดิบเพียงพอใช้ในประเทศ สิ่งที่ขาดคือ เรื่องการขนส่ง แม้จะสามารถให้วิ่งได้ 24 ชม.แล้วก็ตาม แต่จำนวนรถที่มีอยู่ในแต่ละผู้ค้ามีจำกัดและไม่สามารถเพิ่มได้ด้วยความรวดเร็ว เพราะการขนส่งน้ำมันมีเงื่อนไขของรถที่จะใช้อยู่ในแง่ของความปลอดภัย ต้องดูให้ดี ดังนั้น คิดว่า ตอนนี้ระบบกำลังพยายามปรับให้มีการขนส่งไปยังปั๊มให้ได้มากที่สุด

"ที่ถามว่า น้ำมันไม่มีหรือไม่ ยืนยันไม่ใช่ ย้ำว่า กำลังการกลั่นของดีเซล ในกลุ่ม ปตท. ปรับกำลังการกลั่นมา 9% น้ำมันมี แต่ขนส่งอาจจะไม่รวดเร็วทันใจเหมือนภาวะปกติ ภาวะนี้เป็นภาวะต่อเนื่องมา 2 สัปดาห์แล้ว ถ้าทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงาน ไม่ตื่นตระหนก จะช่วยให้สถานการณ์หน้าปั๊มดีขึ้นระดับหนึ่ง" นายดนุชา กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...