อิสราเอลผ่านกฎหมาย ตั้ง 'ศาลทหารพิเศษ' รื้อฟื้นโทษประหารชีวิตชาวปาเลสไตน์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีเมื่อปี 2023
เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พฤษภาคม 2026) รัฐสภาอิสราเอลอนุมัติกฎหมายจัดตั้ง ‘ศาลทหารพิเศษ’ สำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีที่นำโดยกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023
โดยศาลดังกล่าวจะมีอำนาจลงโทษ ‘ประหารชีวิต’ ซึ่งอิสราเอลไม่ได้ใช้วิธีการลงโทษนี้ตั้งแต่ปี 1962
สำหรับเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม 2023 ถือเป็นวันที่ทำให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการทหารโต้กลับในฉนวนกาซา หลังนักรบจากหน่วยคอมมานโด ‘นุคบา (Nukhba)’ ของกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลในวันดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,200 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน และยังมีการจับผู้คนไปเป็นตัวประกัน 251 คนกลับไปยังฉนวนกาซา
จากนั้น อิสราเอลได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฉนวนกาซา ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 72,000 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน และทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ในฉนวนกาซาพังพินาศ โดยอิสราเอลได้ควบคุมตัวนักรบประมาณ 200-300 คน ที่ถูกจับได้ในอิสราเอลระหว่างการโจมตีและยังไม่ตั้งข้อหา
ศาลทหารพิเศษที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายนี้จะมีคณะผู้พิพากษา 3 คนเป็นผู้พิจารณาคดีในกรุงเยรูซาเลม ซึ่งจะมีอำนาจในการดำเนินคดีกับบุคคลที่จับกุมได้ในฉนวนกาซา และผู้ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตี หรือมีส่วนในการกักขังและทำร้ายตัวประกันชาวอิสราเอล
กฎหมายใหม่นี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของอิสราเอลถึง 93 จาก 120 จากทั้งสมาชิกสภาฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านของอิสราเอล
โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ก่อเหตุทุกคนจะถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมภายใต้ประมวลกฎหมายอาญาของอิสราเอลที่มีอยู่ ในข้อหาที่ระบุว่าเป็นอาชญากรรมต่อชาวยิว อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงคราม ซึ่งไม่ได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 1962 แต่หากมีการตัดสินโทษประหารชีวิตจริง กฎหมายฉบับใหม่จะมีการอุทธรณ์ให้จำเลยโดยอัตโนมัติ
การพิจารณาคดีเหล่านี้จะเป็นไปโดย ‘เปิดเผยต่อสาธารณะ’ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดการไต่สวนนัดสำคัญ ทั้งนี้ ตามกฎหมายฉบับใหม่ จำเลยจะเข้าร่วมการพิจารณาคดีด้วยตนเอง ‘เฉพาะนัดที่สำคัญ’ เท่านั้น ส่วนนัดอื่นๆ จะเข้าร่วมผ่านระบบวิดีโอทั้งหมด ขณะที่เหยื่อผู้รอดชีวิตจะได้รับอนุญาตให้เข้าฟังการพิจารณาคดีในพื้นที่จริง
ยูเลีย มาลินอฟสกี (Yulia Malinovsky) สมาชิกสภาของอิสราเอลและหนึ่งในผู้ร่วมร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวจะเป็นหลักประกันให้เกิดการพิจารณาคดีที่ยุติธรรมและเป็นไปตามหลักกฎหมายโดยผู้พิพากษาของอิสราเอล ไม่ใช่โดยศาลเตี้ยหรือตามความรู้สึก
กฎหมายนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่า ร่างกฎหมายนี้ขัดกับสิทธิขั้นพื้นฐานในการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรมแก่ผู้ต้องสงสัย และโทษประหารชีวิตถือเป็น ‘การลิดรอนชีวิตโดยพลการ’ ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเด็ดขาดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และอาจเป็นอาชญากรรมสงคราม
กฎหมายใหม่นี้เป็นไปตามกฎหมายที่ได้รับการอนุมัติเมื่อปลายเดือนมีนาคม ซึ่งกำหนดโทษประหารชีวิตด้วยการ ‘แขวนคอ’ ให้เป็นโทษเริ่มต้นสำหรับชาวปาเลสไตน์ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในศาลทหารในข้อหาโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต แต่กฎหมายนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในและต่างประเทศและคาดว่าจะถูกปัดตกโดยศาลฎีกา
หลังกฎหมายฉบับนี้ออกมา ฮาเซม กัสเซม โฆษกฮามาส กล่าวว่ากฎหมายใหม่นี้อาจเป็นการปกปิดอาชญากรรมสงครามที่อิสราเอลก่อขึ้นในฉนวนกาซา
เนื่องจากขณะนี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศกำลังสอบสวนการกระทำของอิสราเอลในสงครามฉนวนกาซา และได้ออกหมายจับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีและ โยอาฟ กัลลันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงผู้นำฮามาสอีก 3 คน ซึ่งทั้งหมดถูกอิสราเอลสังหารไปแล้ว
อิสราเอลยังคงต่อสู้คดีโดยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง และโต้แย้งว่าสงครามของตนนั้นมุ่งเป้าไปที่ฮามาส ไม่ใช่ชาวปาเลสไตน์