เจ้าอาวาส ไม่ใช่เจ้าพนักงาน! พระคึกฤทธิ์ เข้ารับทราบ 2 ข้อกล่าวหา นำเงินวัดแจกโบนัสลูกศิษย์
นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของ พระคึกฤทธิ์ โสตถิผโล วัดนาป่าพง เปิดเผยภายหลังพระคึกฤทธิ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในฐานะความผิด ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ มาตรา 157 และมาตรา 147 ยักยอกเงินวัด
พระคึกฤทธิ์ ได้รับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว แต่ได้ยื่นเรื่องแย้งใน ความผิดมาตรา 157 อ้างว่าข้อกฎหมาย ว่าด้วย เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่
โดยทนายอ้างถึง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 45 ว่า ผู้ที่ถือเป็นเจ้าพนักงานต้องเป็นพระที่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ เช่น เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ หรือเจ้าคณะตำบล ส่วนเจ้าอาวาส มีอำนาจเพียงบริหารกิจการภายในวัด ไม่ได้ปกครองคณะสงฆ์ จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา
แม้ที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดี วินิจฉัยว่าพระบางรูปมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา และสามารถถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ได้ แต่ต้องพิจารณารายละเอียดของแต่ละคดีว่าพระรูปนั้นดำรงตำแหน่งอะไรในคณะสงฆ์
และได้อธิบายว่า ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 45 ผู้ที่ถือเป็นผู้ปกครองคณะสงฆ์ต้องเป็นพระที่ได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจปกครองคณะสงฆ์ในระดับต่าง ๆ อย่างชัดเจน โดยจะมีหนังสือแต่งตั้งกำหนดเขตอำนาจ แต่ในกรณีพระคึกฤทธิ์ ไม่มีอำนาจปกครองคณะสงฆ์ แบบเดียวกับเจ้าคณะระดับต่าง ๆ มีเพียงอำนาจบริหารกิจการภายในวัดเท่านั้น
นายนันทน ยังเผยว่าในอดีตที่ผ่านมาหลายคดีอ้างอิงกฎหมาย พ.ร.บ.สงฆ์
ปี 2505 ที่ใช้คำว่า เจ้าอาวาสมีอำนาจปกครองและบริหารกิจการวัด จึงถูกตีความว่าเป็นเจ้าพนักงาน แต่ฝ่ายทนายมองว่า การตีความนี้อาจคลาดเคลื่อน เพราะปกครองวัดไม่เท่ากับปกครองคณะสงฆ์
ส่วนประเด็นที่มีการจ่ายเงินค่าโบนัสให้กับพนักงานของวัดจำนวน 4 คน โดยเงินที่ได้รับเฉลี่ยประมาณเดือนละ 30,000 บาท มองว่าไม่เกินสมควร แต่ถ้าหากพนักงานสอบสวน มองว่าไม่สมควรก็พร้อมที่จะเข้ามาชี้แจงเส้นทางการเงิน
ฝ่ายทนายพระคึกฤทธิ์ ระบุว่า เตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง ที่นำข้อมูลเส้นทางการเงิน และข้อมูลส่วนบุคคลของลูกศิษย์วัดกว่า 30 คนไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ จนทำให้ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต ทั้งที่ยืนยันว่าเป็นการรับเงินโดยชอบด้วยกฎหมาย
อ่านข่าวเพิ่มเติม