โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'รมว.สุริยะ - รมช.ปิยะรัฐชย์' รุกปฏิบัติการฝนหลวง สยบวิกฤตไฟป่า-ฝุ่นเชียงใหม่ พร้อมชูเกษตรสีเขียวคืนลมหายใจให้ภาคเหนือ

VoiceTV

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 12.52 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 12.26 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน ณ หอประชุมอาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมลงพื้นที่ ว่า สิ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและการปกป้องสุขภาพของประชาชนไปพร้อมกัน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ระดมหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นบินต่อเนื่องกว่า 400 เที่ยวบิน ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศและลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองในภาคเหนือ อีกทั้ง พัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กบนพื้นที่สูงและระบบกระจายน้ำในพื้นที่เกษตรกว่า 1,000 แห่ง ใน 507 ชุมชน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและรองรับพื้นที่ทำการเกษตรในชุมชน ขณะเดียวกัน ได้สนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีในการเปลี่ยนตอซังหรือวัสดุทางการเกษตรให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์และถ่านไบโอชาร์ เพื่อเปลี่ยนเศษวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงให้เป็นรายได้แทนการเผาทิ้ง ซึ่งถือเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในมิติสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ รัฐมนตรีเกษตรฯ ได้ย้ำถึงยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในระยะกลางและระยะยาว โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรจากพืชเชิงเดี่ยวที่ใช้การเผาไปสู่เกษตรมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การปลูกผักในโรงเรือน กาแฟ และไม้ผลเมืองหนาวตามศักยภาพพื้นที่ พร้อมยกระดับสู่มาตรฐาน GAP PM2.5 Free เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเปิดประตูสู่ตลาดสีเขียว (Green Market) ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งพาการเผาอีกต่อไป ควบคู่ไปกับการดำเนินงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ที่จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อปฏิบัติการฝนหลวงและดัดแปรสภาพอากาศในช่วงวิกฤตอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ อีกทั้งยังสร้างกลไกสนับสนุนรายได้จากการดูแลระบบนิเวศ (Eco-system Services) เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมกันดูแลป่าต้นน้ำกว่า 5 แสนไร่ ตลอดจนส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรและการมีส่วนร่วมของชุมชนด้วยการใช้ฐานข้อมูลรายแปลงและระบบวิเคราะห์จุดความร้อน (Hotspot) เข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนในการชี้เป้าและป้องกันเหตุอย่างตรงจุด เพื่อเปลี่ยนให้สินค้าเกษตรจากเชียงใหม่เป็นสินค้าสีเขียวที่มีมาตรฐานการผลิตระดับสูงและสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรมและคุ้มครองผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ นายสุริยะได้ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรให้งดการเผาในพื้นที่อย่างเด็ดขาด โดยขอให้พี่น้องเกษตรกรเข้าใจถึงความจำเป็นในการร่วมมือกันงดเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งหากตรวจพบการฝ่าฝืนจนก่อให้เกิดมลพิษในวงกว้าง ทางภาครัฐมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการทางกฎหมายและอาจต้องระงับสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการสนับสนุนต่าง ๆ เป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้เกียรติแก่เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ให้ความร่วมมือดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเรามุ่งหวังที่จะเปลี่ยนให้ทุกคนมาเป็นพลังสำคัญในการดูแลพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งให้ลูกหลานชาวเชียงใหม่ต่อไป

หลังจากนั้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามนายกรัฐมนตรีไปยังวัดพระธาตุดอยสะเก็ด เพื่อตรวจติดตามภารกิจการดับไฟป่าตามแนวคิด “ป่าเปียก” หรือ Wet Fire Break และติดตามการสาธิตเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (UAV) สำรวจและดับไฟป่าในพื้นที่ พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในงานปฏิบัติภารกิจ อีกด้วย



Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...