Company Snapshot : SENX เปิดโมเดลปั้นรายได้ เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินดาวน์
#SENX #ทันหุ้น –SENX เร่งทรานส์ฟอร์ม ดัน “SENX” สู่ Asset Light เต็มรูปแบบชูกลยุทธ์โมเดล“Rent Next”เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินดาวน์ แก้ปมกู้ไม่ผ่าน มุ่งสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม ผ่านฐานลูกบ้านของกลุ่ม SENA
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซ็น เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENX เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า บริษัทได้วางทิศทางเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับธุรกิจสู่การเป็น Asset Light Company อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการปรับบทบาทองค์กรไปสู่การเป็น “Life Partner” ของลูกบ้าน เพื่อสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง และยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของภาคอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้บริษัทประเมินว่า โครงสร้างตลาดอสังหาไทยกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาอัตราการกู้ไม่ผ่าน(Loan Rejection) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและความเข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถพึ่งพารายได้จากการขาย (Sell) เพียงอย่างเดียวได้เหมือนในอดีต
@ ปรับโมเดลใหม่
ดังนั้น SENX จึงถูกวางให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจใหม่ ผ่านแนวคิดAsset Light ที่เน้นการสร้างรายได้จากบริการและการบริหารจัดการ แทนการลงทุนพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินทุนสูง โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือโมเดล “Rent Next” ซึ่งเป็นนวัตกรรมเช่าเพื่อซื้อ ที่ออกแบบมาเพื่อแก้Pain Point ของผู้บริโภคโดยตรง
ทั้งนี้ โมเดล “Rent Next” เปิดโอกาสให้ผู้เช่าสามารถนำค่าเช่าที่จ่าย100% มาเปลี่ยนเป็นเงินดาวน์ เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคตได้ ช่วยลดภาระการออมเงินก้อนใหญ่ ขณะเดียวกันยังเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้บริโภค โดยหากไม่ต้องการซื้อในทำเลเดิม ยังสามารถนำวงเงินบางส่วนไปใช้เป็นส่วนลดในโครงการอื่นของSENA หรือเปลี่ยนเป็นค่าแนะนำ(Referral Fee) เมื่อสามารถหาผู้ซื้อรายใหม่มาแทนได้ ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกและลดความเสี่ยงในการตัดสินใจซื้อบ้านในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
@ ต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้น
ในมุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจผศ.ดร.เกษรา ระบุว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะ ภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจชะงักงัน(Stagflation) สะท้อนผ่านต้นทุนการก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบและพลังงาน ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง และการเข้าถึงสินเชื่อยังคงมีข้อจำกัด ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวเชิงโครงสร้าง
ด้วยเหตุนี้ SENX จึงมุ่งเน้นการสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียม (Fee Income) เป็นหลัก อาทิ ธุรกิจบริหารนิติบุคคล การบริหารจัดการห้องเช่า และบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย ซึ่งเป็นรายได้ที่มีความสม่ำเสมอ และไม่ผันผวนตามวัฏจักรการขายโครงการ
นอกจากนี้ บริษัทยังต่อยอดโมเดลธุรกิจผ่านแนวคิด “Mini Dealership” โดยใช้ฐานลูกบ้านของกลุ่ม SENA เป็นช่องทางในการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานสะอาด (Green Energy) เช่น โซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน(Battery) และรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับลูกบ้านโดยตรง ช่วยสร้าง Ecosystem ทางธุรกิจที่ครบวงจร และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ต่อเนื่อง
@ ผลงานพลิกมีกำไร
ด้านผลการดำเนินงาน ผศ.ดร.เกษรา เปิดเผยว่า ภายหลังการปรับโครงสร้างธุรกิจSENX สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรอยู่ในช่วงประมาณ 70-100 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพของโมเดล Asset Light ที่ช่วยลดภาระการลงทุน และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ
สำหรับแผนในระยะยาว หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระดับที่ใหญ่ขึ้น ก็มีความพร้อม และมีแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
“บทบาทของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น Developer ที่ขายโครงการแล้วจบ แต่ SENX จะเป็นผู้ดูแลลูกบ้านตลอดการอยู่อาศัย เป็น Life Partner ที่สร้างคุณค่าเพิ่มผ่านบริการและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตของลูกบ้านง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และยั่งยืนมากขึ้น” ผศ.ดร.เกษรา กล่าวทิ้งท้าย