เกิดอะไร DELTA กำไรกระฉูด แต่ 3 โบรกประสานเสียง “ขาย”!
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - สรุปมุมมอง 3 โบรกเกอร์ต่อหุ้น DELTA: แนวโน้มกำไร Q1/26 โตเด่น แต่ราคาหุ้นพุ่งแรงจนทะลุพื้นฐาน
บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมากหลังจากราคาหุ้นบนกระดานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง จากการรวบรวมบทวิเคราะห์ล่าสุดของ 3 บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ได้แก่ บล.หยวนต้า , บล.เคจีไอ และ บล.กรุงศรี พบว่าทุกสำนักมีมุมมองที่สอดคล้องกัน คือ แม้ผลประกอบการจะมีความแข็งแกร่งและได้แรงหนุนจากเทรนด์ AI แต่ระดับราคาหุ้น ณ ปัจจุบันนั้น "แพงเกินไป" และมี Valuation ที่ตึงตัวอย่างมาก จนทำให้ทั้ง 3 แห่งแนะนำให้ "ขาย" หรือ "ลดน้ำหนักการลงทุน"
ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง:
- คาดกำไร 1Q26F เติบโตแข็งแกร่ง ท่ามกลางอุปสงค์ AI: โบรกเกอร์ประเมินว่ากำไรปกติในไตรมาส 1 ปี 2026 จะทำสถิติอยู่ในกรอบ 7.7 - 8.2 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างโดดเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีตัวขับเคลื่อนหลักคือยอดขายสินค้ากลุ่ม AI และ Data Center ที่เติบโตสูง ช่วยชดเชยความอ่อนแอของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้
- มูลค่าหุ้น (Valuation) ตึงตัวเกินพื้นฐาน: สาเหตุหลักที่ทำให้มีการปรับลดคำแนะนำลงคือ "ราคา" หยวนต้าระบุว่าราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบนค่า P/E ปี 2026 ที่สูงถึง 115 เท่า ซึ่งสะท้อนความคาดหวังในการเติบโตไปมากแล้ว ขณะที่มุมมองของกรุงศรีชี้ว่า การที่จะซื้อขายในระดับราคาปัจจุบันได้นั้น รายได้ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI ของ DELTA จำเป็นต้องเติบโตถึง 70% และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 50% ในช่วงปี FY26-27F ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยากและตึงตัวเกินไป
- ระบบหล่อเย็น (Liquid Cooling) ดาบสองคมที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์: สินค้าระบบหล่อเย็นด้วยของเหลวที่เริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1 เป็นต้นไป จะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ในช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ตาม สินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่จำเป็นต้องจ่ายค่าสิทธิ (Royalty fee) ในอัตรา 9-10% ให้แก่บริษัทแม่ที่ไต้หวัน ซึ่งหมายความว่ายิ่งมียอดขายผลิตภัณฑ์นี้มากเท่าใด ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้นและจะกดดันกำไรให้เห็นอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2/2026 เป็นต้นไป
ตารางเปรียบเทียบข้อมูลสำคัญจาก 3 โบรกเกอร์
โบรกเกอร์ วันที่ออกบทวิเคราะห์ คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท) ราคาอ้างอิง (บาท)* คาดการณ์กำไรปกติ 1Q26F (ล้านบาท) หยวนต้า (Yuanta) 16 เม.ย. 2026 ขาย (SELL) 208.00 317.00 7,784 เคจีไอ (KGI) 17 เม.ย. 2026 ลดน้ำหนัก (Underperform) 212.00 299.00 7,756 กรุงศรี (Krungsri) 20 เม.ย. 2026 ลดน้ำหนัก (Reduce) 232.00 301.00 8,202
หมายเหตุ: ราคาอ้างอิงคือราคาปิดทำการ (Closing Price) ที่ปรากฏในวันที่โบรกเกอร์นั้นๆ จัดทำรายงาน
ทำไม 3 โบรกเกอร์ถึงแนะนำให้ "ขาย" หรือ "ลดน้ำหนัก" หุ้น DELTA?
- ราคาหุ้นแพงเกินไป (Valuation ตึงตัวสุดขีด): ปัจจุบัน DELTA ซื้อขายที่ระดับ P/E ล่วงหน้าสูงถึง 115 - 120 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับที่ตึงตัวมาก โดยเฉพาะเมื่อนำไปเทียบกับบริษัทแม่ (Delta Taiwan) ที่มีค่า P/E ซื้อขายกันอยู่เพียงแค่ 50 เท่าเท่านั้น
- ราคาปัจจุบันสะท้อนข่าวดีไปหมดแล้ว (Upside จำกัด): แม้แนวโน้มธุรกิจและผลประกอบการจะเติบโตได้ดี แต่ราคาหุ้นบนกระดานได้ปรับตัวขึ้นไปสะท้อนความคาดหวังเชิงบวก (Priced-in) เหล่านี้ไว้แทบจะหมดแล้ว ทำให้โอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นไปได้อีกจากระดับนี้มีอยู่อย่างจำกัด
- ความคาดหวังของตลาดสูงเกินจริง: การที่จะทำให้ระดับราคาหุ้นในปัจจุบันมีความสมเหตุสมผล DELTA จำเป็นต้องทำให้รายได้จากกลุ่ม AI เติบโตถึง 70% และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 50% ในช่วงปี 2026-2027 ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเป้าหมายที่ยากและตึงตัวเกินไปมาก
- ภาระค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Fee) จ่อกดดันกำไร: แม้ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง "ระบบหล่อเย็น (Liquid Cooling)" จะช่วยกระตุ้นยอดขาย แต่สินค้ากลุ่มนี้มีต้นทุนแฝงคือต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้บริษัทแม่ที่ไต้หวันในอัตรา 9-10% หมายความว่ายิ่งขายสินค้าตัวนี้ได้มาก ต้นทุนในการขายและบริหาร (SG&A) ก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะเริ่มเห็นภาพการกดดันกำไรชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2/2026 เป็นต้นไป