โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นายกฯ ร่วมเปิดประชุม ESCAP ชูการพัฒนายึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง-ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

นายกฯ ร่วมเปิดประชุมประจำปีของเอสแคป สมัยที่ 82 ชูการพัฒนาที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง-ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รับมือโลกผันผวน-สังคมสูงวัย

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.25 น. ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมและกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุมประจำปี สมัยที่ 82 (82nd Session of the Commission: CS82) ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: ESCAP) ภายใต้หัวข้อหลัก “Leaving no one behind: advancing a society for all ages in Asia and the Pacific”

โดยภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของปาฐกถาพิเศษ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์โลกในปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรง และสภาวะทางการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกช่วงวัย และทำให้การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

โดยในบริบทเช่นนี้ การพัฒนาจะต้องครอบคลุมทุกกลุ่มและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ด้วยเหตุนี้ หัวข้อหลักของการประชุมในปีนี้ว่าด้วย “การขับเคลื่อนสังคมสำหรับทุกช่วงวัย” จึงไม่ใช่เพียงเป้าหมายเชิงนโยบาย แต่เป็นวาระเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างแท้จริง

ในบริบทที่ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว และเยาวชนหลายล้านคนกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน นายกรัฐมนตรีเห็นว่า จำเป็นต้องสร้างสังคมที่ให้คุณค่ากับทุกช่วงวัย และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การสนับสนุนผู้สูงวัยให้มีสุขภาพดีและมีส่วนร่วมในสังคม ตลอดจนทำให้คนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี รวมถึงสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานและระบบคุ้มครองทางสังคมได้อย่างเท่าเทียม

สำหรับแนวทางของประเทศไทยตั้งอยู่บนหลักการที่เรียบง่าย คือ “การพัฒนาต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง” โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ การสนับสนุนงานที่มีคุณค่าในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง และการเสริมสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมที่ทั่วถึง โดยต่อยอดจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมั่นคง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนหลายประการยังไม่เป็นไปตามแผน จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น โดยเห็นว่ามี 3 ประเด็นหลักที่ควรให้ความสำคัญ ได้แก่

1) เจตจำนงทางการเมือง ต้องปรับนโยบายให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว และปฏิบัติตามพันธกรณีที่ให้ไว้อย่างเป็นรูปธรรม

2) การจัดหาแหล่งเงินทุน ต้องระดมทรัพยากรเพิ่มเติม รวมถึงการลงทุนจากภาคเอกชน และใช้เครื่องมือทางการเงินรูปแบบใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3) ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

โดยเวทีระดับภูมิภาคอย่างเอสแคป (ESCAP) สามารถสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีและขยายผลแนวทางแก้ไขให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยมีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าภาพเอสแคปมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 และให้ความสำคัญต่อบทบาทของเอสแคป ในฐานะเวทีสำหรับการหารือ สร้างความร่วมมือ และการดำเนินการเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะในโลกที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไทยมุ่งมั่นสนับสนุนเอสแคปให้เป็นเวทีที่เชื่อมโยงความร่วมมือระดับภูมิภาคกับการดำเนินงานในประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และแปลงเป้าหมายร่วมให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

อนึ่ง การประชุมประจำปีของเอสแคปเป็นการประชุมหลักของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ภายใต้กรอบสหประชาชาติ สำหรับปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 24 เมษายน 2569 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานเป็นประธาน ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีให้ประเทศสมาชิกร่วมหารือในประเด็นสถานการณ์ประชากรในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต รวมถึงประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น การส่งเสริมงานที่มีคุณค่า การมีงานทำอย่างทั่วถึงในทุกกลุ่มอายุ คุณภาพชีวิตที่ดี

ที่มา : thaigov.go.th

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...