Netflix 'ขึ้นราคา' สตรีมมิงทุกแพ็กเก็จ แพงขึ้น 1-2 ดอลลาร์ เริ่มแล้วทันที
"เน็ตฟลิกซ์" (Netflix) ประกาศปรับโครงสร้างราคาใหม่ ทุกแพ็คเก็จ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. โดยจะขยับราคาขึ้นประมาณ 1-2 ดอลลาร์ จากราคาเดิม ต่อเนื่องจากที่ขึ้นราคาไปครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ โดยมีรายละเอียดแต่ละแพ็คเก็จดังนี้
- แพ็กเกจราคาถูกสุดที่มีโฆษณา จากเดิม 7.99 ดอลลาร์ ปรับเป็น 8.99 ดอลลาร์ต่อเดือน
- แพ็กเกจมาตรฐาน จากเดิม 17.99 ดอลลาร์ ปรับเป็น 19.99 ดอลลาร์ต่อเดือน
- แพ็กเกจพรีเมียม จากเดิม 24.99 ดอลลาร์ ปรับเป็น 26.99 ดอลลาร์ต่อเดือน
นอกจากนี้ ค่าบริการสมาชิกเพิ่มเติม (ที่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน) ก็ปรับเพิ่มเช่นกัน โดยแพ็กเกจที่มีโฆษณา เพิ่มขึ้นจากเดิม 5.99 ดอลลาร์ ขึ้นเป็น 6.99 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้เพิ่มหนึ่งราย ส่วนแพ็กเกจไม่มีโฆษณาเพิ่มขึ้นจาก 8.99 ดอลลาร์ เป็น 9.99 ดอลลาร์ต่อราย
การขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการลงทุนด้านคอนเทนต์อย่างหนักของ Netflix รวมถึงการขยายไปสู่คอนเทนต์ถ่ายทอดสดและวิดีโอพอดแคสต์ โดยบริษัทเพิ่งปรับขึ้นราคาครั้งล่าสุดไปเมื่อเดือนมกราคม 2025
ที่ผ่านมา ผู้บริหาร Netflix ได้พยายามให้เหตุผลความจำเป็นในการขึ้นราคามาตลอด โดยชี้ถึงปริมาณคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มและการนำรายได้จากค่าสมาชิกไปลงทุนในโครงการใหม่ๆ
บริษัทระบุในรายงานผลประกอบการ เดือนมกราคม คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายด้านคอนเทนต์ราว 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มจาก 18,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025
ส่วนรายรับรวมในปี 2026 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 50,700 - 51,700 ล้านดอลลาร์ จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาชิกและการปรับราคาค่าบริการ รวมถึง “การคาดการณ์ว่ารายได้จากโฆษณาจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในปี 2026” เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ในช่วงเวลาดังกล่าวNetflix ยังอยู่ระหว่างแผนเข้าซื้อกิจการบริษัท Warner Bros. และบริการสตรีมมิง HBO Max อย่างไรก็ตามในภายหลัง บริษัทตัดสินใจถอนตัวจากดีลนี้ โดยไม่ยื่นข้อเสนอเทียบราคาที่คู่แข่งอย่าง Paramount เสนอเข้ามาสูงกว่าในเดือนกุมภาพันธ์
ทั้งนี้ บรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่ส่วนมากต่างก็ปรับขึ้นราคาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่พยายามผลักดันธุรกิจแบบสมาชิกให้ไปสู่ความสามารถในการทำกำไรได้อย่างยั่งยืน'