โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจร้านอาหารช็อก! ปรับตัวไม่ทัน

Thairath Money

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 23.31 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 23.30 น.
ภาพไฮไลต์

น้ำมันพุ่ง 6 บาท เขย่า SMEs ร้านอาหารช็อกต้นทุน “สรเทพ” เตือน 1-2 เดือนข้างหน้า ธุรกิจปรับตัวไม่ทัน เสี่ยงสภาพคล่องตึงหนัก

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็กประเทศไทย เปิดเผยว่า การลอยตัวราคาน้ำมันและปรับขึ้นทันทีลิตรละ 6 บาท มีผลกลางดึกวันที่ 25 มี.ค.2569 ถือเป็นแรงกระแทกต้นทุนครั้งใหญ่ต่อผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบในลักษณะ “ช็อกเชิงต้นทุน” แม้ยังไม่ถึงขั้นล้มทันที แต่จะกระทบกำไรและสภาพคล่องอย่างชัดเจน

“การขึ้นราคาครั้งนี้รุนแรงกว่าปกติ เพราะโดยทั่วไปน้ำมันมักปรับขึ้นครั้งละเพียง 0.50-1 บาทต่อลิตร แต่รอบนี้กระโดดทันที 6 บาท ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นทันทีราว 20-25% ขณะที่ราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มทยอยปรับขึ้นอีก 10-15% ทำให้ร้านอาหารไม่ได้รับผลกระทบเฉพาะค่าน้ำมันโดยตรง แต่เป็นการถูกกดดันทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้ขนส่ง ซัพพลายเออร์ จนถึงหน้าร้าน”

สำหรับผลกระทบในระยะสั้นช่วง 1-4 สัปดาห์แรก ร้านอาหารจำนวนมากจะเผชิญภาวะต้นทุนพุ่ง แต่ยังไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้ทันที ส่งผลให้มาร์จิ้นหายไป 10-30% และกระแสเงินสดเริ่มตึงตัว จากนั้นในช่วง 1 เดือนข้างหน้า ซัพพลายเออร์จะเริ่มส่งผ่านต้นทุนชัดขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคจะเริ่มรู้สึกถึงราคาอาหารที่แพงขึ้น ซึ่งอาจกดดันกำลังซื้อให้ชะลอลง ส่วนในระยะยาว วิกฤตรอบนี้จะเป็นตัวคัดกรองผู้ประกอบการ โดยร้านที่ปรับตัวไม่ทันอาจเผชิญภาวะขาดทุนสะสม แต่ร้านที่บริหารต้นทุนได้ดีจะยังอยู่รอดและอาจแย่งส่วนแบ่งตลาดได้

กลุ่มที่เสี่ยงมากที่สุด ได้แก่ ร้านที่พึ่งพาเดลิเวอรีหนัก ร้านที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าหรือขนส่งไกล ร้านที่ตั้งราคาตายตัวปรับขึ้นได้ยาก และ SMEs ที่เดิมมีอัตรากำไรต่ำอยู่แล้ว โดยแนวทางเร่งด่วนคือ ลดของเสีย ปรับสัดส่วนเมนู ตัดเมนูที่กำไรต่ำ เจรจาซัพพลายเออร์ใหม่ และรวมรอบการส่งสินค้าเพื่อลดต้นทุน ขณะเดียวกันควรเร่งทำ menu engineering ดันเมนูกำไรสูง ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดลิเวอรี และใช้ข้อมูลต้นทุนจริงมาวิเคราะห์เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ

ในส่วนของธุรกิจโรงแรมและโฮสเทล นายสรเทพมองว่า แม้จะไม่ช็อกทันทีเท่าร้านอาหาร แต่จะได้รับผลกระทบแบบ “เจ็บลึกและนานกว่า” จากทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและกำลังซื้อด้านการเดินทางที่ชะลอลง โดยต้นทุนรวมมีแนวโน้มเพิ่ม 10-20% ผ่านค่าไฟ ค่าขนส่ง และการปรับราคาจากซัพพลายเออร์ ขณะที่นักท่องเที่ยวอาจชะลอการเดินทางจากค่าตั๋วเครื่องบินและค่าเดินทางในประเทศที่แพงขึ้น ส่งผลให้โฮสเทลและที่พักราคาประหยัดเสี่ยงมากกว่ากลุ่มอื่น เพราะลูกค้าอ่อนไหวต่อราคาอย่างมาก “วิกฤตราคาน้ำมันรอบนี้ไม่ใช่แค่ต้นทุนเพิ่ม แต่ยังกระทบกำลังซื้อไปพร้อมกัน หรือเป็น double impact ที่จะชี้ชะตาผู้ประกอบการอย่างชัดเจนในช่วง 1-2 เดือนจากนี้ โดยธุรกิจที่ปรับตัวเร็ว คุมต้นทุน และรักษาสภาพคล่องได้ จะยังมีโอกาสรอดและเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสได้”

ด้านนายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์แมน วงใน (LINE MAN Wongnai - LMWN) เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อต้นทุนในภาพรวม ไม่ใช่เฉพาะค่าขนส่งหรือไรเดอร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงราคาวัตถุดิบ ซึ่งกระทบต่อร้านอาหารและผู้บริโภคด้วย ขณะนี้ไลน์แมนวงในกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากรัฐบาลซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายและราคา โดยจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือทุกฝ่ายตามความเหมาะสม โดยรูปแบบและรายละเอียดของมาตรการยังอยู่ระหว่างการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะมีการสนับสนุนในส่วนของไรเดอร์ก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจร้านอาหารช็อก! ปรับตัวไม่ทัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...