“ปูติน” ส่งสัญญาณสงครามยูเครนใกล้จบ เปิดทางเจรจาความมั่นคงยุโรป
วลาดิเมียร์ ปูติน ระบุว่าสงครามรัสเซีย–ยูเครน “กำลังจะจบลง” พร้อมเปิดทางเจรจาความมั่นคงใหม่ของยุโรป และยกอดีตนายกฯ เยอรมนีเป็นคู่เจรจาที่ต้องการ ขณะรัสเซียจัดพิธี Victory Day แบบลดขนาด
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 03.59 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เขาเชื่อว่าสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนกำลังใกล้สิ้นสุดลง ซึ่งคำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่เขาประกาศว่าจะนำรัสเซียไปสู่ชัยชนะในยูเครน ระหว่างพิธีสวนสนามวันแห่งชัยชนะ (Victory Day) ที่กรุงมอสโก ซึ่งปีนี้จัดอย่างจำกัดมากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี
“ผมคิดว่าเรื่องนี้กำลังจะจบลงแล้ว” ปูตินกล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งถือเป็นสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง พร้อมระบุว่า เขาพร้อมเจรจาเรื่องโครงสร้างความมั่นคงใหม่ของยุโรป และบุคคลที่เขาอยากเจรจาด้วยมากที่สุดคือ Gerhard Schröder อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนี
สงครามเริ่มต้นขึ้นหลังรัสเซียส่งกองทัพบุกยูเครนในปี 2565 จนนำไปสู่วิกฤตความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตขีปนาวุธคิวบา ปี 1962 ซึ่งในเวลานั้นโลกเคยหวั่นเกรงว่าจะเกิดสงครามนิวเคลียร์
แม้เครมลินระบุว่า การเจรจาสันติภาพที่มี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นตัวกลางกำลังหยุดชะงัก แต่ปูตินยังยืนยันมาตลอดว่าจะเดินหน้าทำสงครามต่อไปจนกว่ารัสเซียจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมดในปฏิบัติการพิเศษทางทหารตามที่รัสเซียเรียกสงครามครั้งนี้
ปูตินกล่าวที่ทำเนียบเครมลิน โดยอธิบายว่าต้นตอของสงครามมาจากผู้นำตะวันตกสายโลกาภิวัตน์ที่เคยรับปากว่ากลุ่มนาโตจะไม่ขยายตัวไปทางตะวันออกหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินในปี 1989 แต่ภายหลังกลับพยายามดึงยูเครนเข้าใกล้สหภาพยุโรป
ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง รัสเซียเพิ่งจัดพิธีสวนสนามฉลองวันแห่งชัยชนะ 9 พฤษภาคม เพื่อรำลึกถึงชัยชนะของสหภาพโซเวียตเหนือเยอรมนีนาซีในสงครามโลกครั้งที่สอง และเพื่อไว้อาลัยให้กับชาวโซเวียตกว่า 27 ล้านคนที่เสียชีวิตในสงครามดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปีนี้รัสเซียไม่ได้จัดแสดงขีปนาวุธข้ามทวีป รถถัง หรือระบบมิสไซล์ขนาดใหญ่บนจัตุรัสแดงเช่นในอดีต แต่เปลี่ยนเป็นการฉายวิดีโออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพผ่านจอขนาดยักษ์บริเวณกำแพงเครมลินแทน
รายงานระบุว่า กองทัพรัสเซียทำสงครามในยูเครนมานานกว่า 4 ปีแล้ว ซึ่งยาวนานกว่าระยะเวลาที่สหภาพโซเวียตรบในสงครามโลกครั้งที่สอง หรือ “มหาสงครามแห่งความรักชาติ” ตามที่รัสเซียเรียกสงครามในช่วงปี 1941-1945
แม้รัสเซียจะควบคุมดินแดนยูเครนได้เกือบหนึ่งในห้า แต่กองทัพรัสเซียยังไม่สามารถยึดภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกได้ทั้งหมด ขณะที่การรุกคืบของรัสเซียเริ่มชะลอตัวลงในปีนี้
หลังจากทั้งรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวหากันว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงฝ่ายเดียวที่ประกาศก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ได้ประกาศข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันเสาร์ถึงวันจันทร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้งมอสโกและเคียฟ พร้อมทั้งตกลงแลกเปลี่ยนเชลยศึกฝ่ายละ 1,000 คน
“ผมอยากเห็นสงครามนี้ยุติลง รัสเซีย-ยูเครนเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองในแง่ของจำนวนผู้เสียชีวิต มีทหารหนุ่มเสียชีวิตเดือนละ 25,000 คน มันบ้าคลั่งมาก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงวอชิงตัน พร้อมเสริมว่า เขาอยากเห็นการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานว่ามีฝ่ายใดละเมิดข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าว
ด้าน António Costa ประธานสภายุโรป กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เขาเชื่อว่ายังมี “โอกาส” ที่สหภาพยุโรปจะเจรจากับรัสเซียเกี่ยวกับโครงสร้างความมั่นคงใหม่ของยุโรปได้
เมื่อถูกถามว่า พร้อมพูดคุยกับผู้นำยุโรปหรือไม่ ปูตินตอบว่า เขาอยากเจรจากับชเรอเดอร์มากที่สุด
“สำหรับผมเป็นการส่วนตัว อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมนี นายชเรอเดอร์ คือบุคคลที่ผมต้องการมากที่สุด” ปูตินกล่าว
ขณะที่ผู้นำยุโรปยังคงยืนยันว่ารัสเซียต้องพ่ายแพ้ในยูเครน และมองว่าปูตินเป็นทั้งอาชญากรสงครามและผู้นำเผด็จการที่อาจคุกคามประเทศสมาชิกนาโตในอนาคต หากปล่อยให้รัสเซียได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนี้ ซึ่งรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยมองว่าไร้สาระ
ส่วน Volodymyr Zelenskyy ประธานาธิบดียูเครน ปูตินระบุว่า การพบหารือกันโดยตรงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีข้อตกลงสันติภาพถาวรถูกจัดทำขึ้นแล้วเท่านั้น
https://www.cnbc.com/2026/05/09/putin-says-he-thinks-the-ukraine-conflict-is-coming-to-an-end.html?__source=iosappshare%7Cjp.naver.line.Share