3 สมาคมเร่งหาทางออก ปมมทภ.4 พาดพิงสถาบันปอเนาะ-หวั่นกระทบความเชื่อมั่นพื้นที่
3 สมาคมเร่งหาทางออก ปมแม่ทัพภาคที่4 พาดพิงสถาบันปอเนาะ-หวั่นกระทบความเชื่อมั่นพื้นที่
เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวต่อเนื่องกรณีคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่พาดพิงสถาบันปอเนาะ ยังคงเป็นประเด็นร้อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่โรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา อ.เมืองปัตตานี ผู้นำจากเครือข่าย 3 สมาคมพี่น้อง ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางรับมือสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความกังวลต่อกระแสสังคมที่ขยายวงกว้าง
การประชุมครั้งนี้นำโดย ดร.ขดดะรี บินเส็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนจังหวัดชายแดนใต้ นายมุฮำมัดซูวารี สาแล นายกสมาคมโรงเรียนปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยนายอับดุลมูไฮมีน สาและนายกสมาคมตาดีกาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต่างแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามในพื้นที่
บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยที่ประชุมสะท้อนตรงกันว่า กระแสในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงคลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่และตีความในหลากหลายมุมมอง กำลังส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้าง และอาจซ้ำเติมความเปราะบางทางสังคมในพื้นที่ ซึ่งมีความหลากหลายด้านศาสนาและวัฒนธรรม
ผู้แทนทั้ง 3 สมาคมเห็นพ้องว่า การเหมารวมสถาบันปอเนาะว่าเป็น “แหล่งบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่ง” นั้น ไม่เพียงไม่เป็นธรรม แต่ยังอาจสร้างความแตกแยก และบั่นทอนความเชื่อมั่นที่สถาบันเหล่านี้ได้สั่งสมมาอย่างยาวนานในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้ศาสนาและคุณธรรมของชุมชน
นายขดดะรี บินเส็น เปิดเผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ เราอยากให้สังคมพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน ปอเนาะไม่ใช่แหล่งสร้างความรุนแรง แต่เป็นสถานที่ปลูกฝังศาสนา คุณธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ การนำเสนอข้อมูลเพียงบางส่วน หรือการตีความที่คลาดเคลื่อน อาจทำให้สังคมเข้าใจผิดและส่งผลกระทบในวงกว้าง
นายขดดะรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เครือข่ายสถาบันการศึกษาในพื้นที่กำลังรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อเตรียมนำเสนออย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเสนอให้มีเวทีพูดคุยร่วมระหว่างภาครัฐ ผู้นำศาสนา นักวิชาการ และภาคประชาชน เพื่อเปิดพื้นที่สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ และลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้น
“เราต้องการเห็นการสื่อสารที่ระมัดระวัง มีความรับผิดชอบ และเคารพต่ออัตลักษณ์ของประชาชนในพื้นที่ เพราะทุกคำพูดมีผลต่อความรู้สึกของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อนเช่นนี้” นายขดดะรี กล่าว
ด้านตัวแทนสมาคมโรงเรียนปอเนาะฯ และสมาคมตาดีกา ยังได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจเชิงรุก ผ่านข้อมูลที่ถูกต้อง และเปิดโอกาสให้สังคมภายนอกได้เห็นบทบาทเชิงบวกของสถาบันปอเนาะมากยิ่งขึ้น เพื่อลดอคติและความหวาดระแวง
นอกจากการติดตามสถานการณ์และกระแสสังคม ที่ประชุมยังได้หยิบยกข้อเสนอเชิงโครงสร้างและแนวทางลดความตึงเครียดในพื้นที่ขึ้นมาหารืออย่างจริงจัง โดยสรุปเป็น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1) เสนอเสริมบทบาท “ศอ.บต.” ด้านการศึกษา – ตั้งสภาที่ปรึกษาเป็นตัวกลาง ที่ประชุมมองว่า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยมีบทบาทสำคัญในการดูแลและขับเคลื่อนด้านการศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ และอาจเป็นอีกกลไกหลักในการช่วยคลี่คลายปัญหาครั้งนี้ได้
โดยมีข้อเสนอให้ปรับโครงสร้างเพิ่มเติม จัดตั้ง “สภาที่ปรึกษา ศอ.บต.” เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาชน พร้อมเสนอให้มีตำแหน่ง “ผู้ช่วยเลขาธิการด้านการศึกษา” เข้ามาร่วมในกลไกดังกล่าว เพื่อให้การกำหนดนโยบายมีมิติด้านการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้นำบทเรียนจาก “สงขลาโมเดล” ซึ่งเคยเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคการศึกษาในอดีต กลับมาศึกษาและประยุกต์ใช้ใหม่ โดยต้องปรับให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน
2) เสนอแนวทางลดเผชิญหน้า-ตรวจสอบ IO ชี้ควรใช้กระบวนการพูดคุยแทนปฏิบัติการกดดัน อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือข้อเสนอให้ปรับแนวทางการทำงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะกรณีบุคลากรทางการศึกษาที่อาจตกเป็นผู้ต้องสงสัย ที่ประชุมเสนอว่า ควรใช้วิธี “เชิญตัว–พูดคุย–ตรวจสอบข้อเท็จจริง” แทนการใช้มาตรการปิดล้อมหรือกดดัน ซึ่งในอดีตเคยมีตัวอย่างในพื้นที่จังหวัดปัตตานีที่สามารถลดความตึงเครียดและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอให้ตรวจสอบและยุติปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ที่อาจสร้างความแตกแยก โดยอาจพิจารณายื่นเรื่องต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ทั้งนี้ ตัวแทนในที่ประชุมย้ำว่า จุดยืนของเครือข่ายยังคงอยู่บนหลักการศาสนา และไม่ได้ต้องการเผชิญหน้ากับหน่วยงานรัฐ แต่ต้องการหาทางออกของปัญหาอย่างสร้างสรรค์
พร้อมกันนี้ยังเห็นว่า ปัญหา IO อาจไม่ได้มาจากตัวผู้บังคับบัญชาโดยตรง แต่เกิดจากกลุ่มบุคคลบางส่วนที่สนับสนุนและขยายความ จึงจำเป็นต้องมีการจัดการเชิงระบบควบคู่กับการสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถาบันปอเนาะและตาดีกาในพื้นที่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 สมาคมเร่งหาทางออก ปมมทภ.4 พาดพิงสถาบันปอเนาะ-หวั่นกระทบความเชื่อมั่นพื้นที่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th