“กำไรพุ่ง แต่หุ้นยังถูก” กลุ่มชิปหน่วยความจำจุดชนวนถก AI Supercycle มาแล้ว?
Samsung Electronics และ SK Hynix กำไรพุ่งจาก AI แต่หุ้นยังถูกเมื่อเทียบ Nvidia และ TSMC จุดคำถามตลาดกำลังเข้าสู่ Supercycle หรือยังติดวัฏจักรเดิม
วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำทั่วโลกกำลังรับอานิสงส์จากความต้องการที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กำไรทำสถิติสูงสุด แต่ในขณะเดียวกัน ราคาหุ้นยังคงซื้อขายที่ระดับมูลค่าต่ำกว่าหุ้นชิป AI ชั้นนำอย่างมีนัยสำคัญ
ความแตกต่างดังกล่าวได้จุดกระแสถกเถียงในหมู่นักลงทุนว่า อุตสาหกรรมหน่วยความจำกำลังก้าวเข้าสู่ซูเปอร์ไซเคิลครั้งใหม่ หรือยังคงติดอยู่ในวัฏจักรขึ้นลงแบบเดิม
นักวิเคราะห์คาดว่า กำไรสุทธิของ Samsung Electronics จะเติบโตถึง 400% ในปีนี้ ขณะที่ SK Hynix อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 300% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตประมาณ 50% ของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company อย่างมาก อย่างไรก็ตามหุ้นของผู้ผลิตหน่วยความจำจากเกาหลีใต้ยังซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า 6 เท่าของกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า เทียบกับเกือบ 20 เท่าสำหรับ TSMC
นักลงทุนสายระมัดระวังมองว่า การประเมินมูลค่าที่ต่ำเป็นสิ่งสมเหตุสมผล เนื่องจากธุรกิจหน่วยความจำมีลักษณะรายได้ผันผวนสูง และมักเคลื่อนไหวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่ฝ่ายที่มองบวกเชื่อว่า สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างออกไป เนื่องจากความต้องการด้าน AI กำลังผลักดันตลาดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แม้ราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยหุ้น Samsung เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และ SK Hynix เพิ่มขึ้น 4 เท่านับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม แต่ระดับมูลค่ายังคงต่ำเมื่อเทียบกับบริษัท AI ชั้นนำ เช่น Nvidia ที่ซื้อขายในระดับกว่า 20 เท่าของกำไรล่วงหน้า แนวโน้มเดียวกันยังเกิดขึ้นในตลาดโลก โดยบริษัทอย่าง Micron Technology และ Kioxia ยังคงซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า 10 เท่า
แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการ AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากหน่วยความจำความเร็วสูง (HBM) ไปสู่ DRAM และแฟลชทั่วไป ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาพุ่งสูง
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ยังคงจับตาความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยเฉพาะจังหวะและขนาดของการขยายกำลังการผลิต ซึ่งในอดีตมักนำไปสู่ภาวะอุปทานล้นตลาด
ผู้จัดการกองทุนบางรายเริ่มลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นหน่วยความจำ หลังราคาปรับขึ้นแรง และมองว่าบริษัทอย่าง TSMC ยังมีการเติบโตเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งกว่า ถึงกระนั้นแนวโน้มกำไรของกลุ่มยังคงโดดเด่น โดยคาดว่า Samsung จะทำกำไรได้ถึง 151,000 ล้านดอลลาร์ และ SK Hynix 115,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่า TSMC ที่ 81,000 ล้านดอลลาร์
นักลงทุนบางส่วนเชื่อว่า หากตลาดเริ่มเห็นว่าการเติบโตของกำไรมีลักษณะเชิงโครงสร้างมากกว่าวัฏจักร ราคาหุ้นกลุ่มนี้อาจปรับตัวขึ้นตามในระยะถัดไป
ปัจจัยสำคัญคือบทบาทของหน่วยความจำในระบบ AI ซึ่งปัจจุบันถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลโดยตรง และบริษัทเริ่มทำสัญญาระยะยาวกับลูกค้ารายใหญ่ (hyperscalers) ซึ่งอาจช่วยลดความผันผวนของธุรกิจ
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เตือนว่า ตลาดยังต้องใช้เวลาในการเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมนี้สามารถหลุดพ้นจากภาพลักษณ์สินค้าโภคภัณฑ์ และวัฏจักรรุนแรงในอดีตได้จริง
อ้างอิง : bloomberg.com