โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กำไรพุ่ง แต่หุ้นยังถูก” กลุ่มชิปหน่วยความจำจุดชนวนถก AI Supercycle มาแล้ว?

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 04.40 น.

Samsung Electronics และ SK Hynix กำไรพุ่งจาก AI แต่หุ้นยังถูกเมื่อเทียบ Nvidia และ TSMC จุดคำถามตลาดกำลังเข้าสู่ Supercycle หรือยังติดวัฏจักรเดิม

วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำทั่วโลกกำลังรับอานิสงส์จากความต้องการที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กำไรทำสถิติสูงสุด แต่ในขณะเดียวกัน ราคาหุ้นยังคงซื้อขายที่ระดับมูลค่าต่ำกว่าหุ้นชิป AI ชั้นนำอย่างมีนัยสำคัญ

ความแตกต่างดังกล่าวได้จุดกระแสถกเถียงในหมู่นักลงทุนว่า อุตสาหกรรมหน่วยความจำกำลังก้าวเข้าสู่ซูเปอร์ไซเคิลครั้งใหม่ หรือยังคงติดอยู่ในวัฏจักรขึ้นลงแบบเดิม

นักวิเคราะห์คาดว่า กำไรสุทธิของ Samsung Electronics จะเติบโตถึง 400% ในปีนี้ ขณะที่ SK Hynix อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 300% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตประมาณ 50% ของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company อย่างมาก อย่างไรก็ตามหุ้นของผู้ผลิตหน่วยความจำจากเกาหลีใต้ยังซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า 6 เท่าของกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า เทียบกับเกือบ 20 เท่าสำหรับ TSMC

นักลงทุนสายระมัดระวังมองว่า การประเมินมูลค่าที่ต่ำเป็นสิ่งสมเหตุสมผล เนื่องจากธุรกิจหน่วยความจำมีลักษณะรายได้ผันผวนสูง และมักเคลื่อนไหวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ แต่ฝ่ายที่มองบวกเชื่อว่า สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างออกไป เนื่องจากความต้องการด้าน AI กำลังผลักดันตลาดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

แม้ราคาหุ้นจะพุ่งขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยหุ้น Samsung เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และ SK Hynix เพิ่มขึ้น 4 เท่านับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม แต่ระดับมูลค่ายังคงต่ำเมื่อเทียบกับบริษัท AI ชั้นนำ เช่น Nvidia ที่ซื้อขายในระดับกว่า 20 เท่าของกำไรล่วงหน้า แนวโน้มเดียวกันยังเกิดขึ้นในตลาดโลก โดยบริษัทอย่าง Micron Technology และ Kioxia ยังคงซื้อขายที่ระดับต่ำกว่า 10 เท่า

แรงหนุนสำคัญมาจากความต้องการ AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากหน่วยความจำความเร็วสูง (HBM) ไปสู่ DRAM และแฟลชทั่วไป ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาพุ่งสูง

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ยังคงจับตาความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยเฉพาะจังหวะและขนาดของการขยายกำลังการผลิต ซึ่งในอดีตมักนำไปสู่ภาวะอุปทานล้นตลาด

ผู้จัดการกองทุนบางรายเริ่มลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นหน่วยความจำ หลังราคาปรับขึ้นแรง และมองว่าบริษัทอย่าง TSMC ยังมีการเติบโตเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งกว่า ถึงกระนั้นแนวโน้มกำไรของกลุ่มยังคงโดดเด่น โดยคาดว่า Samsung จะทำกำไรได้ถึง 151,000 ล้านดอลลาร์ และ SK Hynix 115,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่า TSMC ที่ 81,000 ล้านดอลลาร์

นักลงทุนบางส่วนเชื่อว่า หากตลาดเริ่มเห็นว่าการเติบโตของกำไรมีลักษณะเชิงโครงสร้างมากกว่าวัฏจักร ราคาหุ้นกลุ่มนี้อาจปรับตัวขึ้นตามในระยะถัดไป

ปัจจัยสำคัญคือบทบาทของหน่วยความจำในระบบ AI ซึ่งปัจจุบันถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลโดยตรง และบริษัทเริ่มทำสัญญาระยะยาวกับลูกค้ารายใหญ่ (hyperscalers) ซึ่งอาจช่วยลดความผันผวนของธุรกิจ

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เตือนว่า ตลาดยังต้องใช้เวลาในการเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมนี้สามารถหลุดพ้นจากภาพลักษณ์สินค้าโภคภัณฑ์ และวัฏจักรรุนแรงในอดีตได้จริง

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...