โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลพิพากษา จำคุก'ทิดแย้ม-สีกาเก็น' 50 ปี พร้อมสั่งคืนเงินวัดไร่ขิง 27.9 ล้าน

JS100

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • JS100:จส.100
ศาลพิพากษา จำคุก'ทิดแย้ม-สีกาเก็น' 50 ปี พร้อมสั่งคืนเงินวัดไร่ขิง 27.9 ล้าน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อท 144/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พระธรรมวชิรานุวัตร หรือนายแย้ม อินทร์กรุงเก่า อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง, น.ส.อรัญญาวรรณ หรือเก็น วังทะพันธ์, นางพชพร หรือเตย สีเลี้ยง หรือพัศรายุวัตร, นายฉัตรชัย สีเลี้ยง หรือ อินทร์มี จำเลยที่ 4 และนายเอกพจน์ หรือ พระมหาเอกพจน์ ภูฆัง เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 86, 91, 147, 157 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 9, 60 พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 10 และให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันคืนเงิน จำนวน 28,050,000 บาท ให้แก่วัดไร่ขิง พระอารามหลวง ผู้เสียหาย

โจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระอารามหลวง เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 45 และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงาน

ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 16 กันยายน 2567 จำเลยที่ 1 อาศัยโอกาสที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระอารามหลวง ผู้เสียหาย เบียดบังยักยอกโดยการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของวัดไร่ขิง พระอารามหลวง ผู้เสียหาย จำนวน 9 บัญชี โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นผู้สนับสนุน จำนวน 20 กรรม รวมเป็นเงิน 28,050,000 บาท และจำเลยทั้งห้าได้ร่วมสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินอันได้จากการกระทำความผิดมูลฐานจำนวนหลายครั้งเป็นเวลาหลายปีต่อเนื่องกัน

มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิด กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ผู้มีอำนาจเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของวัดไร่ขิง จะมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของวัดหรือลูกจ้างของวัด เบิกถอนเงินหรือโอนเงินจากบัญชีของวัดเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 จากนั้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ร่วมกันผ่องถ่ายเงินของวัด โดยการโอนเงินจากบัญชีของจำเลยที่ 1 ไปเข้าบัญชีของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 โดยมีเส้นทางการเงินปลายทาง คือ บัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 เหตุเกิดที่ ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

โดยจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ต่อมาขอถอนคำให้การปฏิเสธเปลี่ยนเป็นให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การปฏิเสธ คดีมีปัญหาต้องพิจารณาว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดหรือไม่ ในทางการไต่สวนไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าได้ประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนกระทำความผิด จึงต้องพิจารณาเป็นรายกระทงไป ได้ความว่า บางครั้งจำเลยที่ 1 โอนเงินให้จำเลยที่ 2 โดยตรง และบางครั้งก็โอนเงินผ่านจำเลยที่ 3 และที่ 5 โดยมีบัญชีรับโอนปลายทางคือ บัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 จำนวน 19 ครั้ง รวมเป็นเงิน 27,450,000 บาท

เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จึงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 รวม 19 กรรมส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 มิได้เป็นเจ้าพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนรวม 18 กรรม, จำเลยที่ 3 เป็นผู้สนับสนุนรวม 3 กรรม และจำเลยที่ 5 เป็นผู้สนับสนุน รวม 2 กรรม ส่วนจำเลยที่ 4 ในทางการไต่สวนไม่ปรากฏว่ามีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิด

ทางการไต่สวนปรากฏว่า หลังจากจำเล ยที่ 1 เบียดบังเงินของวัดไร่ขิงแล้ว จำเลยที่ 1 ได้โอนเปลี่ยนบัญชี ครอบครอง และใช้ทรัพย์สินนั้น ร่วมกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 โดย จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพียงลำพัง 1 กรรม, จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯรวม 13 กรรม, จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันกระทำความผิดรวม 3 กรรม และจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ร่วมกันกระทำความผิดรวม 2 กรรม ส่วนจำเลยที่ 4 ในทางไต่สวนรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 4 ร่วมกันสมคบฯแต่อย่างใด โดยให้จำเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 3 และที่ 5 ต้องชดใช้เงินให้วัดไร่ขิง ผู้เสียหายด้วย พิพากษาจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 50 ปี, จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 50 ปี, จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 12 ปี 12 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 8 ปี 8 เดือน

ให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 27,950,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 ร่วมคืนเงินจำนวน 27,950,000 บาท ให้จำเลยที่ 3 ร่วมคืนเงินจำนวน 2,850,000 บาท และให้จำเลยที่ 5 ร่วมคืนเงินจำนวน 5,100,000 บาท แก่วัดไร่ขิง ผู้เสียหาย ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ส่วนข้อหาและคำขออื่นให้ยก

#คดีวัดไร่ขิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...