วิกฤตศรัทธาในทัพ “เรือใบ”
แม้ในทางทฤษฎี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังมีเกมในมือมากกว่า อาร์เซนอล และมีโปรแกรมที่จะต้องดวลกันโดยตรงที่ เอติฮัด สเตเดียม แต่สถานการณ์ในปัจจุบันเริ่มส่งสัญญาณอันตรายอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเกมล่าสุดพวกเขาทำได้เพียงบุกเสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ส่วนทัพ “ปืนใหญ่” บุกทุบ เอฟเวอร์ตัน แบบสุดดรามา
ช่องว่าง 9 คะแนน โดย แมนฯ ซิตี แข่งน้อยกว่า 1 นัด ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่น่ากังวล แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ รูปแบบการเล่นที่ถดถอยลงอย่างน่าตกใจ หลังจากทำแต้มหลุดมือไปถึง 10 คะแนน จาก 18 นัดหลังสุด ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุคทองของยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอลา
ปัญหาใหญ่ของ แมนฯ ซิตี ในซีซันนี้คือ ฟอร์มการถล่มประตูที่ลดลงอย่างน่าเหลือเชื่อของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ กองหน้าตัวเก่ง จากที่เคยทำ 19 ประตู ใน 17 นัดแรก แต่กลับทำได้เพียง 3 ประตู ใน 12 นัดหลังสุด
กวาร์ดิโอลา พยายามรื้อระบบการเล่นที่ใช้มานานกว่าทศวรรษ โดยหันมาใช้แท็คติค กองหน้าคู่อย่าง ฮาแลนด์ กับ โอมาร์ มาร์มูช ใน 9 จาก 11 เกมหลังสุด เพื่อเพิ่มมิติ และความแปลกใหม่ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมรับว่า แนวรุกยังคงหาความสมดุลไม่ได้
ปฏิกิริยาของเป๊ป กวาร์ดิโอลา หลังจบเกมล่าสุดเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง เขาเลือกที่จะหัวเราะ และพูดติดตลกเกี่ยวกับการถูกแบนข้างสนามหรือการดื่มเบียร์ก่อนเกม ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่อาจเป็นกลไกการป้องกันตัวเพื่อปกปิดความตึงเครียดจากการลุ้นแชมป์
ในมุมมองของอดีตนักเตะ แมนฯ ซิตี อย่าง โจ ฮาร์ท ระบุว่า สัมผัสได้ถึงความ หมดหวัง อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ในการคว้าแชมป์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ทีมของ กวาร์ดิโอลา จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อยังมีเกมในบ้านที่ต้องเจอกับ อาร์เซนอล ซึ่งถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ช่วงเวลาหนึ่งเดือนต่อจากนี้คือ บทพิสูจน์ที่แท้จริงของ แมนฯ ซิตี้ เนื่องจาก พวกเขาต้องเผชิญกับโปรแกรมหนักในฟุตบอลถ้วยทั้งการเจอ เรอัล มาดริด ในแชมเปียนส์ลีก, นัดชิงชนะเลิศ ลีก คัพ กับ อาร์เซนอล และ เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีม กับ ลิเวอร์พูล
หากภายในหนึ่งเดือน กวาร์ดิโอลา ยังไม่สามารถกอบกู้ความสมดุล และเรียกสัญชาตญาณนักฆ่าของ ฮาแลนด์ กลับมาได้ ความฝันในการป้องกันแชมป์ และหยุดยั้งการรอคอย 22 ปี ของ อาร์เซนอล ก็อาจจะต้องปิดฉากลงอย่างเป็นทางการต่อหน้าแฟนบอลของพวกเขาที่ เอติฮัด สเตเดียม