โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ออมสิน จ่อลดดอกเบี้ย “ลูกหนี้ดี” ดึงกลุ่มฐานรากเข้าระบบ 1 ล้านราย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 10.09 น.

เปิดวิสัยทัศน์ “ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” ผอ. ออมสินคนใหม่ ชูยุทธศาสตร์ Smart Social Bank for All Lives ดูแลคนไทยทุกช่วงวัย เตรียมปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 3 แสนล้านบาท ดึงฐานรากเข้าระบบ 1 ล้านราย พร้อมลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้วินัยการเงินดีเริ่มจากกลุ่มสินเชื่อบ้าน คาดชัดเจนใน 2-3 เดือน

28 เม.ย. 2569 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยในการแถลงวิสัยทัศน์การนำองค์กรและนโยบายการดำเนินงานในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลำดับที่ 18 ว่า ในปี 2569 นี้เป็นวาระโอกาสครบรอบ 113 ปี ของธนาคารออมสิน ที่ได้ดำเนินภารกิจตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในการส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขยายผลสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม

ขณะที่นับจากนี้ไปธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวสูงและอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2 - 50.5 บาท/ลิตร ธนาคารออมสินกำหนดบทบาทชัดเจนพร้อมดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยยึดหลักคิด“From Birth, to Legacy”

โดยเริ่มต้นที่กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย กลุ่มวัยเรียน (Education) โดยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) ธนาคารพร้อมเคียงข้างสนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ

กลุ่มวัยเติบโต (Growing) คือการส่งเสริมให้คนกลุ่มวัยนี้มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) ธนาคารจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอและสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง และจนถึงช่วงวัยสุดท้ายของชีวิต คือ วัยส่งมอบ (Legacy) ที่ธนาคารออมสินจะเคียงข้างช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง โดยธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยนับตั้งแต่ก้าวแรก ไปตลอดทุกช่วงชีวิต

ด้านการสนับสนุนนโยบายรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารมุ่งเน้น 2 ภารกิจที่สำคัญ คือ

(1) การช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปาก และมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้ เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการแก้หนี้เชิงป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม เป็นต้น

(2) การช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้าง ระบบนิเวศทางธุรกิจ หรือ New Business Ecosystem ที่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายทรงพล เปิดเผยว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ธนาคารออมสินตั้งเป้าหมายสนับสนุนสินเชื่อให้ประชาชนฐานรากได้มากกว่า 1 ล้านคน เป็นวงเงินประมาณ 50,000 - 100,000 ล้านบาท เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่า 40% ของสินเชื่อรวมในปี 2568 หรือประมาณ 120,000 ล้านบาท รวมถึงจะผลักดันสินเชื่อ Soft Loan ให้ลงสู่ระบบมากขึ้นโดยปัจจุบันมีวงคงเหลืออีกกว่า 90,000 ล้านบาท จากวงเงินรวม 100,000 ล้านบาท รวมเป็นสินเชื่อปล่อยใหม่ประมาณ 270,000-320,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ธนาคารยังมีแนวคิดใหม่ในการดูแลลูกค้าเดิมที่มีประวัติชำระดีด้วยการลดดอกเบี้ยให้เพิ่มเติมเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย จากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ทั้ง MLR, MRR และ MOR ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดในระบบ โดยธนาคารเตรียมแผนงานที่จะลดอัตราดอกเบี้ยลงไปอีกสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีประวัติการชำระดี โดยจะเริ่มต้นที่กลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ผ่อนชำระมาครบ 3 ปี ซึ่งตามปกติอัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้นตามเงื่อนไขสัญญา แต่ธนาคารจะเสนอให้ลูกค้ากลุ่มนี้ทำสัญญาเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อให้ลูกค้ายังคงอยู่กับธนาคารต่อโดยไม่ต้องเผชิญกับภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นโดยลูกค้าต้องเข้ามาทำสัญญาใหม่กับธนาคาร

“นอกจากสินเชื่อบ้านแล้ว ธนาคารออมสินยังมีแผนจะขยายแนวทางการลดดอกเบี้ยนี้ไปยังสินเชื่อประเภทอื่น ๆ เช่น สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่ออเนกประสงค์ โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า”

ทั้งนี้ธนาคารยืนยันว่าจะยังคงรักษาคุณภาพสินเชื่อโดยตั้งเป้าที่จะบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง

“หัวใจสำคัญในเรื่องการปล่อยสินเชื่อของออมสินคือการคัดกรองและวิเคราะห์ศักยภาพของผู้กู้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ที่มีวินัยทางการเงินจะสามรรถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

ขณะที่ธนาคารพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ทั้งที่เป็นการกู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์และกู้เพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี รวมถึงผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ

“ธนาคารออมสินเป็นธนาคารเพื่อสังคมที่มีพันธกิจแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป โดยออมสินไม่ได้เป็นธนาคารที่จะไปแข่งกับธนาคารพาณิชย์ แต่จะเน้นการเติมเต็มช่องว่างและสนับสนุนกลุ่มที่ธนาคารพาณิชย์อาจเข้าไม่ถึง อย่างไรก็ตามแม้เรายังคงความเป็นธนาคารเพื่อสังคมแต่ไม่ใช่ธนาคารเพื่อการกุศล เราไม่ได้หวังกำไรมากแต่ยังต้องมีกำไรเพื่อทำให้ธนาคารแข็งแรงและสามารถช่วยสังคมได้ในระยะยาว”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...