อยากคุย ก็โทรมา! “ทรัมป์” เปิดทางอิหร่านเจรจายุติสงคราม แต่ย้ำต้องไร้นิวเคลียร์
อยากคุย ก็โทรมา! "ทรัมป์" เปิดทางอิหร่านเจรจายุติสงคราม แต่ย้ำต้องไร้นิวเคลียร์ ขณะตลาดหุ้นผันผวน น้ำมันพุ่งจากการปิดฮอร์มุซ และความไม่แน่นอนยังกดดันเศรษฐกิจโลก
วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 09.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านสามารถติดต่อเพื่อเริ่มการเจรจายุติสงครามได้ทุกเมื่อ หากต้องการ พร้อมย้ำว่าเงื่อนไขสำคัญคืออิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่เตหะรานเรียกร้องให้วอชิงตันยกเลิกอุปสรรคต่อข้อตกลง โดยเฉพาะมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน
ความพยายามรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพสะดุดลงในช่วงสุดสัปดาห์ หลังทรัมป์ยกเลิกแผนส่งผู้แทนอย่าง Steve Witkoff และ Jared Kushner ไปยังกรุงอิสลามาบัด ขณะที่ Abbas Araqchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินสายเจรจากับตัวกลางทั้งปากีสถานและโอมาน ก่อนมีกำหนดเดินทางต่อไปยังรัสเซีย เพื่อพบกับวลาดิมีร์ ปูติน
ความไม่แน่นอนดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อย และสัญญาฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงในช่วงเปิดตลาดเอเชีย เนื่องจากการเจรจาหยุดชะงักและการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิดกั้น
รายงานของ Axios ระบุว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ผ่านตัวกลางในปากีสถาน โดยเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงคราม แลกกับการเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไปในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม White House และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าว
แม้จะมีการหยุดยิงตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน แต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม ซึ่งเริ่มต้นจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อโลกเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
ในด้านการเมืองภายใน ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันให้ยุติสงครามที่ไม่เป็นที่นิยม ขณะที่อิหร่านแม้จะอ่อนแอลงทางทหาร แต่ยังคงมีอำนาจต่อรองจากความสามารถในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก โดยปัจจุบันอิหร่านจำกัดการผ่านช่องแคบ ขณะที่สหรัฐใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือ
นอกจากประเด็นนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซแล้ว ทั้งสองประเทศยังมีความขัดแย้งในประเด็นอื่น เช่น บทบาทของอิหร่านต่อกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาคอย่างเฮซบอลเลาะห์และฮามาส รวมถึงโครงการขีปนาวุธ ขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและยุติการโจมตีของอิสราเอล
สถานการณ์สงครามยังคงส่งผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยล่าสุดการโจมตีใน เลบานอน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย และบาดเจ็บ 37 ราย ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขเลบานอน
อ้างอิง : reuters.com