DELTA ไตรมาส 1/69 กำไร 9,081 ล้านบาท โต 65 % ยอดขายสินค้าดาต้าเซ็นเตอร์-AI พุ่ง
DELTA ไตรมาส 1/69 กวาดยอดขาย 61,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44 % กำไร 9,081 ล้านบาท โตแรง 65 % กลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ และAI เครื่องยนต์หลักหนุนโต
วันที่ 27 เม.ย.2569 บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 9,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,593 ล้านบาท หรือ 65.47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/68 ที่มีกำไรสุทธิ 5,488 ล้านบาท
ยอดขายสินค้าและบริการไตรมาสแรกอยู่ที่ 61,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6 % จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเริ่มต้นปีงบประมาณ 2569 อย่างแข็งแกร่งบนแนวโน้มรายได้ขาขึ้นต่อเนื่องจากปี 2568 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของคำสั่งซื้อใหม่ การเพิ่มขึ้นของผลผลิตโรงงาน และการขยายกำลังการผลิต โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต
สอดคล้องกับความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เชื่อมโยงกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมากท่ามกลางความผันผวนของตลาดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อความเสี่ยงด้านราคาพลังงาน แต่ความต้องการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกยังแข็งแกร่ง โดยบริษัทชั้นนำเร่งการใช้จ่ายเพื่อผลักดันการใช้งาน AI ในวงกว้าง ส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงมีทิศทางเชิงบวก ทั้งโซลูชั่นการบริหารจัดการพลังงานประสิทธิภาพสูงสำหรับดาต้า เซ็นเตอร์ ระบบระบายความร้อน โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานระบบพลังงาน
นอกจากนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรมและอาคารสีเขียวก็มีการเติบโตดีต่อเนื่องเช่นกัน ขณะที่รายได้กลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ยังคงอ่อนตัวจากสถานการณ์ดีมานด์ที่ยังไม่ฟื้นตัว ทั้งนี้บริษัทฯ คงมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยกดดัน พร้อมปรับใช้
แนวทางการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยืดหยุ่นเพื่อรักษาการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการขยายการลงทุนภายใต้กลยุทธ์การผลิตอัจฉริยะเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการให้ลูกค้าระดับโลก
บริษัทมีกำไรขั้นต้นในไตรมาสแรกปี 2569 ที่ 19,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.1 %จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอัตรากำไรดี