ศรีสะเกษอ่วม เจอพายุฤดูร้อนถล่ม ซัดบ้านพังยับ 62 หลัง
เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มพื้นที่อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ อย่างรุนแรงในช่วงเย็นของวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา พายุลูกดังกล่าวมาพร้อมฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่ในตำบลคูบได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง บ้านเรือนประชาชน โรงเรือน และคอกสัตว์พังเสียหายจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างหนัก
ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้(30 มีนาคม 2569) เวลา 08.00 น. นายณฐนน สุวรรณ์ นายอำเภอน้ำเกลี้ยง มอบหมายให้นายสมปอง พงษ์วัน ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พร้อมด้วยนางสาวฉัตรกานต์ โคตะระ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศป.ปส.อำเภอน้ำเกลี้ยง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร้อย อส.อำเภอน้ำเกลี้ยงที่ 20 ลงพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลคูบ ผู้นำชุมชน และเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเร่งให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย
พบว่าพายุมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแรงลมในช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ส่งผลให้สิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง หลังคาบ้านถูกพัดปลิว บางหลังโครงสร้างเสียหาย ขณะที่โรงเรือนและคอกสัตว์ซึ่งมีโครงสร้างไม่แข็งแรงถูกแรงลมพัดพังลงมาในหลายจุด
มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 1 ตำบล 10 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหายรวมทั้งสิ้น 62 หลัง โรงเรือน 6 หลัง และคอกสัตว์อีก 18 หลัง ยังมีพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะต้นยางพาราเสียหายจำนวนหนึ่ง อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหายเพิ่มเติม พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ บ้านสะพุง หมู่ที่ 6 มีผู้ประสบภัยมากถึง 56 ครัวเรือน เป็นบ้านเรือนเสียหายถึง 46 หลัง โรงเรือน 3 หลัง และคอกสัตว์อีก 11 หลัง เป็นจุดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด
ยังมีหมู่บ้านอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบกระจายหลายจุด ได้แก่ บ้านหนองแวง หมู่ที่ 5 เสียหาย 3 ครัวเรือน บ้านสะเต็ง หมู่ที่ 1 จำนวน 5 ครัวเรือน บ้านสร้างแก้ว หมู่ที่ 2 จำนวน 3 ครัวเรือน บ้านคูบ หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 รวม 4 ครัวเรือน บ้านโนนยาง หมู่ที่ 7 จำนวน 2 ครัวเรือน บ้านโนนเชียงสี หมู่ที่ 8 จำนวน 2 ครัวเรือน และบ้านโนนชมพู หมู่ที่ 10 จำนวน 6 ครัวเรือน มีทั้งบ้านพักอาศัย คอกสัตว์ และโรงเรือนเสียหายแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงของลมในแต่ละพื้นที่
ขณะเดียวกัน ในพื้นที่บ้านคูบใต้ยังอยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม เนื่องจากบางจุดยังไม่สามารถเข้าถึงได้ในทันทีหลังเกิดเหตุ อาจพบความเสียหายเพิ่มขึ้นอีกเมื่อการสำรวจแล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว อาทิ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ และการให้คำแนะนำในการป้องกันภัยจากสภาพอากาศแปรปรวน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด