โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

OPEC+ มีมติเพิ่มโควตาผลิตน้ำมัน สวนทางชาติสมาชิกไม่สามารถทำได้จริง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กลุ่มโอเปคพลัส (OPEC+) มีมติเพิ่มโควตาผลิตน้ำมันเดือนพ.ค. เป็น2แสน6พัน บาร์เรลต่อวัน แต่เป็นเพียง เชิงสัญลักษณ์ เพราะสมาชิกหลักหลายประเทศ ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้จริง ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และพันธมิตร หรือ โอเปคพลัส (OPEC+) ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันดิบขึ้นอีก 206,000 บาร์เรลต่อวัน สำหรับเดือน พ.ค. โดยสมาชิก 8 ประเทศของโอเปคพลัส ประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ได้บรรลุข้อตกลงในการเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนพ.ค. ผ่านการประชุมเสมือนจริง เมื่อวันอาทิตย์ 5เม.ย.

แถลงการณ์ของที่ประชุม ระบุ ว่า บรรดาประเทศสมาชิกโอเปคพลัส จะยังคงเฝ้าติดตามและประเมินสภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด และพยายามสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดอย่างต่อเนื่องพร้อมกันนี้ ยังแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยระบุว่าการซ่อมแซมสินทรัพย์ด้านพลังงานที่เสียหายให้กลับมาใช้งานได้เต็มกำลังนั้น มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในตลาดโดยรวม

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การเพิ่มขึ้นครั้งนี้เป็นเพียงการดำเนินการ เชิงสัญลักษณ์ เท่านั้น เพราะสมาชิกหลักหลายประเทศ ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้จริง เนื่องด้วยผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และ อิหร่าน

การที่ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก ถูกปิดกั้นมาหลายสัปดาห์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกของสมาชิกหลักในแถบอ่าวเปอร์เซีย ทั้งซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี คูเวต และ อิรัก

แม้การเพิ่มโควตาครั้งนี้จะคิดเป็นสัดส่วน ไม่ถึงร้อยละ 2 ของปริมาณน้ำมันที่หายไปจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ แหล่งข่าวจากกลุ่มโอเปคพลัส ระบุว่า นี่คือการส่งสัญญาณความพร้อมที่จะเร่งการผลิตทันทีที่เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง

ขณะที่ สงครามส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยเข้าใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงเพื่อการขนส่งพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย และเมื่อวันพฤหัส ที่ผ่านมา วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ อย่าง เจพีมอร์แกน ระบุว่า ราคาน้ำมัน อาจพุ่งสูงเกิน 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถ้าการลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงถูกขัดขวางลากยาวไปจนถึงช่วงกลางเดือน พ.ค.

ข่าวระบุด้วยว่า การปรับเพิ่มโควตาการผลิตในเดือน พ.ค. เป็นจำนวนที่เท่ากับที่สมาชิกทั้ง 8 ประเทศ เคยตกลงกันไว้สำหรับเดือน เม.ย. ในการประชุมครั้งก่อนเมื่อวันที่ 1 มี.ค.แต่ ท่ามกลางภาวะสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ มีการประมาณการว่า การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งนี้ถือเป็นสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าปริมาณน้ำมันได้หายไปจากระบบมากถึง 12 - 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 15 ของปริมาณน้ำมันโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...