โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดัน B7 สะดุด “เมทานอล” ขาด อุตฯเอทานอล ชงรัฐ เร่ง E20 ลดนำเข้าน้ำมัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวนและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น กำลังเปิดโอกาสให้พลังงานชีวภาพของไทยกลับมาเป็นทางเลือกสำคัญในการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ล่าสุดกระทรวงพลังงาน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง ผลักดันใช้“น้ำมันบนดิน” เพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมัน B100 ในไบโอดีเซลจาก B5 เป็น B7

นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจน้ำมันปาล์มครบวงจร และกรรมการคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าขณะนี้ภาคการผลิตไบโอดีเซลกำลังเผชิญปัญหาสำคัญจากการขาดแคลน “เมทานอล” (หรือที่มักเรียกว่าเมทิลแอลกอฮอล์)ซึ่งเป็นสารแปรสภาพที่จำเป็นต่อกระบวนการผลิตไบโอดีเซล ส่งผลให้การเพิ่มสัดส่วนการผสมจาก B7 ไปสู่ B10 หรือ B20 ทำได้ยากกว่าที่คาดการณ์ไว้

“สาเหตุหลักมาจากปริมาณเมทานอลในตลาดไม่เพียงพอกับความต้องการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งกระบวนการนำเข้าใช้เวลาพอสมควร ส่งผลให้เกิดภาวะคอขวดในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบายพลังงาน”

นายประกิต กล่าวว่า ปัญหานี้สะท้อนถึงการขาดการเตรียมความพร้อมด้านนโยบายของภาครัฐกำหนดแนวทางใช้ไบโอดีเซลในระดับ B5 เป็นหลัก ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำมันปาล์มไม่ได้วางแผนสำรองสารปรุงแต่งสำหรับการผลิตในระดับที่สูงขึ้นนอกจากนี้ การสำรองเมทานอลยังถือเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการ หากนโยบายรัฐไม่มีความชัดเจนหรือเปลี่ยนแปลงบ่อย ภาคเอกชนก็ยากที่จะตัดสินใจสต็อกวัตถุดิบในปริมาณมาก

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมมองว่าไบโอดีเซลยังมีศักยภาพสูงในการช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ หากประเทศไทยสามารถผลิตและใช้ B7 หรือ B10 ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้น จะสามารถทดแทนน้ำมันดีเซลได้ประมาณวันละ 3–5 ล้านลิตร

ด้านนายเจษฎา ว่องวัฒนะสิน นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย เผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพของไทย โดยเฉพาะน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ซึ่งสามารถช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้ ซึ่งในอดีตประเทศไทยมีการใช้น้ำมัน E85 ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าได้มาก แต่ปัจจุบันนโยบายส่งเสริม E85 แทบจะไม่เหลือแล้ว ดังนั้นแนวทางที่เป็นไปได้ในขณะนี้คือการผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมัน E20 มากขึ้น หากสามารถเพิ่มการใช้ E20 ได้ในวงกว้าง จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันลงได้ราว 10% อีกทั้งประเทศไทยยังมีวัตถุดิบสำคัญอย่างอ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งสามารถนำมาผลิตเอทานอลได้เพียงพอ

เมื่อพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำมัน ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นของ ULG 95 หรือเบนซินที่ยังไม่ผสมเอทานอล อยู่ที่ประมาณ 30.2983 บาทต่อลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.04 บาทต่อลิตร เหตุผลที่ E20 มีราคาถูกกว่า เนื่องจากมีการผสมเอทานอล 20% ซึ่งมีราคาถูกกว่า โดยราคาเอทานอลในเดือนมีนาคมอยู่ที่ประมาณ 20.50 บาทต่อลิตร การผสมเอทานอลจึงช่วยดึงราคาหน้าโรงกลั่นให้ต่ำกว่าเบนซิน 95 ประมาณ 2 บาทต่อลิตร เป็นพลังงานสะอาด ปัจจุบันประเทศไทยใช้น้ำมันเบนซินเฉลี่ยของประเทศที่ประมาณ 30 ล้านลิตรต่อวัน หากเปลี่ยนมาใช้ E20 ทั้งหมด จะต้องการเอทานอลประมาณ 6 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งยังอยู่ในระดับที่กำลังการผลิต 7 ล้านลิตรต่อวันสามารถรองรับได้อย่างสบาย

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,184 วันที่ 19 - 21 มีนาคม พ.ศ. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...