แท็กซี่สุวรรณภูมิโอดน้ำมันขาดแคลน กระทบรายได้หนัก วอนรัฐบาลเร่งช่วย
คนขับรถแท็กซี่ SUV ที่ให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันดีเซลอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อการหารายได้และให้บริการผู้โดยสาร นายไพศาล นพสิทธิ์ คนขับแท็กซี่ SUV กล่าวว่า การหาน้ำมันดีเซลเติมนั้นยากมาก บางครั้งต้องขับรถตระเวนหาหลายปั๊มกว่าจะเจอ ทำให้เสียเวลาและไม่สามารถรับผู้โดยสารได้ทันที นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นยังส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ปัจจุบันก็เหลือน้อยอยู่แล้ว ทำให้ต้องเติมน้ำมันครั้งละไม่มากนัก และไม่กล้าเดินทางออกต่างจังหวัดเนื่องจากกังวลเรื่องการหาน้ำมันเติม
นายบดินทร์ สังข์ทอง อีกหนึ่งคนขับแท็กซี่ SUV กล่าวว่า สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันดีเซลทำให้รายได้ลดลงอย่างมาก เพราะไม่สามารถรับงานวิ่งออกต่างจังหวัดได้เหมือนเดิม เนื่องจากต้องคำนวณปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อการเดินทางไปกลับ ซึ่งปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัดก็หาเติมได้ยากเช่นกัน หากต้องไปรอคิวเติมน้ำมันหรือไม่มีน้ำมันให้เติม ก็จะส่งผลกระทบต่อทั้งตนเองและผู้โดยสาร หากปฏิเสธงานก็จะกระทบต่อรายได้ครอบครัว ความกังวลหลักคือการหาน้ำมันเติมไม่ได้ ไม่ใช่ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น ปัจจุบันแม้แต่วิ่งในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล ก็ต้องคำนวณน้ำมันให้เพียงพอ หากน้ำมันไม่พอและหาเติมยากก็จำเป็นต้องจอด และอาจต้องตัดสินใจไม่เข้ารับคิวผู้โดยสารในสนามบิน เนื่องจากไม่สามารถปฏิเสธผู้โดยสารได้และไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะต้องเดินทางไปส่งที่ใด
นายพัลลภ ฉายินธุ นายกสมาคมประสานงานรถรับจ้างสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า แท็กซี่ SUV ที่ให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิเริ่มทยอยหยุดให้บริการเนื่องจากปัญหาน้ำมันดีเซลขาดแคลน โดยเฉพาะเมื่อต้องรับส่งผู้โดยสารในระยะไกล เกรงว่าน้ำมันจะหมดกลางทาง ทำให้จำนวนแท็กซี่ให้บริการในสนามบินลดน้อยลง ปัจจุบันมีสมาชิกสมาคมประมาณ 5-6 พันคัน แต่มีรถวิ่งให้บริการจริงเพียง 2.5 พันคัน ปัญหาดังกล่าวทำให้สมาชิกบางส่วนหยุดวิ่ง หรือต้องปรับลดเวลาการวิ่ง ให้บริการเฉพาะช่วงเช้า หรือเลือกให้บริการเฉพาะเส้นทางระยะสั้นเท่านั้น สมาคมต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ และเตรียมยื่นข้อเสนอหลายข้อ รวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบการจัดเก็บค่าโดยสารจากมิเตอร์เป็นระบบคำนวณโดยแอปพลิเคชัน
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news