โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บลจ.บัวหลวง หลังควบรวม บีแคป เป้า AUM โต 10% แตะ 1 ล้านล้านบาท ส่งกองทุนซีรีส์ใหม่ลงตลาด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 20.37 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 10.58 น.

เปิดแผน บลจ.บัวหลวง หลังควบรวม บีแคป ตั้งเป้า AUM โต 10% แตะ 1 ล้านล้านบาท พร้อมออกกองทุนซีรีส์ใหม่ ให้กรอบหุ้นไทยปีนี้ 1,280 - 1,580 จุด ชูกลยุทธ์ลงทุน “Triple R สู้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อโลก

วันที่ 31 มี.ค.2569 นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. บัวหลวง (BBLAM) แถลงแผนงานครั้งแรกหลังดำรงตำแหน่งซีอีโอเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2568 โดยกล่าวถึงการปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงานขององค์กร ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก รวมถึงความร่วมมือกับบมจ.ธนาคารกรุงเทพ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น

ซีอีโอบลจ.บัวหลวง กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการเข้าถือหุ้นทั้งหมดใน บลจ.บางกอกแคปปิตอล (BCAP) โดยซื้อจาก บล.บัวหลวง ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2568

โดยดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) บลจ.บัวหลวง (เดิมดำรงตำแหน่ง CIO บีแคป เพื่อทำงานร่วมกับทีมบริหารเดิม และเตรียมแผนรองรับการผสานธุรกิจจัดการกองทุนของทั้งสององค์กรในอนาคต

ด้านมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) ณ สิ้นปี 2568 ของบลจ.บัวหลวงเมื่อรวมกับบีแคป มีมูลค่ารวม 980,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.17% จากปีก่อน แบ่งเป็นกองทุนรวม 811,708 ล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 131,089 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 37,669 ล้านบาท

“ในปีที่ผ่านมาบลจ.บัวหลวงได้ปรับปรุงและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับการดำเนินการในระดับสากล มีการพัฒนาปรับปรุงขั้นตอนการวิเคราะห์การลงทุน การดำเนินงานต่างๆ การติดตามผลและการตรวจสอบในส่วนงานต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด”

สำหรับปี 2569 คาดหวัง AUM ขยายตัวเท่ากับอุตสาหกรรม หรือเติบโตประมาณ 9 - 10% หรือแตะระดับกว่า 1 ล้านล้านบาท จากช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมา เติบโตต่ำกว่า 5% ซึ่งอาจไม่ได้นำเสนอกองทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้า อีกทั้งกองทุนลดหย่อนภาษี LTF ในอดีตซึ่งได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมาก เมื่อครบอายุและไม่มีสิทธิทางภาษีตั้งแต่ปี 2568 ส่งผลให้ลูกค้าหายไป ปัจจุบัน LTF ภายใต้การบริหารของบลจ.บัวหลวง มีสถานะคงค้าง 2.5 หมื่นล้านบาท

แผนงานปี 2569 ยังคงเดินหน้าวางแผนการโอนธุรกิจจากบีแคปคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการ และขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูง(High Net Worth)

รวมถึงการยกระดับการให้บริการทั้งลูกค้าและพันธมิตร โดยเน้นการทำงานใกล้ชิดกับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นช่องทางจัดจำหน่ายหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้ข้อมูลการลงทุนแก่ผู้แนะนำการลงทุนและเครือข่ายสาขา และขยายผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย พร้อมพัฒนาการบริหารจัดการกองทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม

โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การต่อยอดโครงการ Multi-Manager Partnerships ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างบริการกิจกรรมการให้ข้อมูลแก่นักลงทุน รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันบลจ.บัวหลวง มีกองทุนที่บริหารโดยบริษัทจัดการกองทุนระดับโลกมากถึง 16 ราย ที่นำเสนอกองทุนรวมที่คัดสรรมาอย่างดีให้กับผู้ลงทุน

คาดว่าโครงการ Multi-Manager Partnerships ช่วยดึงความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลกที่โดดเด่นในด้านต่างๆ เพื่อนำเสนอบริการให้กับผู้ลงทุน ซึ่งช่วยให้บลจ.บัวหลวง สามารถมีและพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนที่หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายกระจายความเสี่ยงได้เหมาะสม โดยได้รับข้อมูลด้านการลงทุนและการบริการที่ดียิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรม เพื่อให้ความรู้และให้ข้อมูลที่อัพเดทกับผู้แนะนำการลงทุนของธนาคาร ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รวมถึงผู้ถือหน่วยลงทุนของบลจ.บัวหลวง

ปีนี้เตรียมออกกองทุนที่มีความซับซ้อนของสินทรัพย์มากขึ้น ซึ่งจะเป็นลักษณะกองทุนที่เป็นซีรีย์ประมาณ 5 กองทุน ที่สามารถใช้อ้างอิงเป็นพอร์ตหลัก (Core Port) คาดว่าจะเริ่มเห็นตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค.เป็นต้นไป จากปัจจุบันได้ยื่นขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปแล้ว

บลจ.บัวหลวง ยังได้จัดกิจกรรมงานสัมมนาใหญ่ประจำปี BBLAM Global Investment Forum2026 เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรบริษัทจัดการกองทุนระดับโลกถึง 11 ราย ได้แก่ Pictet Asset Management, Lazard, Kotak International, ChinaAMC, Fidelity International, Allianz Global Investors, Nippon Life India, Franklin Templeton, E Fund, BNP Paribas Asset Management และ Wellington Management มาร่วมกันนำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจและไอเดียการลงทุนสำคัญสำหรับปี 2569 ให้กับลูกค้าของบลจ.บัวหลวง โดยตรง

นอกจากความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกแล้ว นายบรรณรงค์ กล่าวว่า ต้นปีนี้บริษัทได้ร่วมมือกับผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อหน่วยลงทุนที่สำคัญ เช่น ได้ร่วมมือกับบล.บัวหลวง ทำรายการ Fund BnB ทางช่องโซเชียล มีเดีย เพื่อให้ข้อมูลด้านการลงทุนและข้อมูลของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัท อีกทั้งมีแผนพัฒนาการออกผลิตภัณฑ์ร่วมกันในรูปแบบอื่นๆ อีกในอนาคต

มาที่มุมมองการลงทุน และการรับมือของ บลจ.บัวหลวง ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากสงครามการค้า ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์

ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.บัวหลวง

ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.บัวหลวง กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนากระบวนการส่งผ่านข้อมูลจากฝ่ายลงทุนและฝ่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ไปยังฝ่ายงานอื่นๆ เพื่อให้สื่อสารข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งต่อไปยังผู้ถือหน่วยลงทุนและนักลงทุนทั่วไปได้ทันสถานการณ์ รวมทั้งได้เริ่มความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อทำงานใกล้ชิดมากขึ้น โดยส่งผ่านข้อมูลในรูปแบบต่างๆ

สำหรับมุมมองการลงทุน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยสำคัญกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทำให้ GDP อาจถูกปรับลดลง

บลจ.บัวหลวง ประเมินดัชนีหุ้นไทยปิดปี 2569 ที่ 1,580 จุด ให้แนวรับ 1,280 จุด โดยมองหุ้นกลุ่มพลังงานยังได้รับประโยชน์หลักจากราคาพลังงานที่เป็นขาขึ้น และยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ(ICT)และปิโตรเคมี

ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน บลจ.บัวหลวง แนะนำจัดพอร์ตการลงทุนทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ Triple R ได้แก่

  • Reduce: ลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสู่ระดับปกติ (Neutral)โดยขายทำกำไรบางส่วนและลดหุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยเฉพาะตลาดที่เน้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และกลุ่มเทคโนโลยีจีน หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กของสหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลตลาดเกิดใหม่
  • Rotate: หมุนลงทุนเข้าสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน เพิ่มสัดส่วนลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่วนตราสารหนี้ เน้นพันธบัตรระยะสั้นและตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
  • Remain Diversified: คงการกระจายความเสี่ยง เพิ่มสัดส่วนทองคำ น้ำมันและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

“บลจ.บัวหลวง เชื่อว่า กลยุทธ์ Triple R จะช่วยรับมือความผันผวนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า”ดร.ธนาวุฒิ กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...