โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เชือดแพะให้ลิงดู! ถ้า'โจโฉ'เกิดได้เป็นนายกฯในยุคของเรา เขาจะแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนด้วยวิธีการนี้

The Better

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

โจโฉในประวัติศาสตร์นับเป็นคนที่ปราดเปรื่องคนหนึ่ง ในประเทศจีนช่วงหลังๆ มีการประเมินโจโฉในแง่มุมที่เป็นคุณต่อเขามากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการมองเขาโดยอิงกับภาพลักษณ์ในนิยาย แต่อิงกับประสิทธิภาพในการบริหารประเทศตามที่ปรากฎในประวัติศาสตร์

แต่มีอยู่หนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นคนอำมหิตและใจเล็กไปหน่อย นั่นคือ กรณีที่เขาบริหารเสบียงผิดพลาดแต่แทนที่จะโทษตัวเอง เขากลับประหารนายกองเสบียงเสียนี่

เหตุการณ์นี้ อยู่ในหนังสือ 'คำอธิบายพงศาวดารสามก๊ก' ของเผยซงจือ 《三国志注》นักประวัติศาสตร์ยุคหนานเป่ยเฉา ซึ่งอ้างข้อมูลจากหนังสือ 'ชีวประวัติโจหมาน' 《曹瞒传》 ซึ่งสูญหายไปแล้ว ความมีอยู่ว่า "เมื่อเขา (โจโฉ) ติดพันการต่อสู้กับพวกโจร เสบียงอาหารเกิดไม่เพียงพอ เขาจึงพูดกับนายกองเป็นการส่วนตัวว่า "เราควรทำอย่างไรดี?" นายกองจึงกล่าวว่า "เราสามารถลดสัดส่วนเสบียงลงเล็กน้อยเพื่อชดเชย (ความขาดแคลน) ได้" โจโฉจึงกล่าวว่า "ดี" ต่อมา เมื่อคนในกองทัพกล่าวว่าโจโฉกำลังหลอกลวงผู้คน (เพราะปันส่วนอาหารน้อยลง) โจโฉจึงกล่าวกับนายกองว่า "ข้าต้องให้เจ้าตายเพื่อปลอบประโลมขวัญผู้คน มิฉะนั้นเรื่องนี้จะไม่ได้รับการแก้ไข" ดังนั้นเขาจึงตัดหัวนายกองคนนั้น นำหัวของเขาไปประจาน และกล่าวว่า "เขาใช้วิธีการลดทอนเสบียงเพื่อขโมยข้าวของทางราชการ จึงถูกตัดหัวที่ประตูค่าย" ความโหดร้ายและเพทุบายของเขา (โจโฉ) ล้วนเป็นเช่นนี้เอง"

นี่เป็นข้อความทางประวัติศาสตร์ แม้จะกล่าวกันว่าผู้เขียน 'ชีวประวัติโจหมาน' มีอคติกับโจโฉ (เพราะแต่งโดยคนของง่อก๊ก) แต่ก็ยังถือเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ร่วมสมัย ไม่ใช่นิยายที่แต่งขึ้นในภายหลัง ดังนั้น ต่อให้โจโฉเก่งกาจด้านการบริหารเพียงใด (อย่างที่คนยุคนี้ชื่นชมกัน) แต่เขาก็ยังต้องพึ่งวิธีการอันชั่วร้ายเพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากการถูกประชาทัณฑ์โดยประชาชนเมื่อบริหารทรัพยากรผิดพลาด

สรุปสั้นๆ ก็คือ โจโฉแก้ปัญหาของขาดแคลนด้วยการหาแพะรับบาป เพื่อป้องกันไม่ให้บาป (คือความไม่พอใจของกองทัพ) ตกมาถึงตน

ความตอนนี้ในประวัติศาสตร์ยังถูกนำมาดัดแปลงในนิยายสามก๊ก 《三国演义》ที่แต่งสมัยปลายราชวงศ์หยวนต้นราชวงศ์หมิง โดยเสริมชื่อนายกองเข้าไปว่าชื่ออองเฮา (王垢) ซึ่งไม่มีตัวตนจริง และแต่งเสริมเข้าไปอีกว่าโจโฉขอให้อองเฮาตายเพื่อปลอบขวัญกองทัพ แม้จะต้องเป็นแพะรับบาปแทนเขาแต่เขาจะช่วยชุบเลี้ยงภรรยาและลูกๆ ของอองเฮาเองเมื่อเขาจากไป

ปรากฏว่าในนิยาย (ที่ไม่ค่อยจะเห็นใจโจโฉเหมือนกัน) ก็ยังแต่งเติมให้โจโฉใจใหญ่กว่าตัวจริงเสียอีก

ภาพลักษณ์ของโจโฉที่เป็นคนดำๆ เทาๆ แบบนี้เป็นที่นิยมกันมากในหมู่มวลชน และทำให้เขาถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายมากกว่าผู้นำที่เชี่ยวชาญในเรื่องรัฐกิจและะเศรษฐกิจ

ความจริงแล้ว หากตัดกรณีโยนบาปให้นายเสบียงออกไป โจโฉถือว่าเป็นคนที่บริหารปากท้องของประชาชนได้ดีคนหนึ่ง

ลองพิจารณาดูว่า วุยก๊กของโจโฉนั้นตั้งอยู่ทางภาคเหนือของจีน ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความแห้งแล้ง ปลูกข้าวไม่ได้ แต่ปลูกธัญญาหารไว้กินแป้งได้ ผักหญ้าก็ไม่ได้บริบูรณ์ ทั้งยังเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการเมืองจึงเกิดการแบ่งชิงอำนาจบ่อยครั้ง

ปรากฏการณ์ 'คนกินคน' จึงมักจะเกิดกับภาคเหนือของจีนมากกว่าส่วนอื่นๆ

ผิดกับง่อก๊กของซุนกวนซึ่งเป็นเมืองท่าชายทะเล นอกจากจะอุดมด้วยน้ำและข้าวปลายังเป็นเมืองท่าติดต่อกับแว่นแคว้นทะเลใต้อันมั่งคั่งด้วยของหายาก

ส่วนจ๊กก๊กของเล่าปี่ก็เป็นอู่ข้าวอู่น้ำและเป็นเมืองอุตสาหกรรมผ้าไหม จึงกินอิ่มและมั่งมี แถมยังแวดล้อมด้วยภูเขาเป็นปราการธรรมชาติ ไม่ต้องพากเพียรไปรบกับใคร หากขี้เกียจจะแย่งอำนาจก็นั่งตีพุงไปวันๆ ได้โดยไม่ต้องกังวล

แต่วุยก๊กนั้นขาดแคลนไปหมดทุกอย่าง ทั้งราชธานีอย่างฉางอันและลั่วหยางก็พังพินาศเพราะพวกขุนศึกรบ เผา และกวาดต้อนผู้คนไม่หยุดหย่อน

โจโฉแม้จะย้ายเมืองหลวงไปฮูโต๋แล้ว นั่นก็ยังเป็นภาคเหนือและแผ่นดินที่เหลือก็ขาดแคลนเสียเหลือเกิน

แต่สติปัญญาของโจโฉนั้นกว้างใหญ่เท่าแผ่นดินจีน

เขาเห็นว่าที่ผู้คนก่อกบฎ (เช่นโจรโพกผ้าเหลือง) ก็เพราะอดอยาก ที่บ้านเมืองแตกแยกก็เพราะชนชั้นต่างๆ ไม่ได้รับส่วนแบ่งทางเศรษฐกิจที่สมน้ำสมเนื้อ

หากไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ต่อให้มีก๊กไว้ปกครอง ผู้คนในก๊กนั้นก็จะกลายเป็นอาวุธสังหารผู้นำได้

โจโฉจึงรบไปด้วยและวางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไปด้วย

วิธีแก้ปัญหาขาดแคลนในวุยก๊กที่มีประสิทธิภาพอย่างหนึ่ง คือ ระบบถุนเถียน

'ถุนเถียน' (屯田) คือระบบนาที่อยู่ภายใต้ระบบทหาร กล่าวคือรัฐบาลทหารจะบริหารที่นาให้ประชาชนที่พลัดถิ่นจากสงครามมาทำนาในที่นั่นเพื่อรื้อฟื้นเกษตรกรรมที่เสียหายไป เพื่อผลิตอาหารป้อนสังคมที่หิวโหย และกระตุ้นเศรษฐกิจไปด้วย และเนื่องจากเป็นที่นาทหาร ชาวบ้านจึงต้องฝึกทหารไปด้วยเพื่อเป็นกองกำลังสำรองป้องกันประเทศ

ตามคำสั่ง "คำสั่งจัดตั้งนาทหาร" ของโจโฉที่ประกาศเมื่อปี ค.ศ. 196 เขาจัดให้คนพลัดถิ่นถูกจัดตั้งเป็นกลุ่มๆ ละ 50 คน ทำการเพาะปลูกในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน และฝึกฝนทหารในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง

ในส่วนของอุปกรณ์การผลิต ชาวนาสามารถยืมวัวของรัฐบาลโดยผลผลิตจะถูกแบ่ง 40/60 กับรัฐบาล หากใช้วัวของตัวเองผลผลิตจะถูกแบ่ง 50/50 กับรัฐบาล

ในเวลาเพียงหนึ่งปี โจโฉสามารถเก็บธัญพืชเข้าโกดังหลวงได้มากถึง 1 ล้านหู (斛) โดย 1 หูเท่ากับ 103 ลิตรในปัจจุบัน ดังนั้นโจโฉมีของในคลังประมาณ 103 ล้านลิตร

ธัญพืชที่ผลิตได้พวกนี้ครึ่งหนึ่งจึงเป็นอาหารของประชาชน ครึ่งหนึ่งส่งให้รัฐในฐานะภาษี ดังนั้นโจโฉไม่เพียงแก้ปัญหาปากท้องของขาดแคลน แต่ยังเก็บภาษีเข้ารัฐได้ด้วย

ภาษีแบบครึ่งต่อครึ่งถือว่าสูงมาก (เกือบจะเท่ากับหลายประเทศในยุโรปตอนนี้) ตามความคาดหวังของคนในยุคสมัยใหม่ การเก็บภาษีที่สูงย่อมต้องมีความคาดหวังต่อบริการของรัฐและสวัสดิการของประชาชนที่สูงไปด้วย

ในยุคนั้น ต่อให้เก็บภาษีสูงขนาดนี้โดยไม่มีอะไรตอบแทน ประชาชนก็ยังยอมตามเงื่อนไขของโจโฉ เพราะนี่ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ดีมากแล้วสำหรับคนพลัดที่นาคาที่อยู่นับล้านคนในยุคสามก๊ก

นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาความขาดแคลนแถมยังเติมภาษีเข้าคลังของโจโฉ

เราสามารถทำแบบนี้กับการขาดแคลนน้ำมันได้หรือไม่? แน่นอนเราสามารถทำได้โดยผ่านกลไกกองทุนน้ำมันนั่นเอง

แต่น้ำมันไม่เหมือนธัญพืช แม้จะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์เหมือนกัน น้ำมันกลับมีอยู่ในพื้นที่จำกัด ส่วนธัญพืชปลูกที่ไหนก็ได้

ดังนั้นจะใช้วิธีดำเนินการแบบโจโฉก็คงไม่ได้

ยกเว้นแต่จะใช้วิธีใจดำอำมหิตด้วยการประหาร 'นายกอง' แล้วโยนความผิดว่าเป็นเพราะ 'นายกอง' ยักยอกน้ำมัน

ความจริงแล้วการประหารนายกองเสบียงเป็นเรื่องล้มเหลวด้านการบริหารทรัพยากรเพียงไม่กี่เรื่องของโจโฉ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาเลือกที่จะประหารข้าราชการตัวเล็กๆ แทนที่จะจัดการกับแม่ทัพฝ่ายเกียกกายที่มีอำนาจสูงกว่า

นี่เป็นความสงสัยของผมเองว่า แม้นายกองจะเสนอให้โจโฉลดทอนอาหารในกองทัพ แต่ความคิดนี้ควรจะเป็นของนายกองตัวเล็กๆ หรือ? ดีไม่ดีบทสนทนาในประวัติศาสตร์อาจถูกตัดทอนบางส่วนออกไป เช่น โจโฉหรือแม้ทัพบางคนเป็นคนเสนอมากกว่า แล้วนายกองเป็นผู้สนองความคิดนั้น

แต่เพราะนายกรัฐมนตรีไม่อาจประหารพันธมิตรทางการเมืองของตน คนที่ต้องรับเคราะห์ก็ต้องเป็นข้าราชการระดับรองๆ ลงมา

ถ้าโจโฉมาเป็นนายกฯ ของไทยในเวลานี้ คนที่จะถูกนายกฯ ตัดหัวคนแรกควรจะเป็นรัฐมนตรีผู้ดูแลเรื่องพลังงานใช่ไหม?

คนที่จะถูกตัดหัวน่าจะเป็นข้าราชการมากกว่า

มีเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนว่า โจโฉจะเล่นงานพวกตัวเลขแทนที่จะเล่นงานพวกตัวใหญ่ สืบเนื่องมาจากคำสั่งให้ทำนาแบบถุนเถียนนั่นเอง

การทำนาแบบถุนเถียนมีส่วนช่วยไม่ให้พวกคนใหญ่คนโตยึดที่ดินตามาอำเภอใจและยังบีบให้พวกเจ้าที่ดินต้องจ่ายภาษีให้ถูกต้อง

การยึดที่ดินชาวบ้านเป็นสิ่งที่พวกคนรวยทำกันมาเป็นสหัสสวรรษแล้ว เพราะชาวนาก็จนมาแต่โคตรเหง้าศักราช พอจนแล้วก็ไม่มีทุนผลิต ต้องไปกู้หนี้ยืมสินคนรวย แต่ยืมแล้วก็ไม่มีจ่าย (หรือบางมีถูกรังแกจนจ่ายไม่ได้) ต้องเสียที่ดินให้พวกคนรวยไป ส่วนตัวเองกลายเป็นทาสติดที่ดิน

โจโฉได้ออกคำสั่งที่มีชื่อว่า 'คำสั่งกำราบการยึดที่ดิน'《抑兼并令》ก็เพื่อสกัดกั้นการตุนที่ดินและความมั่งคั่งของคนรวย เพราะควรเป็นรัฐบาลเท่านั้นที่บริหารความมั่งคั่งและแจกจ่ายให้ผู้ที่สมควรจะได้รับ

แต่มีผู้หลีกเลี่ยงคำสั่งนี้ ซึ่งไม่ใช่ใคร เป็นญาติของเขาเอง คือ โจหอง

โจหองสั่งให้ลูกน้องทำการกวาดต้อนคนไร้ถิ่นมาเป็นทรัพยากรมนุษย์ของตน กว้านที่ดินมาครองเป็นต้นทุนการผลิต และยังหลีกเลี่ยงภาษี

เรื่องนี้ไปถึงนายอำเภอท้องถิ่น คือหยางเพ่ย (杨沛) ซึ่งทำงานอย่างเถรตรง เพื่อพบว่าคนของโจหองทำการละเมิดกฎหมายก็ไปลากตัวถึงบ้านแล้วลงโทษ แล้วลากตัวไปประจานกลางถนนให้ผู้คนดูเป็นเยี่ยงอย่าง

โจหองรีบแจ้นไปฟ้องโจโฉให้ช่วยลูกน้องของตน อันที่จริงโจโฉน่าจะรู้ดีด้วยซ้ำว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการละเมิดกฎหมายคือโจหอง แต่เขาไม่เพียงไม่ช่วยลูกน้องของโจหอง ยังตัดคอเสียกลางถนน

ความจริงเขาควรจะตัดหัวโจหองมากกว่าด้วยซ้ำ แต่กลับตัดหัวลูกน้องของโจหอง แบบนี้ไม่ใช่ต้องการปิดปากลูกน้องไม่ให้ซัดทอดมาถึงโจหองหรอกหรือ?

โจโฉประหารโจหองไม่ได้ เพราะเป็นญาติของตนแถมโจหองยังเคยช่วยชีวิตเขาไว้ในสงคราม กระนั้นก็ตาม กฎหมายของเขาก็ควรจะศักดิ์สิทธิ์ หากไม่ฆ่าคนของโจหองแล้วเขาจะปกครองรัฐได้อย่างไร?

สรุปก็คือ ทั้งโจหองและโจโฉต่างใช้แพะมารับบาปแทนคนของตระกูลตนที่ทำผิดกฎหมาย คนนอกคงเห็นว่านี่เป็นความเถรตรงไม่เห็นแก่ 'คอนเนกชั่น' แต่คนรู้ทันจะเห็นว่านี่เป็นการอำพรางความผิด

กลับมาดูการแก้ปัญหาน้ำมันในปัจจุบัน

แน่นอนว่าการไปหาคนผิดตัวเล็กตัวน้อยก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่นั่นเป็นพวกปลายน้ำ ส่วนพวกต้นน้ำที่มี 'คอนเนกชั่น' แข็งปั๋งมักจะรอดเสมอ อาจเป็นเพราะมีความจำเป็นทางการเมืองอย่างหนึ่งที่ต้องปล่อยพวกต้นน้ำให้ลอยนวล

แม้แต่คนที่ดูเหมือนจะเด็ดขาดอย่างโจโฉก็ยังประหารตัวใหญ่ไม่ได้ แต่ประหารแพะตัวแล้วตัวเล่า นี่ไม่ได้สะท้อนให้เห็นหรือว่าการเมืองเป็นเรื่องประโยชน์นิยมเพียงใด?

กระนั้นก็ตาม ถ้าใจร้ายใจดำแบบพวกประโยชน์นิยมสักหน่อย ก็คงต้องบอกว่า การเชือดแพะ (ที่มีส่วนทำความผิดด้วยแม้จะไม่ใช่ตัวต้นคิด) ก็อาจจะฟื้นความสงบเรียบร้อยของสังคมได้เหมือนกัน

กระนั้นก็ตาม ผมไม่ใช่พวกประโยชน์นิยมจึงไม่สนับสนุนการทำแบบนั้น

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - โจโฉ จากภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง 'สามก๊ก' ปี 1994

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...