โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BBLAM หวังปี 69 ปั้น AUM แตะล้านลบ. ลุยกองทุนใหม่-ผนึกพันธมิตรโลก มองแนวต้านหุ้นไทย 1,580 จุด

efinanceThai

เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 06.42 น.

BBLAM หวังปี 69 ปั้น AUM แตะล้านลบ. ลุยกองทุนใหม่-ผนึกพันธมิตรโลก มองแนวต้านหุ้นไทย 1,580 จุด

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 มี.ค. 69 13:42 น.

BBLAM กางแผนปี 69 ตั้งเป้า AUM โต 9 - 10% แตะ 1 ล้านลบ. เดินหน้าควบรวม BCAP พร้อมออกกองทุนซีรีส์ใหม่ มองกรอบหุ้นไทยปีนี้ 1,280 - 1,580 จุด ชูกลยุทธ์ Triple R ปรับพอร์ตสู้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อโลก

นายบรรณรงค์ พิชญากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยในงานแถลงข่าว ทิศทางการปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงานขององค์กร ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก รวมถึงความร่วมมือกับ BBL เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

- มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) ในปี 69 คาดหวังการเติบโตให้เท่ากับอุตสาหกรรม หรือเติบโตประมาณ 9 - 10% หรือแตะระดับกว่า 1 ล้านล้านบาท จากช่วง 3 - 4 ปีที่ผ่านมา เติบโตต่ำกว่าระดับ 5% ซึ่งอาจไม่ได้นำเสนอกองทุนที่ตอบโจทย์ลูกค้า อีกทั้งกองทุนลดหย่อนภาษี LTF ในอดีต ซึ่งในอดีตได้รับความนิยมจำนวนมากจากลูกค้า ครบอายุและไม่มีสิทธิทางภาษีตั้งแต่ปี 68 ส่งผลให้ลูกค้าหายไป ทั้งนี้ LTF มีสถานะคงค้างอยู่ราว 2.5 หมื่นล้านบาท

- ซึ่งปีนี้เตรียมออกกองทุนที่มีตวามซับซ้อนของสินทรัพย์มากขึ้น ซึ่งจะเป็นลักษณะกองทุนที่เป็นซีรีย์ประมาณ 5 กองทุน ที่สามารถใช้อ้างอิงเป้นพอร์ตหลัก (Core Port) โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นตั้งแต่ช่วงก.ค.เป็นต้นไป จากปัจจุบันได้ยื่นขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปแล้ว

- ทั้งนี้ AUM ณ สิ้นปี 68 ของ BBLAM (เมื่อรวมกับ บลจ.บีแคป หรือ BCAP) มีมูลค่ารวม 980,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.17% จากปีก่อน แบ่งเป็น กองทุนรวม 811,708 ล้านบาท, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 131,089 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 37,669 ล้านบาท

- นายบรรณรงค์ ยังกล่าวอีกว่า กรณีคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการเข้าถือหุ้นทั้งหมด ในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล (BCAP) ตั้งแต่ไตรมาส 3/68 ปัจจุบันได้แต่งตั้งผู้บริหาร โดยตนเองเข้ารับตำแหน่ง CEO และ ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) เพื่อทำงานร่วมกับทีมบริหารเดิม และเตรียมแผนรองรับการผสานธุรกิจจัดการกองทุนของทั้งสององค์กรในอนาคต

- โดยแผนงานในปี 69 ยังคงเดินหน้าวางแผนการโอนธุรกิจจาก BCAP คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการ และขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าผู้มีความมั่งคั่งสูง

- และในปีนี้ มุ่งยกระดับการให้บริการทั้งลูกค้าและพันธมิตร โดยเน้นการทำงานใกล้ชิดกับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นช่องทางจัดจำหน่ายหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้ข้อมูลการลงทุนแก่ผู้แนะนำการลงทุนและเครือข่ายสาขา และขยายผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย พร้อมพัฒนาการบริหารจัดการกองทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดี ภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม

- โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การต่อยอดโครงการ Multi-Manager Partnerships ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างบริการกิจกรรมการให้ข้อมูลแก่นักลงทุน รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน BBLAM มีกองทุนที่บริหารโดยบริษัทจัดการกองทุนระดับโลกมากถึง 16 ราย ที่นำเสนอกองทุนรวมที่คัดสรรมาอย่างดีให้กับผู้ลงทุน

- โครงการ Multi-Manager Partnerships ช่วยดึงความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลกที่โดดเด่นในด้านต่างๆ เพื่อนำเสนอบริการให้กับผู้ลงทุน ซึ่งช่วยให้ BBLAM สามารถมีและพัฒนาผลิตภัณฑ์กองทุนที่หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในต่างประเทศ

- ซึ่งจะช่วยทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายกระจายความเสี่ยงได้เหมาะสม โดยได้รับข้อมูลด้านการลงทุนและการบริการที่ดียิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรม เพื่อให้ความรู้และให้ข้อมูลที่อัพเดทกับผู้แนะนำการลงทุนของธนาคาร ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน รวมถึงผู้ถือหน่วยลงทุนของเรา

นอกจากความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกแล้ว ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา BBLAM ได้ร่วมมือกับผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อหน่วยลงทุนที่สำคัญ เช่น ได้ร่วมมือกับ BLS ทำรายการ Fund BnB ทางช่อง Social Media เพื่อให้ข้อมูลด้านการลงทุนและข้อมูลของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัท อีกทั้งมีแผนพัฒนาการออกผลิตภัณฑ์ร่วมกันในรูปแบบอื่นๆ อีกในอนาคต นายบรรณรงค์ กล่าว

มุมมองด้านการลงทุน

- จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลและอิหร่าน เข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยสำคัญกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทำให้ GDP อาจถูกปรับลดลง

- ดัชนี SET ปีนี้ประเมินแนวต้าน 1,580 จุด แนวรับ 1,280 จุด โดยมองหุ้นกลุ่มพลังงานยังได้รับประโยชน์หลัก จากราคาพลังงานขาขึ้น และยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคารกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ และปิโตรเคมี

- อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบัน BBLAM แนะนำจัดพอร์ตการลงทุนทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ Triple R ได้แก่

Reduce: ลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสู่ระดับปกติ (Neutral)โดยขายทำกำไรบางส่วนและลดหุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยเฉพาะตลาดที่เน้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และกลุ่มเทคโนโลยีจีน หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กของสหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลตลาดเกิดใหม่

Rotate: หมุนลงทุนเข้าสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน เพิ่มสัดส่วนลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่วนตราสารหนี้ เน้นพันธบัตรระยะสั้นและตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว

Remain Diversified: คงการกระจายความเสี่ยง เพิ่มสัดส่วนทองคำ น้ำมันและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

- เชื่อว่า กลยุทธ์ Triple R จะช่วยรับมือความผันผวนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...