เส้นทางของเชฟหญิง Garima Arora แห่งร้าน GAA อาหารอินเดียมิชลิน 2 ดาว
Gourmet & Cuisine
อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 08.56 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหารกลิ่นหอมของเครื่องเทศและสีสันเป็นเสน่ห์ของอาหารอินเดียที่ผู้คนหลงใหลจนอยากไปเยือนสักครั้ง และหากพูดถึงร้านอาหารอินเดียในกรุงเทพฯ ชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงคือ GAA ร้านมิชลิน 2 ดาวที่นำเสนอแนว Modern Indian Food ผสมผสานอาหารรสชาติดั้งเดิมและความร่วมสมัยไว้ด้วยกัน
เพื่อเป็นการฉลองวันสตรีสากล ฉบับนี้เราพาทุกคนมารู้จักกับเชฟ Garima Arora เชฟหญิงชาวอินเดียจากเมืองมุมไบ ที่ตกหลุมรักการทำอาหารจากฝีมือคุณพ่อ เชฟบอกว่าแรงบันดาลใจในการทำอาหารพร้อมกับการสนับสนุนเข้าสู่อาชีพนี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่คือคุณพ่อของเธอนั่นเอง ตั้งแต่เด็กที่เธอเฝ้าดูคุณพ่อทำอาหาร ทั้งชื่นชอบและหลงใหลในฝีมือพร้อมเทคนิคใหม่ๆ ที่ท่านชอบทดลองจนเธอสนุกไปด้วยที่ได้เป็นลูกมือ และคุณพ่อเองที่เป็นแรงสนับสนุนในการตัดสินใจให้เลือกอาชีพเชฟ จนเธอได้ไปเรียนโรงเรียนสอนทำอาหารอย่างจริงจังที่ Le Cordon Bleu Paris ประเทศฝรั่งเศส หลังเรียนจบได้ร่วมงานกับเชฟชื่อดังและร้านอาหารมิชลินหลายแห่ง ทั้งเชฟกอร์ดอน แรมเซย์ (Gordon Ramsay) และเคยทำงานกับเชฟ René Redzepi ที่ร้าน Noma ร้านอาหารมิชลิน 3 ดาว ในกรุงโคเปนเฮเกน และร้านอาหารอื่นๆ ก่อนที่จะมาเปิดร้าน GAA ของตัวเองที่กรุงเทพฯ
เชฟบอกว่าอาหารของเธอไม่ยึดติดอยู่กับกรอบประเพณีเดิมๆ แต่ไม่ละทิ้งมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมกับค้นหารสชาติและเทคนิคใหม่ๆ ที่เธอเองก็ตื่นเต้น และนี่คือจุดเด่นที่ลูกค้าจะได้พบในอาหารของเธอ คนที่ติดตามร้าน GAA อยู่เสมอจะได้เห็นปรัชญาของเชฟที่มีอย่างแน่วแน่ทั้งต่อทีมงานและร้านของตัวเองจนคว้ามิชลิน 1 ดาวในปี 2018 รางวัล Asia’s Best Female Chef จาก World’s 50 Best Restaurants ในปี 2019 รางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award Presented by Blancpain ในปี 2022 และคว้ารางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมมิชลิน 2 ดาว ในปี 2023 อีกทั้งเป็นเชฟหญิงอินเดียคนแรกที่ได้รางวัลนี้ ปัจจุบันแม้จะมีเชฟหญิงในวงการอาหารหลายคน แต่ในฐานะเชฟหญิงชาวอินเดียเธอรู้สึกอย่างไรกับอาชีพนี้? เชฟบอกทันทีว่าความสำเร็จในครัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ แต่ขึ้นอยู่กับการรู้จักและใช้จุดแข็งของตัวเอง ผู้หญิงมีสัญชาตญาณที่ดีและใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีคุณค่าอย่างมากในอุตสาหกรรมนี้ ผู้หญิงมักสังเกตเห็นสิ่งที่คนอื่นอาจมองข้าม และสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและรอบคอบภายใต้ความกดดัน คุณสมบัติเหล่านี้เองส่งผลต่อวิธีการนำทีมงาน การสร้างสรรค์ และขัดเกลาทุกรายละเอียดในร้านอาหาร แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งสำคัญของการเป็นเชฟคือทักษะ ความอดทน และความหลงใหล
การทำงานในร้านอาหารมืออาชีพเชฟบอกว่าเป็นงานที่หนัก แต่สำหรับผู้หญิงแล้วเป็นความท้าทาย ทั้งต้องทำงานหนัก ใช้เวลามาก ทำให้ห่างจากครอบครัว ซึ่งเชฟมองว่าเป็นการเสียสละอย่างมาก ผู้หญิงที่จะเข้าวงการนี้จึงต้องชัดเจนกับตัวเองว่าทำไมถึงเลือกเส้นทางนี้ และเข้าใจด้วยว่าต้องแลกกับอะไร แต่สำหรับในครัวของเชฟเธอสนับสนุนให้ทุกคนให้ความสำคัญกับสุขภาพ มีชีวิตส่วนตัวและอยู่กับครอบครัวควบคู่ไปกับอาชีพการงาน
หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Gaa คือ Summer Curry ซึ่งเชฟบอกว่าเมนูนี้สะท้อนแนวทางที่สนุกและขี้เล่นในการตีความอาหารอินเดียใหม่ โดยปกติแล้วแกงมักเชื่อมโยงกับความอบอุ่นและความสบายใจ แต่เราอยากสำรวจเมนูนี้ผ่านความแตกต่าง ทั้งในด้านเนื้อสัมผัส รสชาติ และอุณหภูมิ เราจึงเสิร์ฟแบบเย็น ใช้ปูม้าสีน้ำเงิน คู่กับแกงที่อินฟิวส์กลิ่นใบตองย่าง แอปเปิลไอซ์ และกระเจี๊ยบกรอบ เป็นเมนูที่แสดงถึงแก่นแท้ของคำว่า “แกง” ในสไตล์ของเธอ ที่เปลี่ยนวิธีที่คุณได้สัมผัส ให้ความน่าประหลาดใจ มีหลายมิติ หยั่งรากในความทรงจำ แต่แสดงออกในรูปแบบใหม่ เชฟ Garima Arora ปิดท้ายบทสนทนาด้วยประโยคสำหรับผู้หญิงรุ่นใหม่ที่จะก้าวเข้ามาเป็นเชฟว่า อาชีพนี้ไม่มีทางลัด ใครก็ตามที่อยากประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเพศใด ต้องทำงานหนักและมีสมาธิกับเป้าหมาย ไม่มีวิธีอื่น เอื้อเฟื้อภาพประกอบ
ร้าน GAA 46/1 ซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ