โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

น้ำมันเบรนท์-เวสต์เท็กซัส พุ่งทำสถิติสูงสุดรายเดือน G7 พร้อมรักษาเสถียรภาพพลังงาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 02.29 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 02.29 น.
REUTERS

น้ำมันเบรนท์-เวสต์เท็กซัส พุ่งทำสถิติสูงสุดรายเดือน G7 พร้อมรักษาเสถียรภาพพลังงาน

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม โดยน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มทำสถิติปรับขึ้นรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปิดเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนเข้าร่วมกับความขัดแย้งในสงครามอิหร่าน ด้วยการเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

น้ำมันดิบเบรนท์สัญญาซื้อขายล่วงหน้าปิดเพิ่มขึ้น 21 เซนต์ หรือ 0.2% มาอยู่ที่ 112.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่ในการซื้อขายระหว่างวันก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นมากกว่า 4 ดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดที่ 116.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.24 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 102.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022

ความขัดแย้งได้ขยายตัวไปทั่วตะวันออกกลางตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือรอบคาบสมุทรอาหรับ ช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดง แม้ว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนยังไม่ได้ทำโจมตีการขนส่งทางเรือในทะเลแดง ซึ่งเป็นมีปริมาณการขนส่งทางทะเลคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของโลก

โรเบิร์ต ยอว์เกอร์ ผู้อำนวยการด้านสัญญาซื้อขายพลังงานของ Mizuho กล่าวว่า หากกลุ่มฮูตีโจมตีเรือขนส่งสินค้าและปิดทางเข้าด้านใต้ของทะเลแดง อาจทำให้ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นอีก 5 ถึง 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านการขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณหนึ่งในห้าของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นประมาณ 57% ในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSEG) ที่มีการเก็บข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 1988 และสูงกว่าช่วงสงครามอ่าวในปี 1990 ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐก็ปรับเพิ่มขึ้น 53% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่า ตลาดน้ำมันโลกยังมีอุปทานเพียงพอ โดยมีเรือจำนวนมากขึ้นที่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

ขณะที่ข้อมูลการติดตามเรือแสดงให้เห็นว่า เรือบรรทุกสินค้าของจีนสองลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จในความพยายามครั้งที่สองเพื่อออกจากอ่าวเปอร์เซีย หลังจากต้องวกกลับเมื่อวันศุกร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เตือนอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ว่า โรงงานพลังงานและแหล่งน้ำมันของอิหร่านจะถูกทำลาย หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากอิหร่านระบุว่าข้อเสนอสันติภาพของสหรัฐไม่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

บริษัทวิจัย SEB Research ระบุในรายงานว่า การขยายเส้นตายของทรัมป์ถึงวันที่ 6 เมษายน ซึ่งสหรัฐอาจกลับมาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านอีกครั้ง ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ตลาด ที่กำลังต้องการสัญญาณที่เป็นรูปธรรมของการลดความตึงเครียด ไม่ใช่เพียงคำพูดเท่านั้น

ขณะเดียวกันเพื่อสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน ผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ หรือ G7 ระบุว่า พวกเขาพร้อมดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงาน และจำกัดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างจากความผันผวนล่าสุด

ด้านนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เฟดสามารถรอการประเมินผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Kpler แสดงให้เห็นว่า การส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบีย ที่เปลี่ยนเส้นทางจากช่องแคบฮอร์มุซไปยังท่าเรือยานบูในทะเลแดง เพิ่มขึ้นเป็น 4.658 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากค่าเฉลี่ยเดิมที่ 770,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

ด้านไนจีเรียซึ่งเป็นสมาชิกของโอเปก กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน มีกำหนดส่งออกน้ำมันดิบหลัก 4 เกรดในเดือนพฤษภาคมรวม 807,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.1% จาก 783,000 บาร์เรลต่อวันที่กำหนดส่งออกในเดือนเมษายน

อย่างไรก็ดี การโจมตีในตะวันออกกลางยังเพิ่มความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน หลังจากโดรนโจมตีทำให้ท่าเรือซาลาลาห์ของโอมานได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกันยังมีรายงานการโจมตีในคูเวต และใกล้กับซาอุดีอาระเบีย

ในสหรัฐ ผลสำรวจเบื้องต้นของรอยเตอร์ชี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐคาดว่าจะลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงสต็อกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน โดยนักวิเคราะห์ 4 รายคาดว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลงประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 มีนาคม หลังจากที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 ในช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำมันเบรนท์-เวสต์เท็กซัส พุ่งทำสถิติสูงสุดรายเดือน G7 พร้อมรักษาเสถียรภาพพลังงาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...