โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทาสแมวกำลังทำให้ใครรวย?” แนะนำ 6 ธุรกิจมาแรง ตอบรับประเทศไทยเข้าสู่ยุค เศรษฐกิจแมว "Cat Economy "

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ทาสแมวกำลังทำให้ใครรวย?” แนะนำ 6 ธุรกิจมาแรง ตลาด Cat Economy

“ทาสแมวกำลังทำให้ใครรวย?” แนะนำ 6 ธุรกิจมาแรง ตลาด Cat Economy

คนไทยหันไปเลี้ยงแมวมากขึ้นในทุกปี เป็นเทรนด์และยุคของ “Cat Economy” เศรษฐกิจแมว ที่ตลาดกำลังเติบโตอย่างสดใส ตั้งแต่การดูแลสุขภาพน้องแมว ไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ

ข้อมูลล่าสุดจาก อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ซึ่งเป็นผู้จัดงานสัตว์เลี้ยงระดับประเทศ เปิดเผยเทรนด์ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแมวที่กำลังมาแรงและน่าสนใจ เป็นโอกาสทำเงินได้ในยุคนี้ ทั้งหมด 6 ธุรกิจด้วยกัน ประกอบไปด้วย

1. "อาหารสุขภาพสำหรับแมว" (Holistic & Human-grade)

ประเทศไทยยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการส่งออกอาหารสัตว์ โดยคาดว่ามูลค่าการส่งออกในปี 2569 จะแตะระดับ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (เติบโต 5-6%)

ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด เจ้าของให้ความสำคัญกับโภชนาการของสัตว์เลี้ยงเหมือนกับอาหารของคน อาหารแมวในปัจจุบันจึงมีการพัฒนาอย่างมาก ตั้งแต่อาหารสูตรเฉพาะโรค อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงอาหารที่ใช้วัตถุดิบระดับเดียวกับอาหารมนุษย์หรือที่เรียกว่า Human-grade

แนวคิดสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดนี้คือ “Longevity” หรือการมีชีวิตยืนยาว เจ้าของจำนวนมากยอมจ่ายเงินมากขึ้น หากเชื่อว่าอาหารหรือผลิตภัณฑ์นั้นจะช่วยให้แมวมีสุขภาพดีและมีอายุยืนขึ้น

2. "แกดเจ็ตและเทคโนโลยีอัจฉริยะ" เทคโนโลยีสำหรับสัตว์เลี้ยง หรือ Smart Pet Tech กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในชีวิตคนเมือง

ในตลาดวันนี้มีอุปกรณ์มากมาย ตั้งแต่เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ ห้องน้ำแมวอัจฉริยะ ไปจนถึงกล้องตรวจจับพฤติกรรมที่ช่วยให้เจ้าของสามารถดูสัตว์เลี้ยงผ่านสมาร์ตโฟนได้ตลอดเวลา

เทคโนโลยีบางอย่างยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมของแมว เช่น การกินอาหารหรือการเข้าห้องน้ำ เพื่อแจ้งเตือนเจ้าของหากพบสัญญาณผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพ

3. "บริการพี่เลี้ยงแมวมืออาชีพ" หรือ Pet Sitter กำลังเติบโตตามไลฟ์สไตล์คนทำงานในเมืองใหญ่

เจ้าของจำนวนมากต้องเดินทางบ่อย ทั้งเพื่อทำงานหรือท่องเที่ยว แต่แมวเป็นสัตว์ที่เครียดง่ายเมื่อเปลี่ยนสถานที่ บริการพี่เลี้ยงแมวที่เดินทางไปดูแลถึงบ้านจึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะช่วยให้แมวยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย บริการนี้ครอบคลุมตั้งแต่การให้อาหาร การทำความสะอาด การเล่นกับแมว ไปจนถึงการป้อนยาโดยผู้เชี่ยวชาญ

4. "โรงแรมแมวรูปแบบใหม่" หรือ Boutique Cat Hotel กำลังเปลี่ยนภาพจำของการฝากเลี้ยงสัตว์แบบเดิม

โรงแรมแมวรุ่นใหม่ไม่ได้ใช้กรงแคบเหมือนในอดีต แต่ถูกออกแบบให้เหมือนพื้นที่พักผ่อนสำหรับแมว มีพื้นที่ปีนป่าย มีของเล่น และมีระบบควบคุมความสะอาดที่เข้มงวด บางแห่งยังติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อให้เจ้าของสามารถดูแมวผ่านโทรศัพท์มือถือได้ตลอดเวลา

5. "คาเฟ่แมวรูปแบบใหม่ = คาเฟ่ช่วยเหลือแมวจร" (Rescue Cat Cafe)

คนยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ ESG และสวัสดิภาพสังคม คาเฟ่ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานบุญหาบ้านใหม่ให้แมวจร จะได้รับความนิยมและแรงสนับสนุนมากกว่าคาเฟ่แมวสายพันธุ์สวยงามเพียงอย่างเดียว

6. "บริการด้านข้อมูลและการลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง"

บริการจดทะเบียนและฐานข้อมูลสุขภาพ (One-stop Data Service) ธุรกิจน้องใหม่ที่มาแรงตามระเบียบภาครัฐ สถานพยาบาลจะปรับตัวเป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ฝังไมโครชิปไปจนถึงการทำฐานข้อมูลสุขภาพดิจิทัลที่เชื่อมโยงกันทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัยและการติดตามเมื่อสูญหาย

ทั้ง 6 ธุรกิจนี้กำลังกลายเป็นโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจแมวในปัจจุบัน และกำลังดึงดูดทั้งผู้ประกอบการรายใหม่และนักลงทุนให้เข้ามาในตลาดนี้มากขึ้น

เพราะ “ทาสแมว” กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคนี้ ทั้งในประเทศไทย และในระดับโลก อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ ระบุว่า ตลาดแมวในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่กำลังเข้าสู่ยุค Cat-Economy 2026 อย่างเต็มตัว ซึ่งหมายถึงธุรกิจทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงแมว ตั้งแต่สินค้า บริการ เทคโนโลยี ไปจนถึงกิจกรรมและอีเวนต์สำหรับคนรักแมว

โดยพบว่าปัจจุบันมีจำนวนประชากรแมวทั่วประเทศไทยพุ่งสูงกว่า 4 ล้านตัว และยังมีอัตราการเติบโตของคนเลี้ยงแมวสูงถึง 20-25% ในทุกๆ ปี

หัวใจของตลาด คือ การเลี้ยงแมวในวันนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน จากเดิมเป็นแค่เพียงสัตว์เลี้ยงในบ้าน แต่วันนี้แมว คือ ลูก เป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว เจ้าของเป็นเหมือนกับพ่อและแม่ หรือแม้กระทั่งเป็นทาส แบบที่คนไทยนิยมเรียกติดปากกัน ว่าทาสหมา ทาสแมว

ปรากฏการณ์ Cat Economy กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก และเจนซีเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญ เพราะคนรุ่นใหม่นิยมหันไปรับแมวมาเลี้ยงมากกว่าหมา

รายงานจากแพลตฟอร์มดูแลสัตว์เลี้ยงอย่าง Rover ระบุว่า แนวโน้มการเลี้ยงสัตว์ของคนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนทิศทาง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ซึ่งมีแนวโน้มรับเลี้ยงแมวในอัตราที่สูงกว่าสุนัข เพราะแมวดูแลง่ายกว่าและเหมาะกับชีวิตในเมืองมากกว่าสุนัข

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้แมวได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ Gen Z คือเรื่องของ “ค่าใช้จ่าย” การเลี้ยงสุนัขโดยเฉลี่ยต้องใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง ทั้งค่าอาหาร ค่าดูแลสุขภาพ ค่า grooming หรือแม้แต่ค่าบริการพาเดินสุนัข ในขณะที่แมวมีต้นทุนการดูแลต่ำกว่าอย่างชัดเจน หลายคนจึงมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คนรุ่น Gen Z ส่วนใหญ่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดแรงงาน รายได้ยังไม่สูงมาก และหลายคนยังต้องรับภาระค่าเช่าที่อยู่อาศัยหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน การตัดสินใจเลี้ยงสัตว์จึงต้องคำนึงถึงต้นทุนระยะยาวอย่างมาก แมวจึงกลายเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว “เวลา” ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ สุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องพาออกไปเดินเล่น ต้องฝึกพฤติกรรม และต้องใช้เวลาอยู่กับเจ้าของค่อนข้างมาก ในขณะที่แมวมีลักษณะนิสัยที่เป็นอิสระมากกว่า สามารถอยู่บ้านลำพังได้หลายชั่วโมง และไม่จำเป็นต้องพาออกไปเดินเล่นทุกวัน

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีตารางชีวิตไม่แน่นอน หรือทำงานแบบไฮบริดและฟรีแลนซ์ แมวจึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ดีกว่า

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือรูปแบบการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนิวยอร์ก โตเกียว ลอนดอน หรือกรุงเทพฯ คนรุ่นใหม่จำนวนมากอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่จำกัด การเลี้ยงสุนัขขนาดใหญ่จึงอาจไม่สะดวกนัก ในขณะที่แมวสามารถใช้ชีวิตในพื้นที่เล็กได้อย่างสบาย

Cat Economy ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและสังคมที่ชัดเจนมาก ในวันที่คนมีลูกน้อยลง แต่กลับเลี้ยงแมวมากขึ้น แถมทาสแมวก็พร้อมจ่ายเต็มที่ เปย์ไม่อั้น ดังนั้นรู้ก่อน ก็อาจจะรวยก่อนได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...