โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“I BELIEVE IN YOU, MISS MILLI” พลังแห่งการเชื่อในตัวเองของ ‘MILLI’ แร็ปเปอร์หญิงไทย ‘คนแรก’ ผู้เข้ารอบไฟนอลและได้ที่ 4 ‘Show Me The Money 12’ แม้ไม่มงแต่ชนะใจคนมหาศาล กับเสน่ห์ความเรียลแบบ “โคตรนวย” และแต่ละบทเพลงที่โชว์ก็สะท้อนตัวตนและการมองโลกของเธอ

Mirror Thailand

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
ภาพไฮไลต์

ถ้านวยไม่เริ่ด แล้วใครจะเริ่ดล่ะ! ขอแสดงความยินดีและปรบมือดังๆ ให้กับอันดับที่ 4 จากรายการแข่งแร็ปสัญชาติเกาหลี Show Me The Money ซีซัน 12 ซึ่ง‘MILLI’ (มิลลิ) ทำให้คนไทยภูมิใจสุดๆ เธอกลายเป็นแร็ปเปอร์สาวชาวไทยผู้สร้างประวัติศาสตร์วงการแร็ปเปอร์ด้วยการเป็น ‘แร็ปเปอร์หญิงไทยคนแรก’ ซึ่งเป็นแร็ปเปอร์ชาวต่างชาติคนแรกที่เข้ารอบลึกมาถึงรอบไฟนอล ทั้งยังคว้าอันดับ 1 GLOBAL PRE-VOTE ในรายการไปได้สำเร็จ นอกจากนี้เธอยังเป็นแร็ปเปอร์หญิงคนที่ 3 ตั้งแต่เคยมีรายการมาที่ได้เข้ารอบไฟนอลอีกด้วย

แม้จะเสียดายที่เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงคนที่ 2 ซึ่งชนะรายการนี้ หลังจาก อี ยองจี (Lee Young Ji) ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์หญิงคนแรกของรายการไปเมื่อซีซันที่ 11 แต่มิลลิก็ได้ชนะใจคนดูไปเต็มๆ จากสิ่งที่เธอทุ่มเทมาตลอดทั้งเส้นทาง โดยชัยชนะครั้งนี้ได้มาเพราะความสามารถ ความพยายาม และการเชื่อในตัวเองตามท่อน “I BELIEVE IN YOU, MISS MILLI” (ฉันเชื่อในตัวเธอนะ นางสาวมิลลิ!) หนึ่งในโชว์วันไฟนอล ตลอดรายการ มิลลิเป็นหนึ่งในลูกทีม GRAY x Loco เธอโดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์แสบซ่ามั่นใจ ซึ่งเป็นความธรรมชาติที่เธอเป็นมาโดยตลอดตั้งแต่อยู่ไทย แต่ทุกคนก็ได้เห็นเธอยกระดับความสามารถมากขึ้นไปอีก ทั้งแฟนๆ ชาวไทย ต่างชาติ รวมถึงแฟนคลับชาวเกาหลีที่มีจำนวนมากขึ้นจากรายการนี้ ก็ต่างชื่นชมในทุกโชว์ของเธอ เพราะเธอมาเพื่อปล่อยของรัวๆ! ด้วยการแร็ป 3 ภาษา ไทย อังกฤษ และเกาหลี พร้อมๆ กับโชว์พลังเสียงอย่างมืออาชีพ และการใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบโชว์เดือดๆ ได้อย่างดี

ไม่ว่าจะเพลงที่ไวรัลไปทั้งเกาหลีอย่าง ‘SSAK’ Feat. Loco (Prod. By GRAY) ซึ่งร่วมร้องกับ OXYNOVA, MASON HOME, Foggyatthebottom, OSUN ที่ทำเอา จองกุก วง BTS หยิบท่อนที่เธอร้องมาเต้นและกดติดตามเธอบน TikTok หลังจากนั้นเธอก็มาแชร์บน X ว่า “เชี่ย นวยทำได้แล้วว่ะทุกคน” หลังจากที่ตอนปี 2021 เธอเคยโพสต์ไว้ว่า “อยากเก่ง เก่งมากๆจนบังทันรู้จักอ่ะ” จนหลายคนแซวว่าเธอเป็นติ่งที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งเลยล่ะ! ไปจนถึง แทยง NCT ก็เต้นท่อนของเธอเช่นกัน นอกจากนี้ลุคของเธอที่ขึ้นโชว์ยังเป็นที่พูดถึงกับเนกไทปลาแบรนด์ไทยสุดชิก Tie A Knot หรือจะเพลง ‘AEIOU’ Feat. Loco ด้วยท่อนแร็ปที่พูดถึงปูผัดผงกะหรี่ หรือจะเพลง ‘MSG’ Feat. Omega Sapien โชว์วันไฟนอลที่ม่วนรับสงกรานต์เวอร์ โดยเธอรับบทแม่ครัวสวมผ้ากันเปื้อนที่เขียนว่า “I (หัวใจ) รสนัว” ตอกย้ำสุดๆ ว่าคนไทยติดแซ่บ ติดนัว เข็ดฟัน! ซึ่งทำให้ย้อนนึกถึง ข้าวเหนียวมะม่วง บนเวที Coachella และมวยไทยใน Head In The Clouds Festival ที่เธอเคยสร้างปรากฏการณ์มาแล้ว ลูกเล่นสุดน่ารักตรงนี้แทบจะเป็นลายเซ็นของมิลลิที่เธอภูมิใจที่จะชูเอกลักษณ์ในแบบไทยๆ ออกสู่สายตาคนชาติอื่น

จากเด็กสาวในรายการ The Rapper 2 สู่ศิลปินที่ยืนหยัดในความเป็นตัวเองแบบสุดๆ จากค่าย YUPP! และได้ยืนบนเวทีระดับโลก กล้าพูดเรื่องการเมือง ไม่หวาดกลัวที่จะพูดเพื่อความไม่ยุติธรรมต่อตัวเองและต่อผู้อื่น แม้กระทั่งในรายการที่เธอถูกแร็ปดิสว่ามาถ่ายรายการช้าจากแร็ปเปอร์ชายในรอบ Team Dis Mission 4:4 Team Battle เธอก็ออกมาพูดตรงๆ บน X ส่วนตัวเลยว่า “ก็สคริปนะ นี่มาตรงเวลา แล้วเขาให้รออ่ะ โคตรหนาว5555”

ความเรียลแบบนี้แหละที่ “โคตรนวย” และนี่คือแร็ปเปอร์หญิงคุณภาพที่เราและหลายคนเห็นพัฒนาการและรักเพราะเธอเป็นเธอแบบนี้ โดยความรู้สึกมากมายของมิลลิ ถูกสื่อสารออกมาผ่านเนื้อเพลงที่ร้องและแร็ปในรายการ ซึ่งแสดงถึงมุมมองความคิด ตัวตน และเรื่องราวการเดินทางของเธอได้อย่างดี มีเพลงไหนที่เราหยิบยกมาพูดถึงบ้าง ไปอ่านกันเลย!

1. ‘NEVER’ บทเพลงที่พูดถึงความเป็นจริงที่ว่าไม่มีอะไรจีรัง ชื่อเสียงก็เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมใช้ชีวิตให้ “สนุก” ในแบบของเรา ใครจะเกลียดก็ช่างเขา เราอย่าเกลียดตัวเองก็พอ

“แม้ไม่เคยชนะการแข่งขันแร็ปเลยสักครั้ง แต่ก็ไม่เคยคิดจะถอดใจ ถึงแม้ทางเดินมันจะชัน ใครจะรู้ว่าดนตรีจะพาฉันมาได้ไกลขนาดนี้ และฉันจะไม่มีวันหยุดเดิน เพราะจุดเริ่มต้นของทั้งหมดนี้ มันเริ่มจากความสนุกเท่านั้น ที่สำคัญ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องมาเรียนภาษาเกาหลี ฉันว่าฉันพร้อมจะมีแฟนเป็นคนเกาหลีแล้วล่ะ!” ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลงที่เธอแสดงบนเวที บ่งบอกได้ถึงการไม่ยอมแพ้ของเธอ แม้เธอจะไม่ได้ชนะการแข่งขันแร็ปใดในประเทศ แต่ใช่ว่าเส้นทางจะหยุดแค่นั้น เธอกลายเป็นแร็ปเปอร์หญิงเบอร์ต้นของเมืองไทย พูดถึงแร็ปเปอร์หญิงของไทย ชื่อของเธอก็อาจเด้งขึ้นมาเป็นคนแรกเสียด้วยซ้ำ ซึ่งสิ่งนี้เป็นการสะท้อนได้ดีว่า แม้ว่าเราจะเคยคิดว่าเราไม่ดีพอเพราะเราไม่ถูกเลือก มันก็ไม่ได้เป็นตัววัดทั้งหมดในชีวิตของเรา เพราะจริงๆ เราสามารถไปได้ไกลต่อได้ ถ้าเรายังยึดมั่นกับสิ่งที่เราชอบอยู่

เหมือนกับอีกท่อนที่เล่าว่า “ฉันมักเป็นแบบนี้เสมอแบบว่า…ไม่ว่าจะทำอะไร มันก็ไม่มีทางดีพอ ต้องยอมรับความจริงที่ว่า แม้แต่รากของฉัน ก็ไม่ได้หล่อเลี้ยงฉันแล้ว ฉันควรหันมาใส่ใจคนที่รักฉันจริงๆ เพราะชื่อเสียงไม่ได้คงอยู่ตลอดกาล ขอบคุณที่คอยสนับสนุนฉันตั้งแต่ยังเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดา ไม่ได้โด่งดังอะไรเลย”

ประโยค “ชื่อเสียงไม่ได้คงอยู่ตลอดกาล” คงเป็นสิ่งที่ตอบได้ดีว่า แม้เธอจะมีชื่อเสียงในประเทศอยู่แล้ว หรือเคยขึ้นเวทีระดับโลกมาแล้ว เธอก็ยังตั้งใจที่จะมุ่งหน้าพัฒนาตัวเองต่อไป เหมือนกับที่เธอเลือกมาเป็นผู้เข้าแข่งขันรายการนี้เพราะอยากมาพัฒนาตัวเองให้เก่งมากขึ้นไปอีก เพราะสิ่งที่สำคัญมากกว่าอาจเป็นความสุขระหว่างทางที่เธอยังคงได้ต่อยอดสิ่งที่รักต่อไป และถ้าเป็นไปได้เธอบอกว่าอยากจะกลับไปขึ้นเวที Coachella อีกครั้งด้วย “ชื่อของตัวเอง” บนโปสเตอร์ เพราะครั้งที่แล้วเธอไปในนาม 88rising ฉะนั้นเธอจึงตั้งใจในทุกย่างก้าวเพื่อให้ยืนได้ด้วยขาที่แข็งแรงและไปถึงจุดนั้นตามความตั้งใจ

มีคนรัก ก็ต้องมีคนไม่รัก เธอจึงย้ำผ่านเพลงนี้แบบแซ่บๆ ว่า “ทั้งความเกลียด ความรัก ทั้งคำติ คำชม ฉันพร้อมแล้ว จัดมาเลย ฉันชอบนะพวกดีแต่ปาก เพราะยิ่งด่า ฉันก็ยิ่งดัง ฮ่าๆๆ เชิญเกลียดฉันต่อไปเถอะ” และท่อนที่ทัชใจมากๆ อย่าง “หยดน้ำตาที่ไม่มีใครเห็น ค่อยๆ ไหลออกมาจากแรงกดดันที่ถาโถม แต่เธอจงรู้เอาไว้ว่า ตัวเองมีค่าแค่ไหน เลิกด่าตัวเองว่าโง่ได้แล้ว เกลียดตัวเองน้อยลงบ้าง ปล่อยตัวเองให้โบยบินเป็นอิสระเหมือนนกพิราบ” นี่คือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ที่จะรักตัวเองของเธอ

2. ‘SSAK’ ท่อนของ MILLI ที่ตบบ่าผู้คนให้เลิกกลัวที่จะ cringe แล้วออกไปเปล่งประกาย ทำอะไรที่อยากทำ ชีวิตเกิดมาครั้งเดียว ใช้ซะ!

อาการเขินอายหรือกลัวคนมองว่า cringe หรือมองว่าแกทำอะไรอะ มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ในหลายๆ คน เพราะบางครั้งเสียงของคนอื่นก็ดังจนกระทบกับเสียงของตัวเอง และทำให้เราไม่ค่อยกล้าที่จะเสี่ยงที่จะทำอะไรนอกเส้นที่เรารู้สึกปลอดภัย แต่บางครั้ง ในแง่หนึ่งนั่นก็เป็นการจำกัดตัวเองและทำให้เราพลาดโอกาสบางอย่างไปได้เช่นกัน ถ้าเราชอบ เราอยากทำ แต่กลัว ‘คนอื่น’ มองไม่ดี นั่นก็คงน่าเสียดายไม่น้อย เพราะเราอาจกำลังอนุญาตให้คนอื่นมากำหนดชีวิตเราไปกลายๆ ดังนั้น สาวมิลลิเลยอยากบอกทุกคนว่า “อยากทำอะไรก็ทำ!”

ตามท่อน “เห็นได้ชัดๆ เพราะฉันส่องประกายยิ่งกว่าหน้าผากนั่นอีก มีคำหนึ่งที่คนเขาชอบพูดกัน ชีวิตคนเราต้องไปต่อ คนเราต้องโตขึ้น แล้วก็เปล่งประกายมากขึ้น แค่โฟกัสกับความต้องการตัวเอง อยากเป็นอะไรก็เป็น อยากทำอะไรก็ทำ ก่อนที่แสงของตัวเองจะดับ”

“ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะมัวอาย จงเป็นแสงให้กับตัวเอง เข้าใจไหม มันโอเค จะร้องไห้บ้างก็ไม่เป็นอะไร ใจเย็นๆ ค่อยๆ ไป แล้วใครจะรู้จักตัวตนของเธอ ถ้าเธอไม่พูดมันออกมา”

ใช่แล้ว คนที่รู้จักตัวเองดีที่สุดก็คือตัวเรา และถ้าเราไม่แสดงตัวตนของตัวเองออกมา ไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็น ตัวตนนั้นก็คงไม่มีใครได้เห็น และแม้แต่ตัวเราเองก็อาจเสียดายที่ต้องเก็บซ่อนไว้ เมื่อเราไม่อาจรู้ได้ว่าวันไหนจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต แคร์ตัวเองให้มากกว่าแคร์คนอื่นดีกว่าพวก!

3. ‘AEIOU’ บทเพลงที่กำลังบอกว่า การปล่อยวาง การทำความเข้าใจ และการเรียนรู้ใหม่ เป็นสิ่งที่ถ้าทำได้ เราจะใช้ชีวิตได้โดยไม่มีอะไรมารั้ง

“ทุกคนปล่อยวาง เข้าใจ แล้วก็เรียนรู้ใหม่ ปล่อยวาง เข้าใจ เรียนรู้ แล้วตระหนักไป เธอต้องมีสิ่งนี้ ต่อให้จะสำเร็จมามากแค่ไหน เริ่มจากศูนย์อีกครั้ง ค่อยเป็นค่อยไป like AEIOU”

ชัดเจนว่า สกิลที่มิลลิว่านั้นสำคัญต่อการใช้ชีวิตของผู้คน อะไรที่ควบคุมไม่ได้ หรือพยายามควบคุมแล้วแต่ก็ไม่ได้เป็นดั่งหวัง การ ‘ปล่อยวาง’ ให้เร็วที่สุดจะทำให้เราก้าวต่อไปได้โดยไม่ยึดติด และถ้าเรา ‘เข้าใจ’ ว่าชีวิตมันไม่ได้เหมือนเดิมทุกวัน เข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับชีวิตทั้งดีและแย่ มันก็จะทำให้เราได้ ‘เรียนรู้’ อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะทุกวันคือการเรียนรู้แบบไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าเราจะไม่อยู่บนโลกนี้ และอย่างที่เธอบอก ต่อให้ชื่อของมิลลิจะเป็นชื่อที่ประสบความสำเร็จมามากแค่ไหนก็ยังต้องมีสกิลเหล่านี้อยู่เสมอ

และเราก็เชื่อว่า เรื่องราวการเดินทางของมิลลิจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน เชื่อในสิ่งที่แต่ละคนมีกันโดยไม่ซ้ำกันนั่นคือ ‘ตัวตน’ ความเป็นเรา เพราะเรามีคนเดียวบนโลก และคนที่มีอยู่คนเดียวนี่แหละ ที่เป็นของแรร์ที่จะไปสู่ฝันและใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการได้ ขอแค่ ‘เชื่อ’ และใช้ชีวิตของเราให้เต็มที่ เพราะถ้าเชื่อแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไร เราจะเดินไปได้ต่ออย่างแน่วแน่ ขอแสดงความยินดีกับมิลลิอีกครั้งนะ!

อ้างอิง:

https://www.facebook.com/share/v/17HmTBxyhh/

https://www.facebook.com/share/v/1AuSWSzvkT/

https://www.facebook.com/share/v/18AUpy7JkU/

https://x.com/millimdk/status/2033590988959322461

https://x.com/millimdk/status/2038539830494429617

บทความต้นฉบับได้ที่ : “I BELIEVE IN YOU, MISS MILLI” พลังแห่งการเชื่อในตัวเองของ ‘MILLI’ แร็ปเปอร์หญิงไทย ‘คนแรก’ ผู้เข้ารอบไฟนอลและได้ที่ 4 ‘Show Me The Money 12’ แม้ไม่มงแต่ชนะใจคนมหาศาล กับเสน่ห์ความเรียลแบบ “โคตรนวย” และแต่ละบทเพลงที่โชว์ก็สะท้อนตัวตนและการมองโลกของเธอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...