สู้แล้วไปให้สุด "อิหร่าน" ยิงขีปนาวุธตรง ถล่มฐานทัพสหรัฐ ในซาอุฯเจ็บอื้อ รวมเครื่องบิน 3 ลำ เสียหายหนัก
สื่อสหรัฐฯหลายสำนัก รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯและซาอุดีอาระเบีย ว่า การโจมตีของอิหร่าน ซึ่งพุ่งเป้าฐานทัพเจ้าชายสุลต่าน ที่เมืองอัล คาร์จ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวาน (ศุกร์ 27 มีนาคม) ทำให้ทหารสหรัฐฯได้รับบาดเจ็บ 12 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 2 คน และทำลายเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC-135 อย่างน้อย 3 ลำ กับได้รับความเสียหายอีกจำนวนหนึ่ง วอลล์สตรีทเจอร์นัล และนิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่า อิหร่านโจมตีด้วยการยิงขีปนาวุธ 1 ลูกกับโดรนหลายลำ / ขณะถูกโจมตี ทหารสหรัฐฯอยู่ในอาคารหลังหนึ่งภายในฐานทัพ ตัวเลขทหารที่บาดเจ็บไม่ตรงกัน สำนักข่าว CBS รายงานว่า ทหารสหรัฐบาดเจ็บ 10 คน อาการสาหัส 2 คน อีก 8 คนบาดเจ็บเล็กน้อย ฐานทัพแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงริยาด ประมาณ 96 กิโลเมตร อยู่ในความดูแลของกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย และกองบินปฏิบัติการทางอากาศนอกประเทศที่ 378 (378th Air Expeditionary Wing) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ใช้งานอยู่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน ถูกอิหร่านโจมตี ทหารสหรัฐฯวัย 26 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีฐานทัพเดียวกันเมื่อวันที่ 1 มีนาคม และเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา เขาเป็นหนึ่งในทหารสหรัฐฯ 13 คนที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนี้ ซีบีเอส นิวส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวด้วยว่า เมื่อต้นสัปดาห์ ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านเพิ่งถูกโจมตีไปอีกครั้งหนึ่ง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 14 คน แต่ไม่ได้เปิดเผยสัญชาติของผู้บาดเจ็บ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่า การโจมตีครั้งนั้นรุนแรงน้อยกว่าการโจมตีเมื่อวาน ซึ่งเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า อิหร่านถูกทำลายล้างย่อยยับ และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ คุยโวว่า ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ที่กองทัพของชาติใด จะถูกทำลายล้างอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเช่นนี้
ซีบีเอสนิวส์ ระบุว่า การโจมตีฐานทัพครั้งล่าสุดในซาอุดีอาระเบีย อาจเผยถึงปัญหาการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นในภูมิภาค ความกังวลว่าประเทศอ่าวเปอร์เซียกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นอย่างน่าเป็นห่วงนั้น เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว บางประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้เตือนทำเนียบขาวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า พวกเขาถูกบังคับให้เลือกว่าจะทำลายเป้าหมายใดและไม่ทำลายเป้าหมายใด กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า มีทหารสหรัฐฯว่า 300 นาย ได้รับบาดเจ็บในสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สอง แม้ว่าส่วนใหญ่ หายดีและกลับไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว แต่ยังมีทหารอีก 30 นายที่ยังคงพักรักษาตัว และ 10 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส