‘อรรถพล’ ยันสต๊อกน้ำมันไทยมี 120 ล้านบาร์เรล เพียงพอรับช่วงสงกรานต์
กระทรวงพลังงานยกระดับมาตรการบริหารจัดการสต๊อกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปสำรองรวม 107 วัน ยืนยันปริมาณเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ เร่งปรับโครงสร้างการผลิตโรงกลั่นมุ่งเน้นดีเซลทดแทนน้ำมันอากาศยาน พร้อมใช้กลไกราคาจูงใจกลุ่มน้ำมันฐานชีวภาพเพื่อลดภาระค่าครองชีพ สั่งปูพรมตรวจสต๊อกทั่วประเทศสกัดการกักตุนและลักลอบส่งออก เตรียมอำนวยความสะดวกประชาชนผ่านเว็บแอปพลิเคชันตรวจสอบสถานะหน้าปั๊ม
28 มีนาคม 2569 - นายอรรถพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงในเวที "Meet the Press" หัวข้อ "1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม" ณ ทำเนียบรัฐบาล เผยถึง ทิศทางสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยระบุว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานผ่านการจัดหาแหล่งเชื้อเพลิงทดแทน ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวม 107 วัน โดยเฉพาะในเดือนเมษายนคาดว่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองสูงถึง 120 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศอย่างแน่นอน
ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานได้ประกาศระงับการส่งออกน้ำมันทันทีเพื่อรักษาซัพพลายให้อยู่ภายในประเทศ พร้อมบังคับใช้กฎหมายให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มการเก็บสำรองตามกำหนด รวมถึงการปรับแผนการผลิตของโรงกลั่นจากการผลิตน้ำมันอากาศยานที่ความต้องการลดลง เปลี่ยนมาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดีเซลแทน นอกจากนี้ยังได้ผ่อนคลายเกณฑ์การนับสต๊อกเพื่อดึงน้ำมันเข้าสู่ระบบการจำหน่ายให้คล่องตัวยิ่งขึ้น และลดเกณฑ์การสำรองน้ำมันสำเร็จรูปนำเข้าเหลือเพียง 1% จากเดิม 7% เพื่อจูงใจให้มีการนำเข้าเพิ่มเติม
ปรับโครงสร้างราคาและผลิตภัณฑ์ทางเลือก
ในส่วนของมาตรการด้านผลิตภัณฑ์ กระทรวงพลังงานได้ผลักดันการใช้พลังงานทางเลือกผ่านส่วนต่างราคาน้ำมัน (Price Gap) โดยกำหนดให้น้ำมัน E20 มีราคาห่างจากเบนซินปกติ 5 บาท และปรับเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมัน B5 เป็น 7% พร้อมส่งเสริม B10 และ B20 ให้มีราคาถูกกว่าปกติ 5-6 บาท เพื่อเป็นทางเลือกในการลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ใช้รถยนต์และภาคขนส่ง
สำหรับการบริหารจัดการราคาน้ำมันขายปลีก นายอรรถพลชี้แจงว่ามีความจำเป็นต้องปรับตัวเลขให้สะท้อนความเป็นจริงของตลาดโลกมากขึ้น โดยปัจจุบันอาจต้องมีการปรับขึ้นราคาในระดับ 6 บาทต่อลิตร เพื่อลดส่วนต่างราคาไม่ให้ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากเกินไป โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียที่มีช่องว่างราคาห่างจากไทยกว่า 10 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการลักลอบส่งออกน้ำมันอย่างผิดกฎหมาย
“มั่นใจได้ว่าน้ำมันบ้านเราจะเพียงพอ เราติดตามรายวันทั้งการผลิตโรงกลั่นมากกว่ากำลังการผลิต 100% ด้วยซ้ำและจ่ายไปที่หน้าปั๊ม จ๊อบเปอร์กระจายไปปั๊มและอุตสาหกรรมเล็กๆ”
ยกระดับการตรวจสอบและปราบปรามการกักตุน
กระทรวงพลังงานได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปูพรมตรวจสอบสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้า ล่าสุดมีการตรวจจับและยึดน้ำมันจากแหล่งเก็บที่ไม่ได้รับอนุญาตจำนวนหลายหมื่นลิตร โดยขั้นตอนต่อไปจะเพิ่มความเข้มงวดในการสุ่มตรวจรถขนส่งน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่นเพื่อป้องกันการหลุดรอดไปยังแหล่งกักเก็บผิดกฎหมาย
ทั้งนี้จากผลการสำรวจโดยพลังงานจังหวัด พบว่า สถานการณ์หน้าสถานีบริการดีขึ้นตามลำดับ โดยจำนวนปั๊มที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราวลดลงจากจุดสูงสุดที่ 2,000 แห่ง เหลือเพียงประมาณ 300 แห่งในปัจจุบัน
สำหรับประเด็นค่าการกลั่นที่ถูกตั้งข้อสังเกตในระดับ 2-6 บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่าเป็นผลต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องส่งหลักฐานด้านค่าพรีเมียมและภาษีลาภลอย (Windfall Tax) ให้คณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาความเหมาะสมต่อไป ขณะที่กองทุนดีเซลยังคงทำหน้าที่อุดหนุนราคาอยู่ที่ลิตรละ 6 บาท ส่งผลให้สถานะกองทุนปัจจุบันติดลบอยู่ที่ประมาณ 38,000 ล้านบาท
มาตรการรองรับความต้องการใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์
เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กระทรวงพลังงานได้วางโครงสร้างการกระจายน้ำมันผ่านกลุ่มผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อจัดสรรไปยังกลุ่มผู้ใช้และลดความแออัดหน้าสถานีบริการน้ำมันบนเส้นทางหลัก พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันจัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสำรอง (Standby) ณ สถานีบริการที่มีปริมาณการจำหน่ายสูง
“เรื่องราคา เราอาจจำเป็นให้สะท้อนตลาดมากขึ้น เราต้องปรับขึ้นไป 6 บาทก็ยังต่ำกว่าเพื่อนบ้าน ถ้าเราไม่ปรับ 6 บาทเราจะต่างกับมาเลย์ 10 กว่าบาททำให้เกิดแรงจูงใจลักลอบไปขายมาเลย์ ดังนั้นเราต้องปรับไม่ให้ช่องว่างต่างกันมาก”
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม กำหนดจุดให้บริการน้ำมันเฉพาะสำหรับรถบัสโดยสาร และเปิดตัวเว็บแอปพลิเคชัน Fuel-Now (https://fuel-now.doeb.go.th/) เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและปริมาณน้ำมัน ณ สถานีบริการต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ ป้องกันปัญหาการเดินทางไปยังสถานีบริการที่น้ำมันหมดชั่วคราวในช่วงที่มีความต้องการใช้หนาแน่น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- นายกฯ ขอโทษประชาชน ปมน้ำมันแพง ช่วงวิกฤตโลก สั่ง “คลัง-พลังงาน” ประคองผลกระทบ
- “เอกนิติ” ย้ำฝืนอุดหนุนราคาน้ำมันไม่จำกัด ไทยเสี่ยงซ้ำรอย “วิกฤตเศรษฐกิจปี 40”
- ‘สีหศักดิ์’ กางแผนทูตเชิงรุก เร่งหาพันธมิตรน้ำมัน เปิดทางเดินเรือไทยผ่านจุดเสี่ยง
- “ศุภจี” เดินหน้า “ไทยช่วยไทย” สินค้าลดราคาพิเศษ 25-50% เริ่ม 1 เม.ย. ผสาน กต. เคลียร์เรือปุ๋ย 5 ลำติดช่องแคบฮอร์มุซ