โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จาก Sell in May สู่ Buy for Income: โอกาสใหม่ของนักลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น-ในปี 2026 ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยกำลังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากเดิมที่เน้นผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ไปสู่การให้ความสำคัญกับ “กระแสเงินสด” (Income) มากขึ้น ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่เติบโตจำกัดและความผันผวนของตลาดยังคงอยู่ แนวโน้มนี้ทำให้สินทรัพย์อย่าง “หุ้นปันผล” และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอย่าง Fixed Coupon Note (FCN) กลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นในการเสริมพอร์ต

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือฤดูกาลลงทุน โดยข้อมูลย้อนหลังชี้ว่าเดือนพฤษภาคมมักเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยอ่อนตัว จากแรงขายเชิงเทคนิคและผลกระทบหลังขึ้นเครื่องหมาย XD อย่างไรก็ตาม การปรับฐานดังกล่าวไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ แต่กลับกลายเป็น “จังหวะสะสม” สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว แนวคิดจึงเริ่มเปลี่ยนจาก “Sell in May” ไปสู่การเลือกซื้อสินทรัพย์คุณภาพในช่วงตลาดอ่อนตัว

ในแง่ความน่าสนใจ หุ้นปันผลยังคงโดดเด่นจากระดับ Dividend Yield ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว และมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตร สิ่งนี้สะท้อนว่าหุ้นปันผลยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ดี โดยเฉพาะในช่วงที่กำไรบริษัทจดทะเบียนไม่ได้เติบโตโดดเด่น เงินปันผลจึงกลายเป็นแหล่งรายได้หลัก พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็น “กันชน” ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต

ข้อมูลจากทีม Structured Product หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าในบริบทเดียวกัน FCN หนึ่งในนวัตกรรมทางการเงินที่เข้ามาเสริมบทบาทได้อย่างชัดเจนในฐานะเครื่องมือที่ตอบโจทย์การลงทุนแบบเน้นสร้างกระแสเงินสด โดย FCN ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยเงินสดคงที่ เฉลี่ย 8-12% ต่อปี ขึ้นอยู่กับหุ้นอ้างอิงที่เลือก มีอายุ 3 เดือน 6 เดือน และเงื่อนไขของสัญญาแบบสรุป 3 รูปแบบ คือ

  • ราคา “อยู่ในกรอบ” → รับดอกเบี้ยต่อเนื่อง
  • ราคา “ขึ้นทะลุกรอบบน (Knock Out)” → เกิดการ Knock Out จบสัญญาก่อนกำหนด
  • ราคา “หลุดกรอบล่าง (Knock In)” → มีโอกาสรับเงินต้นในรูปแบบของหุ้นอ้างอิง

อย่างไรก็ตาม FCN มีโครงสร้างความเสี่ยงเฉพาะตัว โดยเฉพาะความเป็นไปได้ในการรับหุ้นอ้างอิงแทนเงินต้น หากราคาหุ้นปรับตัวต่ำกว่าระดับราคากรอบล่างที่กำหนด ดังนั้น การเลือกหุ้นอ้างอิงที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง เช่น กลุ่มเดียวกับหุ้นปันผลคุณภาพ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง และทำให้การลงทุนสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวมากขึ้น

เมื่อพิจารณาเชิงกลยุทธ์ การผสมผสานระหว่างหุ้นปันผลและ FCN จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมในสภาวะตลาดปัจจุบัน หุ้นปันผลช่วยสร้างทั้งโอกาสการเติบโตและรายได้จากเงินปันผล ขณะที่ FCN ช่วยเพิ่มความแน่นอนของกระแสเงินสดและลดความผันผวนโดยรวมของพอร์ต การใช้จังหวะตลาดอ่อนตัวในเดือนพฤษภาคมทยอยสะสมสินทรัพย์ทั้งสองประเภท จึงไม่ใช่เพียงกลยุทธ์เชิงรับ แต่เป็นการวางรากฐานของพอร์ตที่มั่นคงในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม FCN เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และผู้ลงทุนรายใหญ่ตามประกาศ ก.ล.ต. เท่านั้น และเป็นตราสารที่ไม่มีการคุ้มครองเงินต้น ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงอย่างรอบคอบ รวมถึงขอคำแนะนำจากผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงของตนเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แนะนำการลงทุนของท่าน หรือBLS Customer Service โทร. 0 2618 1111

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...