10 เรื่องน่ารู้ รอบ Admission TCAS69 รอบที่เลือกคณะได้มากถึง 10 อันดับ
6-12 พฤษภาคม 2569 คือวันเปิดรับสมัครรอบ Admission TCAS69 รอบนี้มีความแตกต่างจากรอบอื่นๆ หลายอย่างค่ะ และด้วยระยะเวลาการรับสมัครที่สั้น หากพลาดตรงไหนไป ก็อาจทำให้พลาดรอบนี้ได้เลย
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับน้องๆ พี่มิ้นท์มี 10 เรื่องน่ารู้รอบ Admission มาฝากน้องๆ ค่ะ ไปดูกันเลย
10 เรื่องน่ารู้ รอบ Admission รอบที่เลือกคณะได้มากถึง 10 อันดับ
1.สมัครพร้อมกันทั้งประเทศ ทุกมหาวิทยาลัย รอบนี้ไม่ต้องเช็กวันรับสมัครแยกรายมหาวิทยาลัยแล้ว เพราะทุกคนจะต้องสมัครพร้อมกันที่เว็บ www.mytcas.com6-12 พฤษภาคม 2569 นี้ ไม่ว่าจะอยากเลือกคณะใด สาขาใด ก็มาเลือกจัดอันดับที่เว็บนี้เท่านั้นค่ะ รวมถึงทุกๆ ขั้นตอน การประกาศผล ยืนยันสิทธิ์ ขอประมวลผลครั้งที่ 2 ก็ทำทั้งหมด
2.สมัครได้สูงสุด 10 อันดับ แต่ไม่ต้องสมัครครบ 10 ก็ได้ถึงแม้ ทปอ. ระบุให้น้องๆ สามารถเลือกสมัครได้สูงสุด 10 อันดับ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสอบติดมหาวิทยาลัยมากขึ้น เพราะระบบจะไล่ประมวลผลตั้งแต่อันดับ 1 ลงไป หากไม่ติดก็จะไปดูอันดับ 2 เรื่อยๆ จนครบ 10 อันดับ แต่สำหรับน้องๆ ที่มีเป้าหมายแค่ไม่กี่คณะ หรือคะแนนสูงมากพอจนมั่นใจว่าสามารถสอบติดได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกครบ 10 อันดับ สำหรับปีนี้ กระทรวง อว.สนับสนุนค่าสมัครฟรี 7 อันดับ ดังนั้นถ้าไม่อยากจ่ายตังค์เพิ่มก็ไม่สมัครแค่ 7 อันดับก็ได้ค่ะ
3.สอบติดได้เพียง 1 อันดับที่สูงที่สุด ทปอ.ให้เลือกได้ 10 อันดับก็จริง แต่ทุกคนจะสอบติดได้เพียง 1 สาขาในอันดับที่สูงที่สุด และจะไม่สามารถเลือกสาขาอื่นที่ต่ำกว่าได้แม้ว่าคะแนนจะถึงก็ตาม เช่น ระบบพิจารณาคะแนน พบว่าอันดับ 1 ไม่ติด พอประมวลผลอันดับ 2 แล้วติด ก็จะได้เรียนอันดับที่ 2 ทันที โดยระบบจะไม่พิจารณาคะแนนอันดับ 3-10 เลย ดังนั้นการจัดอันดับสำคัญมากนะคะ
4.ไม่ต้องยื่นเอกสารสมัคร รอบนี้น้องๆ สมัครที่เว็บ ทปอ. โดยตรง ซึ่งเขามีข้อมูลทุกอย่างแล้ว ทั้งประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ผลการเรียน คะแนนสอบ ซึ่งน้องๆ ได้ลงทะเบียน mytcas ไว้แล้ว หน้าที่ของน้องๆ คือ เข้าไปเช็กคะแนนและเกรดต่างๆ ว่าหลังจากอัปเดต 6 เทอมไปแล้ว ถูกต้องหรือไม่ ส่วนขั้นตอนการคัดเลือก มหาวิทยาลัยจะดึงข้อมูลจากเว็บ ทปอ. ไปใช้เองค่ะ
5.กสพท รับสมัครผ่านรอบนี้ เลือกรวมกับคณะอื่นๆ ได้ซึ่งใครจะเลือกคณะ กสพท (แพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์) ทั้ง 10 อันดับก็ได้ หรือจะคละกับคณะอื่นจนครบ 10 อันดับก็ได้ ที่สำคัญสามารถเรียงลำดับยังไงก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเอา กสพท ขึ้นก่อน
6.ค่าสมัครรอบนี้ กระทรวง อว.สนับสนุนบางส่วน เป็นจำนวนเงิน 600 บาท หรือ 7 อันดับค่ะแต่ถ้าใครจะสมัครให้ครบ 10 อันดับ จะต้องจ่ายค่าสมัครเอง 3 อันดับที่เหลือ เป็นเงิน 300 บาท แม้ว่าการสนับสนุนค่าสมัครนี้ ม.6 จะได้ทุกคน แต่ก็มีเงื่อนไขว่าต้องกดยืนยันยอมรับข้อเสนอค่าสมัครก่อนนะคะ ใครลืมกดก็พลาดเลย ต้องจ่ายค่าสมัครเอง สูงสุด 900 บาท ส่วนเด็กซิ่วที่ไม่เคยใช้สิทธิ์สมัครฟรีมาก่อนในรุ่นตัวเอง ก็ได้สิทธิ์เช่นกัน ใครที่ใช้สิทธิ์ไปในปีที่แล้วแล้ว มาสมัครรอบนี้ต้องจ่ายเอง
7.ระวัง! มหาวิทยาลัยมีเงื่อนไขพิเศษหลายอย่างซ่อนอยู่แม้ไม่ใช่ทุกที่ แต่ก็มีหลายที่ที่กำหนดเงื่อนไขที่ถ้าไม่ระวังก็อาจเสียโอกาสไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ เช่น
- อันดับมีผลต่อการคัดเลือก บางมหาวิทยาลัยให้ค่าน้ำหนักอันดับที่เลือกด้วย หมายความว่า ยิ่งไว้อันดับสูงเท่าไหร่ ก็จะได้คะแนนมากเท่านั้น
- ใช้คะแนน T-Score เป็นคะแนนมาตรฐานอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะไม่ใช่การใช้คะแนนดิบตรงๆ ดังนั้นมหาวิทยาลัยที่ใช้คะแนน T-Score น้องๆ จะต้องดูคะแนน T-Score ของตัวเองว่าได้เท่าไหร่ด้วยนะคะ
- กำหนดว่าห้ามวางไว้อันดับเกินอันดับที่เท่าไหร่ มหาวิทยาลัยอาจกำหนดว่า ถ้าจะได้รับการพิจารณา จะต้องเลือกคณะนี้ในอันดับ 1-5 (ถ้าวางไว้อันดับ 6-10 จะไม่ได้รับการคัดเลือก)
8.รอบนี้คะแนนมีไม่ครบสมัครได้ แต่ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำสมัครไม่ได้ บางคนมีคำถามว่า ถ้าคณะกำหนดใช้วิชาคณิตศาสตร์ แต่ถ้าลืมสอบสามารถสมัครได้มั้ย? สำหรับระบบของ ทปอ. ถ้าไม่ได้สอบ จะมีค่าเท่ากับ 0 คะแนนค่ะ ยังไม่ถูกตัดสิทธิ์เพราะระบบไม่ได้กรองส่วนนี้ไว้ ดังนั้นสามารถสมัครได้ แต่ถ้ามีกำหนดขั้นต่ำ เช่น 1 คะแนน แต่เราไม่มีคะแนน จะสมัครไม่ได้ค่ะ
9.การจัดอันดับมักอ้างอิงคะแนนปีเก่า แต่ไม่ได้หมายความว่า ถ้ามากกว่าปีก่อนแล้วจะติดชัวร์ ปกติแล้วเวลาน้องๆ จัดอันดับหรือดูว่าเรามีโอกาสสอบติดคณะนั้นหรือไม่ มักจะเปรียบเทียบกับคะแนนย้อนหลัง 1-3 ปี แต่การดูคะแนนแบบนี้ เป็นการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ได้การันตีว่า ถ้าได้คะแนนสูงกว่าแล้วจะติดชัวร์ ซึ่งในความเป็นจริง โอกาสติดก็มี แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น หากคณะนั้นเปลี่ยนเกณฑ์ปีนี้ หรือมีคนสมัครมากขึ้น หรือคะแนนที่ใช้ในคณะเฟ้อทุกวิชา ต่อให้เราได้คะแนนมากกว่า ก็อาจจะไม่ติดก็ได้ หรือในบางกรณี ได้คะแนนน้อยกว่าปีก่อน ก็สามารถสอบติดได้เช่นกัน จากปัจจัยต่างๆ
10.มีระบบประมวลผล 2 ครั้งซึ่งเป็นเหมือนความหวังของน้องๆ เลย เพราะหลังจากประกาศผลการคัดเลือกครั้งที่ 1 น้องๆ จะต้องเข้าระบบเพื่อยืนยันสิทธิ์หรือไม่ใช้สิทธิ์ แต่รอบนี้จะมี "ปุ่ม" เพิ่มขึ้นมาคือ "ขอประมวลผลครั้งที่ 2" โดยคนที่จะขอได้ คือ คนที่สอบติดตั้งแต่อันดับ 2-10 และไม่ผ่านการคัดเลือก (คนที่ติดอันดับ 1 แล้ว ถือว่าติดอันดับที่ดีที่สุดแล้ว ขอประมวลผลใหม่ไม่ได้)
สำหรับการประมวลผลครั้งที่ 2 ไม่ต้องสมัครใหม่ ใช้คะแนนเดิม ข้อมูลการสมัครเดิมทั้งหมด แต่น้องๆ เลือกได้ว่าจะขอประมวลผลอันดับใดบ้าง ถ้าอันดับนั้น มีคนสละสิทธิ์ และเลื่อนตัวสำรองขึ้นไปจนถึงอันดับของเรา ก็มีโอกาสติดเข้าไปแทนที่ในอันดับใหม่ที่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจ ถ้ามีเพื่อนที่เคยติดอันดับ 3 แต่พอประกาศผลครั้งที่ 2 เพื่อนติดอันดับ 1 เป็นเพราะมีการขอประมวลผลครั้งที่ 2 นั่นเอง
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องน่ารู้รอบ Admission ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างจากรอบอื่นๆ พอสมควร ทั้งการคัดเลือกและประมวลผล ตรงไหนที่น้องๆ ยังไม่เข้าใจ รีบทำความเข้าใจจะได้ไม่เสียสิทธิ์นะคะ :)
ใครอยากปรึกษาคะแนน Admission กับพี่ๆ
เตรียมคะแนนมาปรึกษาได้ที่ Dek-D's TCAS Fair
25-26 เมษายน 2569 นี้ที่ Bitec Bangna
จำกัด 300 คิว/วัน