คอลเซนเตอร์ปรับเกมล่า “เหยื่อรายย่อย” หนักขึ้น ทำคดีพุ่ง !
สถิติพบมูลค่าความเสียหายลด สวนทางคดีเพิ่ม
Thai PBS Verify เกาะติดสถานการณ์ภัยไซเบอร์หลังศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.- 4 เม.ย. 69 ข้อมูลจากระบบ Thaipoliceonline ในรอบสัปดาห์พบว่า
- จำนวนคดีที่รับแจ้ง: 7,366 คดี (เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 76 คดี)
- มูลค่าความเสียหายรวม: 407,981,333 บาท (มูลค่าความเสียหายลดลง 94,167,600 บาท)
วิเคราะห์กลโกงใหม่ของมิจฉาชีพ “มุ่งเป้าเน้นหลอกรายย่อยมากขึ้น”
จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ภาพรวมจำนวนคดีเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายกลับสวนทาง โดยแม้จำนวนคดีจะเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายรวมกลับลดลง ซึ่งการที่จำนวนคดีเพิ่มแต่ยอดเงินรวมลดลง อาจหมายถึงแนวโน้มกลโกงของรูปแบบมิจฉาชีพที่เปลี่ยนไป โดยเน้นหลอกรายย่อยมากขึ้น หรือมีการสกัดกั้นการโอนเงินก้อนใหญ่ได้ทันท่วงที ซึ่งอาจมีผลมาจากระบบอายัดเงินเริ่มทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ความเสียหายต่อเคสลดลง
“หลอกทำงานออนไลน์” ขึ้นอันดับ 1คดีที่สร้างความเสียหายสูงสุด
แต่ในขณะเดียวกันการหลอกลวงซื้อขายสินค้าและบริการยังครองแชมป์จำนวนคดี และการหลอกลวงเสนอผลประโยชน์อื่น ๆ เป็นกลุ่มเดียวที่พุ่งสูงขึ้นทั้งจำนวนคดีและความเสียหาย แต่คดีที่เป็นประเด็นน่าสนใจคือ การหลอกทำงานออนไลน์ กลับกลายเป็นกลุ่มที่สร้างความเสียหายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน โดยพบข้อมูลอ้างอิงจาก เพจ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ซึ่งสรุปประเด็นได้ดังนี้
- “หลอกทำงานออนไลน์” ขึ้นอันดับ 1คดีที่สร้างความเสียหายสูงสุด (ครั้งแรก)
- กลุ่มผู้หญิงวัย 21-30 ปี ยังคงเป็นเป้าหมายหลักที่ถูกหลอกลวงมากที่สุด
- อ้างรายได้ โดยช่วงเเรกจะโอนเงินค่าจ้างให้จริง
สำหรับรูปแบบ“หลอกทำงานออนไลน์” มักชวนให้ทำงานง่าย อ้างรายได้ โดยช่วงเเรกจะโอนเงินค่าจ้างให้จริงให้เหยื่อชะล่าใจ จากนั้นจะเริ่มชวนให้ทำ “ภารกิจ” หลอกให้โอนเงินสำรอง จ่ายค่าสินค้าไปก่อนจนเหยื่อหมดตัว ซึ่งนี้คือกลยุทธ์หลักที่มิจฉาชีพใช้ในการหลอกล่อเหยื่อให้ติดกับ
3 วิธีป้องกัน “การถูกหลอกลวงซื้อสินค้าทางออนไลน์”
- เลือกซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบ “กระเป๋าเงินกลาง” เช่น TikTokShop, Lazada, และ Shopee โดยหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับสินค้า ผู้ซื้อสามารถร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์มได้
- ควรหลีกเลี่ยงการตกลงซื้อขายนอกระบบหรือโอนเงินให้ผู้ขายโดยตรง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Facebook, Instagram (IG) และ X (Twitter) เป็นช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้หลอกลวงมากที่สุด
- ตรวจสอบร้านค้าให้รอบคอบ และหลีกเลี่ยงการซื้อขายที่ไม่มีหลักฐาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์
ข้อมูลจาก : ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)